Motive Impulse Wave And Motive Diagonal Wave

Candle Stick

การวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์เพื่อการลงทุน สำหรับใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดกลยุทธ์การซื้อขาย ซึ่งเป็นการใช้ข้อมูลการซื้อขายในอดีต มาทำนายแนวโน้มของราคาซื้อขายในอนาคต ซึ่งการรู้แนวโน้มอย่างเดียวที่มีเพียง ขึ้น–ลง เท่านั้นถือว่าน้อยเกินไปต่อการตัดสินใจ เพื่อให้ได้โอกาสที่ดีกว่า หรือ ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำกว่านั่นเอง

ท่านกำลังอ่านบทความชุด Elliott Wave Principle… ตามทฤษฎีของ Ralph Nelson Elliott  ซึ่งเขียนขึ้นเป็นหลายตอน เพื่อเจาะลึกเอารายละเอียดในระดับที่ชัดเจนพอจนกลายเป็นแนวทางตั้งต้น ในการเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตัวเองสำหรับทุกท่านที่สนใจแนวทางนี้… ตอนนี้เป็นตอนที่ 4 ต่อจาก Elliott Motive Waves And Corrective Waves… ครับ

การทำนายราคาสินทรัพย์ลงทุนด้วย Elliott Wave หรือ การนับคลื่น Elliott ซึ่งเป็นหลักการที่ใช้ทำนาย “แนวโน้ม” ได้อย่างแม่นยำกับทุกสินทรัพย์ โดยการวิเคราะห์เอาจากพฤติกรรมราคาที่สะท้อนผ่านกราฟราคาตกลงซื้อขายย้อนหลังในช่วงเวลาหนึ่ง ก็สามารถทำนาย “แนวโน้ม” ได้ว่า… แรงซื้อ หรือ แรงขายกำลังนำ “ทิศทาง” ของตลาดอยู่… ซึ่งการรู้ว่าแรงซื้อกำลังนำ หรือ ทิศทางราคากำลังบวก กับ รู้ว่าแรงขายกำลังนำ หรือ ทิศทางราคากำลังลดลง… หรือแม้แต่รู้ว่า แรงซื้อกับแรงขายกำลังปะทะกันอย่างสูสี หรือ ทิศทางราคายังไม่ชัดเจน ซึ่งการรู้แค่สภาพ หรือ ทิศทางราคาอยาบๆ นั้นถือว่าน้อยเกินไปที่จะวางออเดอร์เพื่อ “ทำกำไร” ตามแผน… นักลงทุนทั้งหมดจึงต้องการรู้ “จุดกลับตัว” ซึ่งเป็นราคาสินทรัพย์ที่จะเปลี่ยนทิศทาง จากขึ้น–เป็นลง และ จากลง–เป็นขึ้น… ซึ่งจะปรากฏให้เห็นเป็นยอดคลื่นและท้องคลื่น… สอดอยู่ในแนวโน้มทิศทางนั่นเอง

ความยากก็คือ… การประเมินทิศทางแนวโน้มจากคลื่น ซึ่งเรารู้แล้วว่าจะมี Motive Waves 5 จุดกลับตัว แล้วจะเกิด Corrective Waves อีก 3 จุดกลับตัวรวมกันเป็น 8 จุดกลับตัวเสมอ… แต่กราฟราคาสินทรัพย์ลงทุนในโลกความจริงไม่ได้มีอะไรชัดเจนเลยว่า จุดไหนนับได้ และ จุดไหนแค่หลอกตา… ซึ่งหลักต่อไปนี้เป็นวิธีระบุยอดคลื่นและท้องคลื่นใน Motive Waves หรือ คลื่นตามแนวโน้ม ซึ่งมี “ทรงคลื่น” หลักๆ อยู่ 2 แบบเรียกว่า Impulse Wave และ Diagonal Wave

1. Impulse Wave

Impulse Wave หรือก็คือ Motive Waves กับ Corrective Waves ของ TimeFrame ย่อยที่เกิดแทรกอยู่ใน Motive Waves บน TimeFrame หรือ TF ที่ใหญ่กว่า… ซึ่งจำเป็นต้องคลี่ลงไปดูเพื่อใช้ตรวจสอบการนับยอดคลื่นใน TF หลักไม่ให้ผิดพลาด… Impulse Wave จึงมีโครงสร้าง 5+3 ให้มองหาเช่นเดียวกัน และ มีกฏการวิเคราะห์ติดป้ายนับชัดเจนคือ… 

  1. คลื่น 2 จะไม่ลงมาต่ำกว่า คลื่น 1
  2. คลื่น 3 จะไม่ใช่คลื่นที่สั้นที่สุด ในบรรดาคลื่น 1 3 5
  3. คลื่น 4 จะไม่ลงมาถึงยอด คลื่น 1
Impulse Waves

สิ่งที่ต้องระมัดระวังที่สุดในการตรวจสอบติดป้ายให้ Impulse Wave ก็คือ… การเกิด Wave Extensions… ซึ่งจะมีคลื่นรบกวนให้เห็นเป็นคลื่นย่อย หรือ Sub-wave ถ่างขยาย หรือ Extended ระหว่างคลื่นแต่ละยอด… และเกิด Wave Truncation ซึ่งมีคลื่นย่อย หรือ Sub-wave ถ่างขยายคลื่นนับจนหมดพลังต่อทิศทาง และ เกิด Truncation Error ขึ้น… และจะเห็นการเปลี่ยนทิศทางอย่างมีนัยยะหลังจากนั้น

2. Diagonal Wave

​​Diagonal Wave หรือ คลื่นทแยงมุม หรือ คลื่นซิกแซ็ก ซึ่งมักจะเกิดจากภาวะตลาดเริ่มอิ่มตัวกับทิศทางที่เป็นอยู่ โดยจะเห็นเป็นคลื่นย่อย หรือ Sub-wave ถ่างขยาย หรือ Extended ยืดออกแต่ช่วงคลื่นจากยอดถึงท้องแคบลงเรื่อยๆ ซึ่งถ้าขีดเส้นไต่ยอดคลื่นหนึ่งเส้น คู่กับเส้นไต่ท้องคลื่นหนึ่งเส้น ก็จะเห็นเป็นรูป “ลิ่ม หรือ Wedge” ซึ่งมักจะเกิดกับคลื่นท้ายๆ โดยเฉพาะการเกิด “ลิ่มคลื่นย่อย” ระหว่างคลื่น 4 ไปคลื่น 5 และ คลื่น B ไปคลื่น C แบบที่เรียกว่า Ending Diagonals

Impulse Wedge
Impulse Wedge

แต่บ่อยครั้งที่ Diagonal Wave เกิดขึ้นแบบ Leading Diagonals ซึ่งเป็นสัญญาณ “นำทิศทาง” โดยเกิดเป็นคลื่นย่อยระหว่างราคาสินทรัพย์พักตัว หรือ ปรับฐาน… ก่อนราคาจะยังเคลื่อนตัวในทิศทางของแนวโน้มเดิมอยู่… แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ยืนยันตรงกันว่าเกิดไม่บ่อย

Leading Diagonals
Leading Diagonals

ประเด็นเป็นแบบนี้คือ… ทฤษฎี Elliott ส่วนที่ซับซ้อนจะอยู่ที่การวิเคราะห์ Impulse Wave และ Diagonal Wave บนคลื่นตามแนวโน้มหลัก หรือ Motive Wave… กับ Sharp Correction และ Sideways Correction บนคลื่นทวนแนวโน้ม หรือ Corrective Waves… มาต่อตอนหน้าครับ!

บทความในชุด Elliott Wave Principle…

  1. Elliott Wave Principle… ปฐมบท
  2. Labeling Elliott Wave Patterns… การติดป้ายและนับคลื่นราคา
  3. Elliott Motive Waves And Corrective Waves…
  4. Motive Impulse Wave And Motive Diagonal Wave
  5. Corrective Sharp Correction และ Corrective Sideways Correction

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Chiang Mai Initiative Multilateralisation… กลไกการเงินการคลังของอาเซียน +3

มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ หรือ Chiang Mai Initiative หรือ CMI เกิดขึ้นสืบเนื่องจากการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปี 2540-2541 โดยประเทศต่างๆ ได้ประสบปัญหาดุลการชำระเงินโดยการขาดสภาพคล่องในระยะสั้น และต่อมาได้เข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนี้ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภูมิภาคในหลายด้าน ทั้งในแง่ของการขยายตัวและเสถียรภาพของเศรษฐกิจ และเสถียรภาพด้านต่างประเทศของประเทศในภูมิภาค

ประตูเชียงของ…

ยังคงวนเวียนอยู่ในเวียงเชียงรายต่ออีกวันน๊ะครับ… ไหนๆ ข้อมูลก็วิ่งอ้อมเมืองเชียงรายแล้ว ก็น่าจะมาดูสะพานมิตรภาพไทย-ลาวทางเหนือกันบ้าง

Printed Houses

Smart Construction and Printed Houses

Construction Printing ซึ่งเป็นความหวังของการพัฒนาที่อยู่อาศัย และชัดเจนว่าสามารถสร้างบ้าน หรือ ที่อยู่อาศัยได้เร็วไม่ต่างจากเทคนิค Prefab หรือ Prefabricated ส่วนปัญหาความแข็งแรงและอายุการใช้งานอาคาร… ถึงตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะเปิดประเด็นนี้มาถกกัน เพราะ Construction Printing ยังใหม่มากถึงขั้นที่ยังไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานงานก่อสร้าง อันมีหน่วยงานกำกับ และ องค์กรวิชาชีพด้านสถาปัตยกรรม และ วิศวกรรม ต่างก็ยังไม่เปิดกว้างให้ใช้เป็นเทคนิคก่อสร้างหลักในปัจจุบัน… แต่ความร้อนแรงของ Construction Printing ก็มาไกลเกินกว่าจะรออะไรๆ ให้เนิ่นช้าไปกว่านี้ได้อีก วงการ ConTech หรือ Construction Technology จึงได้เห็นการบูรณาการเทคโนโลยีก่อสร้างแบบดั้งเดิมเข้ากับ Prefabricated และ Construction Printing รวมทั้งการใช้งานเครื่องจักรก่อสร้างกึ่งอัตโนมัติ และ หุ่นยนต์ช่วยงานก่อสร้างร่วมด้วย… และเรียกแนวทางนี้ว่า Smart Construction

Melody Hobson

You Cannot Be Brave Without Fear – Mellody Hobson และ Muhammad Ali

การยืดหยัดเผชิญหน้าความกลัวในตน เพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้องอันขัดแย้งต่อความกลัวนั้น จึงพลิกเป็น “กล้าหาญ” ซึ่งมีคนจำนวนหนึ่งเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องความกล้าหาญ… ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ “กล้าเอาความกลัวของตนเอง ไปให้ผู้อื่นทำ หรือ รับผิดชอบทำ ให้ตนเองหายกลัว” ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่อริสโตเติล เรียกว่าเป็นกลุ่มคนที่ Pessimistic and Lack Confidence In The Face Of Fear. หรือ มองโลกในแง่ร้าย และ ขาดความเชื่อมั่นที่จะเผชิญหน้ากับความกลัว