LIVE FIN CORP… CrowdFunding ทายาทรุ่นหลานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

LiVE

ไหนๆ ผมก็แตะข้อมูล Crownfunding ในประเทศไทยไปแล้วจากบทความตอนที่แล้วเรื่อง  Blockchain Crowdfunding และการระดมทุนในอนาคต ซึ่งผมจำเป็นต้องอ่านเพื่อ Update ข้อมูลกิจการที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ไปแล้วทั้ง 3 ราย… เผื่อท่านที่กำลังมองหาเทคนิคการระดมทุนแบบนี้อยู่… ที่สำคัญคือ ใบอนุญาตหนึ่งในสามใบที่มีความเคลื่อนไหวชัดเจนเรื่องแหล่งทุนและการระดมทุนในแวดวง Startup/SME และยังเป็นทายาทรุ่นที่สามของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งให้บริการตลาดทุนบนเทคโนโลยี Blockchain ในนาม… LiVE

LIVE FIN CORP

Live Fin Corp หรือ บริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด ถือหุ้นใหญ่โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย… มีสำนักงานอยู่ตึกเดียวกันกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET นั่นเลย… LiVE ย่อมาจาก Launchpad and investment Vehicle for Enterprise เป็นผู้ให้บริการเครือข่าย Blockchain เพื่อระดมทุนและซื้อขายหลักทรัพย์สำหรับ SME และ Startup โดยเฉพาะ โดยมีเงื่อนไขที่เหมาะสมทั้งกับผู้ประกอบการและนักลงทุน

จุดเด่นของ LiVE อยู่ที่แพลตฟอร์ม LiVE Crowdfunding ซึ่งรองรับการลงทุนแบบ Equity Crowdfunding สำหรับการลงทุนรายโครงการ เหมาะกับบริษัทที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังไม่มีประวัติประกอบการ หรือ Track Record หรือ Startup Series A และยังให้บริการ LiVE ETP ซึ่งเป็น Electronic Trading Platform ให้บริการซื้อขายหุ้นแบบ OTC หรือ Over The Counter หรือการซื้อขายกันเองโดยตรง ที่เหมาะกับบริษัทที่กำลังขยายการเติบโตหรือ Startup Series B เป็นต้นไป ก่อนจะเข้าสู่การ IPO หรือ Initial Public Offering หรือการกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นั่นเอง

โดยความตั้งใจของตลาดหลักทรัพย์แล้ว… LiVE ถือเป็นตลาดทุนที่เกิดบนเทคโนโลยี Blockchain ต่อจากตลาดหลัก หรือ SET และตลาดเล็กหรือ MAI ที่นักลงทุนในตลาดหุ้นบ้านเรารู้จักกันดี… ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของ LiVE กับ SET และ MAI ต่างกันอย่างชัดเจน โดยสามารถเปรียบเทียบและสรุปได้ดังนี้คือ

1. คุณสมบัติการจดทะเบียนต่างกัน

– LiVE กำหนดเงื่อนไขเพียงบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์
– ไม่กำหนดทุนชำระแล้วและกำไรสุทธิ
– ไม่กำหนดการกระจายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไป

2. วิธีการซื้อขายต่างกัน

– ใช้วิธีการซื้อขายแลกเปลี่ยนนอกตลาด (OTC)
– การซื้อขายในตลาดรองเป็นแบบเจรจาต่อรอง ขณะที่ SET และ MAI เป็นแบบจับคู่อัตโนมัติ
– เวลาชำระเงินเร็วกว่า (T+1)
– การห้ามขายหุ้นขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างบริษัทกับผู้ถือหุ้นโดยตรง

3. คุณสมบัติเพิ่มเติมเมื่อระดมทุนเกิน 20 ล้านบาท

– ต้องมีประวัติระดมทุนอย่างน้อย 5 ล้านบาทหรือมี Sponser

4. คุณสมบัติเพิ่มเติมเมื่อระดมทุนเกิน 100 ล้านบาท

– มีงบการเงินรับรองโดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาตจาก กลต.

5. คุณสมบัติอื่นๆ ที่เป็นมาตรฐาน

– ผ่านการตรวจสอบงบการเงินจากผู้สอบบัญชี
– ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารไม่มีประวัติทำผิดทางกฏหมายหรือ Bad Credit จากสถาบันการเงิน

ผู้ประกอบการต้องชำระค่าบริการประกอบด้วย ค่าสมาชิกรายปี ค่าธรรมเนียมเสนอขายหลักทรัพย์ และภาษีมูลค่าเพิ่ม

ผู้ลงทุนของ LiVE ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

– นักลงทุนสถาบันตามนิยามของสำนักงาน ก.ล.ต. ได้แก่ ธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกัน กองทุน เป็นต้น
– Venture Capital
– Private Equity
– ผู้ลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะตามนิยามของ ก.ล.ต.
        – ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
        – มีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท
        – มีสินทรัพย์รวมไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท และมีประสบการณ์ลงทุนไม่น้อยกว่า 1 ปี

ส่วนบุคคลทั่วไปยังไม่สามารถลงทุนบนแพลตฟอร์ม LiVE ได้ในขณะนี้ แต่มีการกำหนดเงื่อนไขเงินลงทุนไว้แล้ว ต้องลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท สามารถลงทุนสูงสุด 50,000 บาทต่อโครงการ และไม่เกิน 500,000 บาท ต่อปี และมีสัดส่วนการลงทุนในบริษัทรวมกันไม่เกิน 20 ล้านบาท

นักลงทุนทุกรูปแบบต้องชำระค่าบริการประกอบด้วย ค่าสมาชิกรายปี ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน และภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้การลงทุนใน LiVE จะไม่ได้รับการยกเว้นภาษีจากกำไรส่วนเกิน

วิธีการระดมทุนบน LiVE

การระดมทุนแบบ Equity Crowdfunding บน Platform ของ LiVE มีขั้นตอนดังนี้

1. นำเสนอข้อมูลโครงการที่จะระดมทุน
    – ระบุค่าเงินที่ต้องการจะลงทุน
    – ระบุวัตถุประสงค์การระดมทุน
    – ระบุสัดส่วนการถือครองหุ้นของผู้ลงทุน
    – ระบุแผนธุรกิจและความเสี่ยงของโครงการที่ขอเงินระดมทุน
    – ระบุสิทธิประโยชน์ที่ผู้ลงทุนจะได้รับ
    – เปิดเผยงบการเงินและงบกระแสเงินสด

2. สร้างโครงการ โดยนำเสนอข้อมูลข้างต้นแก่ผู้สนใจ

3. สามารถระดมทุนสำหรับโครงการในระยะเวลา 30-60 วัน

4. โครงการจะสิ้นสุดเมื่อได้รับเงินครบตามจำนวน หรือยกเลิกโครงการ

5. จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกระทรวงพาณิชย์ และนำเงินไปใช้ขยายธุรกิจตามเป้าหมายของโครงการ

จุดแข็งของ LiVE ต่อ Startup และนักลงทุนเป็นอย่างไร

จุดแข็งสำคัญของ แพลตฟอร์มระดมทุนอย่าง LiVE คือ… มีระบบยืนยันความน่าเชื่อถือของทั้งนักลงทนและ StartUp กับ SME ตามเงื่อนไขของ กลต. ทั้งยังสามารถใช้ช่องทางประชาสัมพันธ์ที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อหาผู้ลงทุนหรือบริษัทที่สนใจจะลงทุนได้สะดวกยิ่งขึ้น

ในแง่ของ Startup การเข้าร่วม Platform LiVE ช่วยเพิ่ม Connection และความน่าเชื่อถือในฐานะบริษัทที่มี Profile ในตลาด ด้วยมาตรฐานของ LiVE ยังเป็นเหมือนการบ่มเพาะ Startup และ SME ให้พร้อมก้าวสู่การ IPO ในอนาคต

ส่วนผู้ลงทุนเองก็สามารถให้เงินลงทุนกับบริษัทได้ตั้งแต่ระดับเริ่มพัฒนาแนวคิด ทั้งนี้ บน Platform ของ LiVE ยังเปิดให้สามารถซื้อขายหลักทรัพย์ระหว่างนักลงทุนด้วยกันได้ จึงมีสภาพคล่องมากกว่า รวมถึงความโปร่งใสบนเทคโนโลยี Blockchain และสามารถทำการแลกเปลี่ยนซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง

LiVE เป็นช่องทางการระดมทุนที่ StartUp ไทยต้องรู้จัก… ถ้าไม่รู้จักถือว่าไม่ใช่ตัวจริง… แต่ SME เองที่สนใจหาแหล่งทุนใหม่ๆ ผมก็แนะนำให้ศึกษา LiVE ดูอีกที่หนึ่งก็ดีครับ โดยเฉพาะ SME ที่คิดไกลถึง IPO… การเริ่มที่ LiVE จะทำให้รอบ IPO เหลือภาระไม่มาก… ส่วนท่านที่อยากเป็นนักลงทุน… อดใจรอให้แพลตฟอร์มกับกฏหมายพร้อมกว่านี้คงสนุก… แต่ถ้าทุนท่านก้อนใหญ่ หรือรวบรวมทุนได้ก้อนใหญ่เข้าเกณฑ์ ก็ตั้งเป็นกองทุนเข้าไปได้เลยครับ รายละเอียดสอบถามกับ LiVE โดยตรงดีที่สุด… หรืออยากจะชวนผมไปเป็นเพื่อนก็ Line @properea เช่นเดิมครับ

ข้อมูลผมคัดมาเผยแพร่ไม่ครบหรอกครับ… สรุปพอให้ได้ภาพ ส่วนรายละเอียด จะมีเอกสารเผยแพร่ของ LiVE โดยตรงเผยแพร่อยู่แล้ว คลิกที่นี่ครับถ้าท่านสนใจ

อ้างอิง

https://www.sec.or.th
https://techsauce.co
https://www.live-mkt.com

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Sale & Leaseback

กลยุทธ์การขายแล้วเช่าคืนอสังหาริมทรัพย์…

MINT ขายโรงแรมทั้งสามแห่งมูลค่า 313 ล้านยูโร หรือประมาณ 10.9 พันล้านบาท โดยหลังจากจำหน่ายไปแล้ว NH Hotel Group ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ MINT จะเข้าบริหารโรงแรมทั้ง 3 ภายใต้สัญญาเช่า 20 ปี และยังสามารถขยายสัญญาเช่าไปได้เรื่อยๆ สูงสุดถึง 60 ปี

AirBNB IPO

AirBNB เปิด IPO วันแรกท่ามกลางวิกฤตการเดินทางท่องเที่ยว

10 ธันวาคม 2020 ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของชาว Startup อีกวันหนึ่งที่ Airbnb เปิดการซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้น Nasdaq เป็นวันแรก ด้วยราคาเปิดกระดานปฐมฤกษ์ที่ 68 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น กับจำนวนหุ้นทั้งหมด 51.5 ล้านหุ้น… และทันทีที่เปิดขาย ราคาหุ้น AirBNB ก็พุ่งขึ้นต่อเนื่องจนไปจบวันแรกที่ราคาสูงสุด 144.71 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ทำให้ Market Capitalization วันแรกที่เข้าตลาดไปอยู่ที่ 100,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Trend 2020 : Millennial Generation

Gen Millennial หรือ GenY ในที่นี่จะนับเอาช่วงวัยหลังจบการศึกษาปริญญาตรีขึ้นมาถึงกลุ่มอายุราวๆ 40 บวกลบ… ซึ่งทฤษฎีการแบ่งกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดด้วยการกำหนดเป็น Generation เป็นการแบ่งโดยอ้างอิงพฤติกรรมการบริโภคเป็นหลัก… วันเดือนปีเกิดหรืออายุ จึงไม่ใช่ข้อมูลหลักที่ต้องระบุชัดๆ เปะๆ… แต่ช่วงเวลาการเกิดและเติบโตของกลุ่มคนวัยต่างๆ จะเติบโตมากับสิ่งแวดล้อมที่ต่างกัน พฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือพฤติกรรมการบริโภคและใช้จ่ายเงินทอง จึงแตกต่าง ซึ่งหากเราต้องการสื่อสารหรือค้าขายกับคนกลุ่มไหน ก็ต้องเข้าใจพื้นฐานคนกลุ่มนั้นให้มาก

Keep Learning

เรียนหลักสูตรเกษตรอินทรีย์เพื่อการส่งออก กับ New Economy Academy

สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ New Economy Academy หรือ NEA จึงมีการให้ความรู้ในรูปแบบการเรียนด้วย eLearning เรียกว่า E-Academy เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้การประกอบธุรกิจในวงกว้าง และสามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียนได้เป็นจำนวนมากในแบบ Asynchronous eLearning โดยไม่ยึดติดกับเวลาและสถานที่