Mergers And Acquisitions… แนวคิดการควบรวมและซื้อกิจการ

mergers and acquisitions

ปลายปี 2020 ที่ผ่านมา… ข่าวใหญ่ที่สุดข่าวหนึ่งในวงการค้าปลีกและธุรกิจก็คือกรณีการควบรวมกิจการของเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ กลุ่มซีพี กับบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จํากัด ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกภายใต้เครื่องหมายการค้า Tesco Lotus… ด้วยธุรกรรมมูลค่ากว่า 3.35 แสนล้านบาท… รายละเอียดดีลที่เกิดขึ้นสามารถค้นข้อมูลย้อนหลังดูได้ครับถ้าท่านสนใจรายละเอียด เพราะบทความตอนนี้จะข้ามไปพูดถึงแนวโน้มการควบรวมกิจการ เพื่อเติบโตและอยู่รอดท่ามกลางวิกฤตโควิด ที่หลายอย่างพลิกเปลี่ยนไปรวดเร็วเหลือเกินในโลกธุรกิจ

ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ… การอยู่รอดของธุรกิจกับการผลักดันการเติบโตของธุรกิจนับจากนี้ไป ต้องหาหนทางที่จะมีอำนาจต่อรองเหนือตลาดในทางใดทางหนึ่งให้พบ หรือที่ภาษานักกลยุทธ์เรียกว่า Unfair Competitive Advantage เพื่อใช้เป็นข้อได้เปรียบทั้งต่อคู่แข่ง คู่ค้าและลูกค้า โดยเฉพาะในระยะของการสร้างการเติบโตของผลตอบแทนธุรกิจ

แนวทางหนึ่งที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพื่อไปให้ถึงการมีอำนาจต่อรองเหนือตลาดที่ง่ายที่สุดก็คือ… การควบรวมกิจการและการซื้อกิจการนั่นเอง

ประเทศไทยมีกฏหมายและระเบียบเกี่ยวกับการทำ M&A หรือ Mergers and Acquisions โดยมี สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า และมีคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. เป็นกลไกหลักในการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมาย ติดตามพฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจที่อาจก่อให้เกิดการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560

โดยส่วนตัวผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับการทำ M&A ให้ลูกค้าธุรกิจ ในกรณีที่ต้องการเติบโตเร็วกว่าการริเริ่มใหม่… ซึ่งการทำ M&A ก็คือการโอนย้ายความเป็นเจ้าของ หรือ Ownership ของกิจการหรือทรัพย์สินของทั้งสองกิจการรวมเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านธุรกรรมการซื้อขายแลกเปลี่ยนในหลายๆ รูปแบบ แต่ไม่ว่าจะรูปแบบไหน ก็จะต้องมีการรวมทรัพยากรของทั้งสองกิจการเข้าด้วยกัน… ซึ่งก็มีตั้งแต่การตั้งนิติบุคคลใหม่ขึ้นมาซื้อทั้งสองกิจการไปดำเนินการในชื่อใหม่… หรือให้กิจการที่ถูกซื้อปิดตัวไปโดยโอนทัพย์สินและทรัพยากรมาให้กิจการหลักได้ดำเนินธุรกิจต่อ หรือยังดำเนินกิจการต่อไปทั้งคู่ก็ได้ด้วย

โดยทั่วไป… การ Mergers หรือการควบรวมกิจการจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในหลายๆ ประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะการจัดสรรโครงสร้างและที่นั่งในบอร์ดบริหารของกิจการที่ควบรวมขึ้นใหม่ รวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับหุ้นและสิทธิ์ต่างๆ ของผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนใหญ่จะรวมถึงทรัพย์สินในรูปแบบต่างๆ ไปจนถึงการจ้างและเลิกจ้างบุคลากรในกิจการที่ควบรวมใหม่… ซึ่งทั้งหมดต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ แม้มูลค่ากิจการจะไม่ได้ใหญ่โตก็ตาม

ส่วนการทำ Acquisitions หรือการเข้าซื้อกิจการจะง่ายกว่าหน่อย เพราะผู้ซื้อกิจการย่อมกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในกิจการที่ถูกซื้อโดยปริยาย… ซึ่งการเปลี่ยนแปลงหรือไม่เปลี่ยนแปลงใดๆ ตั้งแต่บอร์ดบริหารจนถึงพนักงานทุกคน ย่อมอยู่ในดุลพินิจตามกลยุทธ์ของผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ได้จากการซื้อกิจการนั่นเอง… ซึ่งถ้าเป็นการซื้อเพื่อควบรวม… ก็จะมีการนำสู่ขั้นตอนการควบรวมในขั้นต่อไป

ส่วนประเด็นในการพิจารณาทำ M&A โดยส่วนใหญ่มักจะมีประเด็นของสมการธุรกิจแบบ 1+1=11 ซึ่งครอบคลุมกลยุทธ์ดังต่อไปนี้คือ

  1. Economy of Scale หรือ การประหยัดจากขนาด… เพราะเมื่อซื้อหรือควบรวมกันแล้ว ส่วนใหญ่จะสามารถลดคนลดฝ่ายลงได้มากใกล้ 50% ก็มี ในขณะที่ขนาดและมูลค่าตลาดกลับเพิ่มขึ้นจากการรวมกันทำให้กำไร หรือ Profit Margin เพิ่มขึ้นทันที
  2. Economy of Scope หรือ ประสิทธิภาพด้านอุปสงค์เพิ่มขึ้น… ซึ่งหลายกรณีสามารถเพิ่มขอบเขตทางการตลาด และการจัดจำหน่ายหรือบริการในตลาดที่ใหญ่ขึ้นทันที ผ่านจุดแข็งของสองกิจการ
  3. Gain Revenue and Market Share หรือ รายได้เพิ่มขึ้นและส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น… การซื้อกิจการหรือควบรวมกิจการเพื่อเป็นที่หนึ่ง ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของรายใหญ่ที่หลายกรณีสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างอำนาจต่อรองเหนือตลาดโดยไม่เป็นธรรม… แต่หลายครั้งก็เกิดขึ้นเพื่อทวงความเป็นธรรมจากกิจการที่มีอำนาจต่อรองเหนือตลาดอยู่เดิมก็ได้
  4. Cross Selling หรือ การทำตลาดไขว่กัน… ซึ่งการควบรวมเพื่อแลกลูกค้าหรือแบ่งปันกลุ่มลูกค้าเป้าหมายกัน ก็เป็นอีกกรณีหนึ่งที่การควบรวมและซื้อกิจการ กำหนดวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนกลยุทธ์เดียวแต่ได้ผลประโยชน์สองก้อน
  5. Synergy หรือ รวมกันเราแกร่ง… โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นกิจการแบบเดียวกัน ซื้อหรือควบรวมเพื่อให้สมการธุรกิจเกิดขึ้นแบบ 1+1=3 เป็นอย่างน้อย
  6. Innovation and Technology หรือ ต้องการนวัตกรรมและเทคโนโลยี… ซึ่งส่วนใหญ่จะเห็นกิจการยักษ์ใหญ่ เข้าซื้อหรือลงทุนในกิจการขนาดเล็ก ที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามเป้าหมายการลงทุน โดยการเข้าซื้อส่วนใหญ่ไม่เพียงแต่ต้องการนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่ต้องการเท่านั้น เพราะเป้าหมายที่ต้องการครอบครองสิทธิบัติและนวัตกรรมซึ่งถือเป็น Unfair Competitive Advantage อันชอบธรรม มักต้องการทรัพยากรบุคคลในกิจการที่มีนวัตกรรมเหล่านั้นด้วยเสมอ

นอกจากนั้น ยังมีประเด็นอีกมากที่การเข้าซื้อกิจการและควบรวมกิจการ มีหลักและกลยุทธ์เฉพาะกรณีที่มีแต่ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจผลักดันธุรกิจเท่านั้นที่จะทราบว่า… เมื่อไหร่ต้องการยาโด๊ปเพื่อโตและแข็งแรงเพื่อผ่านขั้นตอนการเติบโตที่สำคัญ… และปีนี้ หลายความเห็นคาดว่าจะได้เห็นการควบรวมและซื้อขายกิจการเพิ่มขึ้น… ซึ่งแม้แต่ศาสตราจารย์สกนธ์ วรัญญูวัฒนา ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า ก็เคยให้ความเห็นในทำนองเดียวกันนี้เอาไว้ด้วย

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line ท่านจะได้ Link บทความใหม่ทุกเช้า

Related Post

ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ ปรับขึ้น 10-20%

นายอํานวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมอยู่ระหว่างเร่งรัดจัดทำราคาประเมินที่ดินใหม่ เพื่อประกาศใช้วันที่ 1 มกราคม 2563 

Carol S. Dweck

Teach Their Children To Love Challenges, Be Intrigued By Mistakes, Enjoy Effort, And Keep On Learning – Carol Dweck

งานของ Carol Dweck เกือบทั้งหมดพัฒนาด้วยแนวคิด Implicit Theories of Intelligence หรือ ทฤษฎีความความฉลาดส่วนบุคคล จนเป็นที่มาของงานอันลือลั่นอย่างหนังสือเล่มสีฟ้าชื่อ Mindset: The Psychology of Success ในปี 2006… และทฤษฎีความฉลาดส่วนบุคคลที่เธอค้นพบ ก็กลายเป็นเครื่องมืออย่างสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิทยา มากกว่าจะขับเคลื่อนด้วยความเชื่อและเรื่องเล่าเบาบางเหมือนคำสอนในศาสนาต่างๆ และได้ “บุคคลอันพึงประสงค์” ให้สังคมได้ไม่ต่างกัน

Solar Farm

Solar Farm การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ EEC

การพัฒนาและลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับภาคเอกชนในประเทศไทย แบบผสมผสาน ร่วมกับการทำการเกษตรในพื้นที่เดิมตามสัดส่วนที่เหมาะสม โดยในระยะแรก การพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จะมีขนาดไม่น้อยกว่า 500 เมกะวัตต์ มูลค่าเงินลงทุนโครงการประมาณ 23,000 ล้านบาท

retort pouches food

Retort Pouch…

Retort Pouch เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้บรรจุอาหารเพื่อฆ่าเชื้อ ประกอบด้วยแผ่นฟิล์ม 3 ชั้น ผนึกแน่น ชั้นนอกเป็นโพลีเอสเตอร์ทนความร้อน แข็งแรง ใช้พิมพ์ข้อความได้ ชั้นกลางเป็นอะลูมิเนียมฟอยล์ มีคุณสมบัติช่วยรักษาคุณภาพอาหารได้ดี ช่วยป้องกันการซึมผ่านของออกซิเจนและความชื้น ชั้นในเป็นแผ่นฟิล์มพลาสติกโพลีเอทิลีน สามารถทนความร้อนได้ไม่ต่ำกว่า 121-132 องศาเซลเซียส การส่งผ่านความร้อนเข้าไปในอาหารในขั้นตอนการให้ความร้อนเพื่อทำลายเชื้อจุลินทรีย์ ความร้อนจะกระจายได้ทั่วถึงและเร็วกว่าการบรรจุกระป๋อง… ทำให้ผลิตภัณฑ์ผลไม้หรืออาหาร มีคุณภาพดีทั้งด้าน สี กลิ่น รส…