LibraCoin 2.0… การเกิดใหม่เพื่อไปสุดทาง

Libra 2

Kevin Helms ได้เผยแพร่บทความลง เวบไซต์ Bitcoin.com พูดถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดของ LibraCoin จาก Whitepaper V2.0 ของ LBR หรือ Libra Coin ที่เป้าหมายไม่ได้เล็กลงเลย ถึงแม้ว่าตลอดปี 2019 หลังการเปิดตัวและสร้างความฮือฮาได้ไม่กี่วัน ก็ถูกธนาคารกลางทั่วโลกเมินใส่จนพันธมิตรร่วมก่อตั้งส่วนหนึ่งละทิ้งเพราะไม่เห็นอนาคตความเป็นไปได้

ซึ่งเหตุผลที่ธนาคารกลางทุกประเทศทั่วโลกไม่ยอมรับ LBR ล้วนเป็นเหตุผลที่หนักแน่นและสมควรแก่เหตุ จนสถานการณ์ของ LBR เข้าสู่ภาวะมาแรงแซงไม่พ้นหล่นข้างทาง โดยไม่มีใครเหลียวแลเพราะเชื่อว่ายังไงๆ ก็คงไม่รอด

ก่อนสิ้นปี 2019… LBR ถูก Visa, MasterCard, Stripe, PayPal, eBay และพันธมิตรร่วมก่อตั้งส่วนหนึ่ง ถอนตัวออกจาก Libra Association แต่พันธมิตรรายใหม่ๆ แม้ไม่ใช่ Big Name หรือผู้เล่นรายใหญ่ชื่อดัง… ต่างก็ขอเข้าร่วมผจญภัยกับ Libra จนกระทั่งมีชื่อ Shopify ผู้สร้าง e-Commerce Platform รายใหญ่จากแคนาดา โผล่เข้ามาใน Libra Association… หลายฝ่ายที่รอข่าวลมหายใจสุดท้ายของ LBR ก็ต้องทำความเข้าใจใหม่แล้วว่า ทีม Libra ยังคงเป้าหมายและภาระกิจเดิม แม้ข่าวคราวจาก David Marcus ในฐานะ Head Project Libra Coin จะโพสต์ Twitter เรื่องลมฟ้าอากาศจนแฟนๆ ที่ติดตามรวมทั้งผม คิดว่าเฮียแกคงเซ็นต์ใบลาออกเตรียมไว้แล้วด้วยซ้ำ

แต่ทันทีที่ Libra 2.0 ปล่อย Whitepaper เพื่อแถลง Concept ใหม่ ก่อนจะถึงกำหนดการเปิดตัว Calibra Wallet เดิม ที่จะมีขึ้นกลางเดือนพฤษภาคม ปี 2020… ซึ่งไม่มีใครพูดถึง Calibra Wallet ให้เสียบรรยากาศอีก นอกจากพูดถึง Concept ใหม่ของ Libra Coin ที่มุ่งเป้าการเป็น StableCoin หรือสกุลเงินดิจิตอลที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันมูลค่านั่นเอง

ก้าวใหม่ของ Libra Coin เริ่มด้วยการขอใบอนุญาตเป็น “ระบบการชำระเงิน” จาก The Swiss Financial Market Supervisory Authority หรือ FINMA หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของประเทศสวิตเซอร์แลนด์… ต่อด้วยการขอใบอนุญาตเป็น “ผู้ให้บริการเงินสด” จากเครือข่ายดูแลอาชญากรรมทางการเงินของสหรัฐ หรือ The Financial Crimes Enforcement Network หรือ FinCEN

แต่สาระสำคัญใน Whitepaper 2.0 ได้ยกระดับจาก Digital Currency ธรรมดา ไปสู่ Single Currency Stablecoins ที่สามารถรองรับการพัฒนาสกุลเงินดิจิตอลบน Libra Platform จากธนาคารกลางของแต่ละประเทศที่ต้องการสร้างกลไกการชำระราคาด้วย Digital Currency ระดับสากล ซึ่งสามารถออก Token ภายใต้ Libra Platform ที่พัฒนา BlockChain ด้วยภาษา Move ที่มีศักยภาพการทำ Transaction สูงมากกว่าเทคโนโลยี BlockChain รุ่นก่อน และมาพร้อมกับการสำรองมูลค่าในตะกร้าเงินของ Libra ด้วยอัตราส่วน 1:1… ซึ่งในทางปฏิบัติ กรณีจะทำ LibraUSD ก็จะต้องมีเงินดอลลาร์สำรองเก็บอยู่ในบัญชีธนาคารของ Libra ในสัดส่วน 1:1 ของจำนวนที่ออก Token… โดยสถานะปัจจุบันมี Token 4 สกุลเงินในเครือข่าย ได้แก่

1. LibraUSD หรือ ≋USD อ้างอิงดอลลาร์สหรัฐ
2. LibraEUR หรือ ≋EUR อ้างอิงยูโรดอลลาร์
3. LibraGBP หรือ ≋GBP อ้างอิงปอนด์สเตอร์ลิง
4. LibraSGD หรือ ≋SGD อ้างอิงดอลลาร์สิงคโปร์

และในอนาคตก็มีนโยบาย “เปิดรับธนาคารกลางของทุกประเทศ” ให้สามารถออกสกุลเงินของตัวเองบน Libra Platform ได้หมด

ที่เด็ดกว่านั้นคือ ตะกร้าเงินกลาง หรือ ≋LBR เอง จะกลายเป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าที่ถูกหนุนหลังด้วยมูลค่าของตะกร้าเงิน Single Currency Stablecoins บนแพล็ตฟอร์มทันที โดยอัลกอริทึมที่ใช้ในการเฉลี่ยมูลค่าและราคาของ ≋LBR หรือ Global Libra Coin มีผู้เชี่ยวชาญกลไกการเงินระดับโลกส่วนหนึ่งคาดการณ์ว่า คงต้องใช้เทคนิค SDR หรือ  Special Drawing Rights เหมือนที่ IMF หรือกองทุนการเงินระหว่างประเทศใช้เฉลี่ยถ่วงดุลทีเดียว

ถึงตรงนี้… Libra Coin นอกจากจะไม่ตายแล้ว ยังเกิดใหม่บนโลกความจริงมากขึ้น ที่พันธกิจและวิสัยทัศน์ไม่ได้เล็กลงเลยแม้แต่น้อย เราอาจจะได้เห็น LibraTHB หรือ ≋THB ที่มีเงินบาทในตะกร้าของ Libra ด้วยก็ได้ ซึ่งข่าวคราวความเคลื่อนไหวการพัฒนา BlockChain ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เงียบหายไป ไม่มีข่าวคราวจากฝั่งนักพัฒนา BlockChain ตลอดช่วงต้นปีมานี้… อาจจะไม่ใช่เพราะวิกฤต COVID-19 ก็ได้

ใครเป็นใครเดี๋ยวอีกไม่นานก็ชัดเจนกว่านี้… แต่ที่แน่ๆ ซาก Libra ที่หลายฝ่ายเมินใส่และทิ้งไว้ข้างทางเมื่อปีที่แล้ว… ฟื้นแล้วครับ!

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email