ซื้อมา-ขายไป… แบบ KODIT.IO

ผมมอนิเตอร์โมเดลธุรกิจฝั่ง PropTech มานานกว่า 3 ปีแล้วครับ สิ่งที่ผมทำหลักๆ คือการติดตามเงินทุนของ Venture Capital ที่ไหลไปลงทุนกับโมเดลธุรกิจในเวทีต่างๆ… สองสามวันก่อนมีข่าว Feed จาก techcrunch.com โผล่เข้ามาในมือถือของผม

เฮดไลน์ของข่าวเขียนว่า “PropTech startup Kodit.io raises $13M to automate house buying and selling”

ผมไม่รู้จักชื่อ Kodit มาก่อนจึงสนใจใฝ่รู้และตามข่าวเข้าไปดูรายละเอียด… Kodit เป็น PropTech Startup จากเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ครับ… ไม่น่าแปลกใจที่ผมจะไม่รู้จัก Kodit เพราะข้อมูลข่าวสารจากฝั่งยุโรป เป็นอะไรที่ห่างไกลการรับรู้และเข้าใจสำหรับผม… ถ้าไม่เจาะจงค้นหาเฉพาะเรื่อง เฉพาะประเด็น… โอกาสจะได้สัมผัสเหมือนข้อมูลแบบบังเอิญจะค่อนข้างน้อย… ความน่าสนใจของ Kodit อยู่ที่คำโฆษณาที่ว่า “คุณสามารถขายบ้านได้ใน 48 ชั่วโมง”

เอาหล่ะ… เบื้องต้นมาดูโมเดลธุรกิจของ Kodit กันก่อนครับ… Kodit เป็นแพล็ตฟอร์มประเมินราคาเพื่อซื้อขายที่อยู่อาศัย… การประเมินราคา Kodit ใช้ Artificial Intelligence หรือ AI ในการประเมินราคาครับ โดย Kodit เคลมว่า… สามารถ “เสนอราคาซื้อ” ให้เจ้าของบ้านได้ภายใน 24 ชั่วโมง…

ผมจงใจใช้คำว่า “เสนอราคาซื้อ” ในโมเดลธุรกิจของ Kodit เพื่อเจาะไปหา Key Opportunities ของโมเดลธุรกิจ… เพราะผมมองว่า Kodit เป็น FinTech ที่ Focus ไปที่ภาคที่อยู่อาศัย… ใช่ครับ Kodit ยินดีเข้าไปซื้อบ้านที่คุณเสนอขายบนแพลตฟอร์มของพวกเขา และ Kodit ก็มีบ้านหลังอื่นๆ เสนอขายให้เช่นกัน ซึ่งคุณจะขายให้พวกเขาแล้วไปซื้อกับเจ้าอื่นก็ได้… ปัจจุบัน Kodit ให้บริการเฉพาะในฟินแลนด์เพียง 7 เมืองเท่านั้น…

ผมนึกถึงโมเดลที่ค่ายรถยนต์ในบ้านเราใช้มานานกับการ… ซื้อรถเก่า ขายรถใหม่… เพียงแต่ Kodit นำมาใช้กับที่อยู่อาศัย และขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับ AI/ML ที่สามารถประเมินราคาและให้ตัวเลขสำหรับการตกลงซื้อขาย ที่ไม่ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อปลายเดือนที่แล้ว… ประเทศไทยเพิ่งประกาศใช้ พระราชบัญญัติการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐพ.ศ. 2562 ซึ่งผมคิดว่า… สุดท้ายแล้วการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์แบบเรียลไทม์ของจริง คงไปจบที่ AI/ML เหมือนที่ Kodit ใช้… ซึ่งในบ้านเราก็มี่ Real Estate Tech Firm ชื่อดังอย่าง Baania.com เจ้าของแพล็ตฟอร์ม Bestimate แจกจ่ายใช้ฟรีให้พวกเราได้ใช้เทคโนโลยีระดับโลกในการประเมินราคาบ้านเช่นกัน

สุดท้าย… Kodit กับเงินลงทุนตามข่าวที่ผมไต่ไปค้นคว้าข้อมูล… เป็นข่าวเก่าที่เกิดขึ้นตั้งแต่กลางปี 2018 แล้ว… และนั่นไม่ใช่เงินลงทุนก้อนแรกที่ Kodit ดึงเข้าแพล็ตฟอร์มได้ เพราะโมเดลธุรกิจแบบนี้ เงินลงทุนเกือบทั้งหมดถ้าไม่อยู่ในเงินสด ก็อยู่ในอสังหาริมทรัพย์รอขาย การระดมทุนเพิ่มเติมสำหรับ Kodit น่าจะมีอีกหลายรอบทีเดียวครับ… เอาเข้าจริงๆ ผมนึกถึง “กองรีท” หรือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT : Real Estate Investment Trust) ที่มีให้บริการนักลงทุนในบ้านเรา… ผมมองว่าถ้าเราเอาโมเดลและแพลตฟอร์มแบบ Kodit มาใช้บ้าง… ผมคิดว่ากองรีทที่ขับเคลื่อนกลยุทธ์แบบนี้ น่าจะดึงเงินจากกระเป๋านักลงทุนได้ไม่น้อย และราคาหน่วยลงทุนในตลาดหลักทรัพย์คงหวือหวาน่าสนใจ…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Tony Hsieh Delivering Happiness

Delivering Happiness – Tony Hsieh

ในระหว่างที่ Zappos ใกล้จะบรรลุข้อตกลงกับ Amazon อยู่นั้น… Tony Hsieh ก็เริ่มเขียนหนังสือชื่อ Delivering Happiness ก่อนจะตีพิมพ์ออกวางตลาดในปี 2010 และกลายเป็นหนังสือขายดีอันดับหนึ่งใน New York Times Best Seller List ยาวนานถึง 27 สัปดาห์… และยังคงเป็นหนังสือเล่มหลักที่คนทำธุรกิจในปัจจุบันทั่วโลกต้องอ่าน

Diem Coin

Diem Dollar… Stable Coin ผู้รอดจากเหตุการณ์รุมบังคับทำแท้ง Libra Coin

1 ธันวาคม 2020… The Libra Association ภายใต้การนำของ Stuart Levey ก็ยอมถอยโดยการรีแบรนด์จาก Libra Association ไปเป็น Diem Association และทิ้งชื่อเหรียญดิจิทัล Libra เปลี่ยนชื่อเป็น Diem Coin หรือ Diem Dollar…

Theodore Levitt

People Don’t Want to Buy a Quarter-inch Drill. They Want a Quarter-inch Hole! ~Theodore Levitt

คำว่า “โลกาภิวัตน์ หรือ Globalization” ซึ่งมีคนเผยแพร่ครั้งแรกผ่านบทความเรื่อง “Globalization of Markets” ในวารสาร Harvard Business Review ฉบับประจำเดือน พฤษภาคม–มิถุนายน 1983… บทความชิ้นนั้นเขียนโดยนักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อ Theodore Levitt

Chiang Mai Initiative Multilateralisation… กลไกการเงินการคลังของอาเซียน +3

มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ หรือ Chiang Mai Initiative หรือ CMI เกิดขึ้นสืบเนื่องจากการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปี 2540-2541 โดยประเทศต่างๆ ได้ประสบปัญหาดุลการชำระเงินโดยการขาดสภาพคล่องในระยะสั้น และต่อมาได้เข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนี้ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภูมิภาคในหลายด้าน ทั้งในแง่ของการขยายตัวและเสถียรภาพของเศรษฐกิจ และเสถียรภาพด้านต่างประเทศของประเทศในภูมิภาค