หลักการตกแต่งร้านอาหารตามแนวคิด Minimalist

minimalist restaurant design

ธุรกิจร้านอาหารจะมีลูกค้าอยู่ 2 กลุ่มคือ ลูกค้าใหม่หรือลูกค้าขาจรและลูกค้าประจำ… ร้านอาหารที่เรียกลูกค้าได้ดี นอกจากรสชาติอาหารและบริการที่ดีแล้ว ร้านอาหารที่น่านั่งและน่าเข้าก็เป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้กัน 

หลายร้านดูแพงจนไม่กล้าเข้าเพราะกลัวกระเป๋าฉีก… หลายร้านดูน่ากลัว อึดอัดและวังเวงก็มี… ซึ่งการเป็นร้านอาหารที่มีสถานที่ เก้าอี้นั่งและโต๊ะกินอาหารชัดเจน แตกต่างจากร้านอาหารข้างทาง หรือ Street Food ที่เน้นความสะดวกแบบผ่านมื้อหิวๆ ของลูกค้าไป

แต่ร้านอาหารเป็นมากกว่าสถานที่แก้หิวสำหรับคนส่วนใหญ่เสมอ… หลายร้านเหมาะสำหรับรับรองแขกคนสำคัญที่ให้ได้ทั้งอร่อยๆ และการพูดคุยกิจธุระระหว่างกินดื่ม… ในขณะที่หลายร้านเหมาะกับโมเมนต์โรแมนติกชนิดไปคนเดียวมีร้องไห้ หรือไปหลายคนก็ไม่สนุกเพราะโต๊ะข้างๆ เขากระซิบคุยกัน

การออกแบบร้านอาหารจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในทางการตลาดที่ผมเรียนไว้ตรงนี้เลยว่า… ถ้าไม่ได้ออกแบบร้านอาหารสำหรับ Customer Journey และ Customer Personars ที่ชัดเจนพอ… การสื่อสารการตลาดจะยากมาก

ผมกำลังแนะนำว่า… การออกแบบร้านอาหารจะเริ่มที่ภาพคมชัดของลูกค้าส่วนใหญ่ที่จะเดินเข้าร้านมา โดยเฉพาะลูกค้าใหม่หรือขาจรที่ยังไม่รู้จักร้านมาก่อน ที่โลกการตลาดอันมีโซเชียลเน็ตเวิร์กหมุนอยู่รอบๆ ธุรกิจ ที่ลูกค้าอาจจะกลายเป็นกระบอกเสียงโฆษณาให้ร้านได้ง่ายๆ

ประเด็นก็คือ… การทำร้านอาหารไม่มีสูตรสำเร็จ แถมการทำร้านอาหารยังมีความเสี่ยงเท่าๆ กับการลงทุนอื่นๆ หรือทำธุรกิจอื่นๆ เช่นกัน… ผมรู้จักเจ้าของธุรกิจร้านอาหารหลายร้านที่ร่ำรวยจากร้านแรก และล้มเหลวขาดทุนเมื่อขยายสาขาหรือย้ายร้านใหม่ ที่ส่วนใหญ่เชื่อว่าตัวเองทำได้ดีกว่าเดิม

แต่ร้านอาหารก็คือร้านอาหาร… ลูกค้าแวะมาร้านเพื่ออาหารเป็นเบื้องต้น… ซึ่งการออกแบบเมนูอาหารกับรูปแบบบริการจึงสำคัญ… ในขณะที่เฟอร์นิเจอร์และสถานที่ แม้จะสำคัญไม่น้อย แต่ก็ควรลงทุนส่วนนี้อย่างระมัดระวัง

ซึ่งคำแนะนำต่อไปนี้เป็นแนวคิด… ย้ำว่าแนวคิดน๊ะครับ ในการออกแบบร้านอาหารในส่วนอาคารสถานที่และเฟอร์นิเจอร์ ที่จะอิงแนวคิดแบบ Minimalist ที่เน้นเรียบง่ายแต่ดูดี… ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นกับ Customer Journey ออกให้ได้มากที่สุด… แต่ให้เพิ่ม Customer Experience ให้ได้มากที่สุด

กรณีเป็นร้านที่เน้นกินอิ่มอย่างร้านก๋วยเตี๋ยว หรืออาหารจานเดียว… การออกแบบร้านและบริการในร้าน ต้องเน้นช่วยคนหิวให้อิ่ม… การออกแบบร้านโล่งๆ เข้าออกสะดวก เฟอร์นิเจอร์อย่างโต๊ะก็ควรให้พอดีกับขนาดจานชาม ให้วางรับประทานได้พอดี… เก้าอี้ที่ให้ลูกค้านั่ง ก็ไม่ต้องหรูหราหรือกินที่เกินจำเป็น แค่นั่งสบายๆ ก็พอ… โต๊ะที่เล็กเกินไป แถมมีเครื่องปรุงรสกองเต็มโต๊ะกินที่ไปอีก ลูกค้าอาจจะไม่สบายเท่าไหร่ระหว่างกิน… ถ้าเข้าร้านอาหารแล้วรู้สึกเหมือนแวะกิน Street Food ข้างทาง… การลงทุนทำร้านอาหารอาจจะไม่จำเป็นเลยก็ได้ เพราะท่านอยากขายอาหารเพื่อทำกำไรเลี้ยงชีพ กับอยากเป็นเจ้าของร้านอาหารที่ขายแบบเดียวกับ Street Food หรือ Food Court… โมเดลการลงทุนกับสถานที่และเฟอร์นิเจอร์อาจจะไม่คุ้มอย่างที่คิด… เพราะสิ่งเดียวที่ท่านขายคืออาหารเท่านั้น… ไม่มีประสบการณ์อื่นใดจือปนเกินกว่าที่ลิ้นสัมผัสได้ให้หายหิว

ในกรณีที่เป็นร้านกินดื่ม… หมายถึงร้านที่ไม่หงุดหงิดถ้าลูกค้าจะนั่งแช่ ตากแอร์ คุยเสียงดังที่โครงสร้างรายได้มีสัดส่วนจากเครื่องดื่มอย่างมีนัยยะ ทั้งแอลกอฮอล์และนอนแอลกอฮอล์… การออกแบบสถานที่อาจจะไปไกลถึงขั้นออกแบบให้ลูกค้านั่งแล้วลุกยาก… กรณีร้านกาแฟสตาร์บัคส์ ที่ออกแบบร้านด้วยแนวคิด Third Place หรือที่ๆ สามต่อจากบ้านและที่ทำงาน ทำให้เฟอร์นิเจอร์ในร้านกาแฟอย่างสตาร์บัคส์ รวมทั้งการตกแต่งร้าน ดึงดูดลูกค้าให้นั่งและใช้เวลาอยู่ในร้าน ทั้งที่ระหว่างนั้นไม่ได้มีการกระตุ้นการซื้อแบบ Hard Selling อย่างยัดเยียดน้ำแข็งให้หมดไวๆ หรือรินเติมเครื่องดื่มที่สั่งแล้วให้หมดไวๆ และยอดขายของสตาร์บัคส์ก็ไม่เคยเป็นรองใคร ในขณะที่กำไรสุทธิก็โดดเด่น

สุดท้ายผมอยากให้ท่านที่กำลังจะเริ่มธุรกิจร้านอาหาร… ซึ่งผมเชียร์เสมอหากเป็นการทำเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้อสังหาริมทรัพย์ก็ดี… หรือทำเพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจอาหารก็ดี… ให้ตั้งต้นที่ Customers Personars แล้วออกแบบธุรกิจของท่าน ตาม Customer Journey ด้วยแนวคิดเรียบง่ายและตรงเข้าหาประสบการณ์ของลูกค้าเท่านั้น… ซึ่ง Minimalist ในบทความชิ้นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องผนังปูนเปลือยหรือเพดานโชว์ไส้ไม่ปิดฝ้าอะไรแบบนั้น

แต่หมายถึงการลงทุนกับประสบการณ์แบบพอดีๆ ไม่มากจนฉีกกระเป๋าลงทุนและไม่น้อยจนหาอะไรต่างจาก Street Food ไม่ได้เลย… โดยโฟกัสกับสิ่งที่ลูกค้าจะได้ไปเมื่อมองเห็นร้านตรงหน้า… หรือจากรูปที่แชร์ในโซเชี่ยล จนได้กิน ได้อิ่ม และออกจากร้านไปแบบในใจจะกลับมาอีกครั้ง

ไม่ใช่ออกจากร้านแบบรู้สึก… ซวยจริงๆ ที่มาร้านนี้!

Share this post

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Online Marketing

Content Marketing for Real Estate

ทำ Content ในรูปแบบที่เข้าถึงเป้าหมายง่ายที่สุด ทันเวลาและเกี่ยวเป้าหมายทางการตลาดได้เร็วที่สุด โดยเอาลูกค้าและลูกค้าเป้าหมายเป็นศูนย์กลาง…

AgTech IoT… ยุคของการเพาะปลูกในร่มมาถึงแล้ว

กลางสัปดาห์ที่แล้วผมเจอคำถามที่น่าสนใจ จากบทความที่เผยแพร่บน Foundersguide.com ใช้คำถามเปิดหัวข้อว่า “Could The Future of Farming Be Indoors?”… ซึ่งหลายท่านจะทราบว่าผมสนใจ AgTech มานานและกระแสหลายอย่างชี้ชัดว่า… ปี 2020 จะเป็นปีทองของ AgTech StartUp ที่การทำเกษตรจะเปลี่ยนนิยามไปเป็นการผลิตอาหารอย่างยืดยุ่นและยั่งยืนกว่าที่เคยเป็นมา

Multi-touch Table for Restaurants

HoReCa และ Interactive Table

Interactive Table ก็เหมือน Ipad ยักษ์ต่อขา ที่เพิ่มความสามารถในการ “รับคำสั่งเกิน 10 จุดสัมผัสบนจอเดียว” อย่างราบรื่น เพื่อให้คนหลายคนสามารถใช้จอพร้อมกันได้หลายๆ มือ ซึ่งซอฟท์แวรที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานแบบ Single User หรือ หนึ่งคนหนึ่งเครื่องหนึ่งคำสั่ง ตามลำดับอย่างซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ มือถือหรือแท็บเล็ตทั่วไปส่วนใหญ่ ไม่รองรับ Multi-users หรือผู้ใช้หลายคนคลิก เคาะ ปัด ไถ พร้อมกัน

scalping indicators

Scalping Trader… นักเทรดช่วงสั้น

นักลงทุนแบบ Scalp หรือ Scalping Trader จึงเป็นนักลงทุนที่ต้องใส่ทุนก้อนใหญ่เข้าไปกับหนึ่งออเดอร์ เพื่อให้กำไรต่อทุนที่บางมากกลายเป็นกำไรก้อนใหญ่… ซึ่งในทางเทคนิคไม่ถือว่าความเสี่ยงในการลงทุนน้อยลงแต่อย่างใด… เพียงแต่ข้อดีจริงๆ ของการลงทุนแบบ Scalp Trading จะเป็นความสามารถในการทำกำไรในตลาด Sideway ซึ่งเป็นภาวะที่ตลาดเคลื่อนไหวด้วยกรอบราคาค่อนข้างแคบ