Investors That Do The Best, and Have Done The Best… – John Paulson

John paulson

บรรยากาศตลาดหุ้นไทยเมื่อวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2020 ที่ผ่านมาต้องบอกว่า… เป็นศุกร์ 13 ที่ต้องบันทึกและจดจำอีกครั้งหนึ่งเมื่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต้องหยุดทำการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว เป็นเวลา 30 นาที ตั้งแต่เวลา 09:59 -10:29 นาฬิกา… สาเหตุจากดัชนีราคาหลักทรัพย์ปรับตัวลดลง 111.52 จุด คิดเป็น 10.00% จากดัชนีราคาปิดของวันทำการก่อนหน้า ที่ศัพท์เทคนิคในตลาดหุ้นเรียกกันว่า… เซอร์กิตเบรคเกอร์ หรือ Circuit Breaker

นักลงทุนในตลาดหุ้นเป็นกลุ่มที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อความผันผวน… ยิ่งในภาวะที่สถานการณ์ทางระบาดของ COVID-19 ที่กำลังคุกคามยุโรปจนแตกตื่นไปทั่วโลก ที่บ่งบอกว่า… สถาณการณ์ COVID-19 ได้ระบาดลุกลามระดับโลกที่หมายถึง ประเทศส่วนใหญ่ในโลกพบผู้ติดเชื้อและต้องเฝ้าระวังการระบาดระดับท้องถิ่น หรือเฝ้าระวังการติดต่อลุกลามภายในประเทศของตนเองอย่างเข้มข้น… ซึ่งทั้งหมดกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงภาวะหลายอย่างที่หมายถึง เศษฐกิจและการลงทุนถูกคุกคาม และทั้งหมดสะท้อนผ่านราคาหุ้นทั่วโลกที่ไม่ต้องบรรยายว่า ตลาดไหนพังเท่าไหร่และทรุดแบบไหน

ผมก็เหมือนคนส่วนใหญ่ที่คอยตรวจข่าวและติดตามข่าวสารใกล้ชิดถี่ยิบเหมือนคนอื่นๆ… เพียงแต่ผมจะตามจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ มากกว่าจะไถแอพโซเซี่ยลมีเดียและแอพแชททั้งหลาย หลีกเลี่ยงข่าวลือและข่าวเท็จเพื่อไม่ให้สติถูกปนเปื้อนมากเกินไป… แต่ถึงปานนั้นก็ยังห่อเหี่ยวและซึมเศร้าจนต้องฟังเพลงแบบ Meditation ประเภทเสียงฝนตกฟ้าร้อง เสียงแมลงกลางคืน จนถึงเพล์ลิสต์เพลงกล่อมนอนหรือ Lullabies Playlist กันเลย… แล้วผมก็นึกถึง John Paulson

John Paulson เป็นผู้จัดการกองทุน Paulson & Co ที่โด่งดังจาก Subprime Crisis หรือ วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ที่สินเชื่อบ้านด้อยคุณภาพในสหรัฐอเมริกา สร้างเศรษฐกิจฟองสบู่จากอสังหาริมทรัพย์ จนภาคการเงินการลงทุนและอสังหาริมทรัพย์ ดึงเศรษฐกิจและสังคมอเมริกันลงเหวเป็นลูกโซ่ ลากยาวตั้งแต่ธันวาคม 2007 จนถึงกลางปี 2010 จึงเริ่มคลี่คลายเข้าสู่การฟื้นตัวอย่างชัดเจนอีกครั้ง… ท่ามกลางคำถามมากมายที่มีต่อเศรษฐกิจทุนนิยมสุดขั้วของอเมริกาและอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย

แต่ห้วงเวลาที่ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาแตกเป็นเสี่ยงๆ… John Paulson และกองทุน Paulson & Co กลับมีกำไรจากการซื้อสัญญาขายล่วงหน้า Subprime Mortgage เอาไว้ได้ก่อนที่จะเกิดวิกฤต และทำเงินได้มากถึง 3.7 พันล้านดอลลาร์ในขณะที่กองทุนอื่นๆ ในตลาดเสียหายยับเยินหรือแม้แต่ล้มละลายทันทีก็มาก

Demonstrators in Philadelphia in 2008 try to draw attention to the subprime mortgage crisis. Philadelphia is one of the cities backing Miami’s efforts to sue Wells Fargo and Bank of America

John Paulson จึงกลายเป็นคนดังที่ได้รับการยกย่องมากมายถึงขั้นยกให้เป็นผู้หยั่งรู้อนาคตในหมู่นักลงทุน…

แต่เหตุการณ์หลังจากนั้นสำหรับ John Paulson ก็พิสูจน์สัจธรรมการลงทุนอีกครั้งหนึ่งว่า… ไม่มีใครคิดถูกและคาดการณ์แม่นยำตลอดเวลาในตลาดหุ้นและตลาดทุน 

John Paulson และกองทุน Paulson & Co ของเขาขาดทุนอย่างมากถึงขั้นติดอันดับกองทุนผลงานยอดแย่ 10 อันดับเพราะขาดทุนจากการลงทุนกับหุ้นสถาบันการเงินในช่วงที่ ธุรกิจการเงินถูก Disrupted จากเทคโนโลยีการเงินอย่างหนักตั้งแต่ปี 2010 จนถึงปัจจุบัน… แถมการลงทุนในทองคำในช่วงปี 2010-2011 ก็ทำให้กองทุน Paulson & Co ขาดทุนจากขาลงของราคาทองคำ ซึ่งนักลงทุนที่บริหารพอร์ตทองคำจนขาดทุนได้… ต้องถือว่าเข้าขั้นผลงานยอดแย่อย่างไม่น่าให้อภัยทีเดียว

John Paulson เกิดวันที่ 14 ธันวาคม 1955… เริ่มงานแรกในชีวิตกับ Boston Consulting Group ในปี 1980… ก่อนจะกลายเป็นหมาป่าแห่ง Wall Street เต็มตัวในปี 1994 ด้วยการสร้าง Hedge Fund ของตัวเองขึ้นในชื่อ Paulson & Co นั่นเอง… ด้วยทุนตั้งต้นเพียง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กับพนักงาน 1 คน ก่อนจะเติบโตมีมูลค่าสูงถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2003 

ในหนังสือ The Big Short: Inside the Doomsday Machine ของ Michael Lewis ได้เปิดโปงการบิดเบือน Credit Default Swap หรือ CDS ซึ่งเป็นตราสารหนี้ชนิดหนึ่งที่ใช้มูลค่าสินทรัพย์อ้างอิงกำหนดราคา… ซึ่งตราสารแบบนี้จะซื้อขายกันในหมู่สถาบันการเงินและกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ที่คนนอกวงการเข้าถึงได้ยาก และครั้งนั้น CDS ที่ซื้อขายกันใช้สินเชื่อด้อยคุณภาพจากอสังหาริมทรัพย์ หรือ Subprime Mortgage อ้างอิงมูลค่าเกินจริง… เหตุการณ์ครั้งนั้น นอกจากนายแพทย์ที่ผันตัวเองมาเป็นผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์อย่าง Micheal Burry ที่ค้นพบสัญญาณการเกิดวิกฤตครั้งใหญ่เป็นคนแรกๆ แล้ว… ก็มี John Paulson นี่แหละที่ทำเงินได้มากมายจากการ Shorting หรือทำสัญญาขายล่วงหน้าในราคาสูงและซื้อส่งมอบตามสัญญาในราคาที่ต่ำมากๆ… กรณีของ John Paulson ถือว่าซื้อตราสารหนี้ส่งมอบตามสัญญาหลังฟองสบู่แตกในราคาเหมือนได้เปล่า จึงทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดังมากในเวลานั้น

แต่ฝีมือการบริหารกองทุนของ John Paulson ทั้งก่อนหน้าและหลัง Subprime Crisis… หลายเสียงบอกว่าน่าผิดหวัง ถึงขั้นหลายคนตราหน้าเขาว่าเป็นเพียงนักพนันใน Wall Street ที่แทงถูกในกรณี Subprime Crisis เพียงครั้งเดียว

กรณีของ John Paulson ในมุมมองส่วนตัวผมคิดว่า… เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่มีใครทายถูกหรอกว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น… เพราะอนาคตเกิดขึ้นได้หลายแบบมากหากเรามองจากปัจจุบัน ซึ่งการลงทุนทุกแบบเป็นการเทความเชื่อมั่นให้อนาคตที่เราเชื่อเท่านั้นเอง… ส่วนความเชื่อจะมากแค่ไหนและตัวแปรอะไรบ้างก็คงต้องเรียนรู้เป็นรายกรณีไป… ซึ่งการผิดพลาดล้มเหลวเพื่อเรียนรู้ ก็ยังคงเป็น Mindset เดียวที่จะพาเราออกจากความล้มเหลวไปสู่อนาคตที่ไม่ล้มเหลวได้

ตัว John Paulson เองเคยกล่าวไว้ว่า… Investors that do the best, and have done the best, are those that stay and compound at above-average rates over the long term. นักลงทุนจะทำในสิ่งที่ยอดเยี่ยม และจบให้ยอดเยี่ยมด้วยทุกสิ่งที่ถือครองและกระจายสัดส่วนลงทุน ล้วนหวังสร้างผลตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาว

เวบไซต์ GuruFocus.com ได้รายงานสถานะกองทุน Paulson & Co ว่ายังมีมูลค่ารวม  4.63 พันล้านดอลลาร์ และ Turnover rate ต่ำเพียง 8% ที่หมายถึงการลงทุนของ Paulson & Co มีการเปลี่ยนแปลงและปรับพอร์ตไม่มาก ซึ่งน่าจะเป็นการลงทุนระยะยาวที่ผ่านการวิเคราะห์มาอย่างดี… และการเติบโตของกองทุนเข้าสู่ 4.63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ 26 ของ Paulson & Co ก็พิสูจน์ได้เช่นกันว่า… John Paulson ไม่น่าจะใช่นักพนันธรรมดาที่พึ่งโชคอย่างที่หลายคนดูแคลน

ที่จะบอกก็คือ… ในภาวะที่ตลาดหุ้นและเศรษฐกิจผันผวนในทิศทางทรุดมากกว่าทรงตัวแบบนี้ ก็หวังแต่ว่าหลายๆ ท่านจะงัดเครื่องมือจัดการความเสี่ยงออกมาใช้ให้ถูกจังหวะเวลา… และที่เหลือก็ปล่อยให้อนาคตที่เราประเมินไว้หลายๆ แบบ… เกิดขึ้นและติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

สุขสันต์วันอาทิตย์ครับ

อ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/John_Paulson
http://www.paulsonco.com/
https://www.gurufocus.com/guru/john+paulson/current-portfolio/portfolio

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line ท่านจะได้ Link บทความใหม่ทุกเช้า

Related Post

Parking

Autonomous… กับผังเมืองในอนาคต 

เมื่อห้วงเวลาที่รถวิ่งได้เองโดยไม่ต้องรอคนมาขับ… รถก็ไม่ต้องจอดและสามารถวิ่งไปรับผู้โดยสารรายอื่นได้อีกเรื่อยๆ… และสิ่งที่จะหายไปคือพื้นที่จอดรถมากมายจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางอื่น… ถ้าเทียบตัวเลขจาก Uber ที่ประเมินตัวเลขที่จอดรถจะหายไปเมื่อใช้ Ride-Sharing คือ 275 เท่าของพื้นที่สวนลุมพินี… ซึ่งล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 พระราชทานเนื้อที่สร้างสวนลุมพินีไว้ 360 ไร่ครับ… คูณ 275 ก็จะมีเนื้อที่ราวๆ 99,000 ไร่ที่ไม่ต้องเอามาทำที่จอดรถ

Piggy Bank

สินเชื่อส่งเสริมการจ้างงาน…

โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน วงเงิน 30,000 ล้านบาท จะเป็นสินเชื่อเพื่อ Refinance ได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินปล่อยกู้ของแต่ละธนาคาร… หรือครึ่งหนึ่งของวงเงินเครดิตที่ธนาคารอนุมัติให้ผู้ประกอบการก่อนหน้านี้ในภาวะปกติ ที่ใช้หมุนเวียนทำธุรกิจ… โดยมีระยะเวลาการยื่นคำขอกู้ตั้งแต่ เริ่มโครงการจนถึง 31 ธันวาคม 2563… หรือจนกว่าวงเงินโครงการนี้จะหมด โดยวงเงินสินเชื่อที่ได้รับการอนุมัติเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน จำนวน 30,000 ล้านบาท

Peter F. Drucker

Efficiency is Doing Things Right, Effectiveness is Doing the Right Things ~ Peter F. Drucker

Peter F. Drucker ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักคิดที่บุกเบิกแนวคิดด้านการบริหารจัดการขององค์กรธุรกิจสมัยใหม่… มีแนวคิดเรื่องการบริหารจัดการองค์กรที่แตกต่างอย่างมาก จากนักคิดด้านการบริหารรุ่นเดียวกัน ซึ่งการนำเสนอแนวคิดการบริหารธุรกิจของ Drucker จะมีหลักวิชาการรองรับ และมีวิธีคิดที่เป็นระบบแบบแผน ซึ่งโดดเด่นอย่างมากในการอธิบายและเชื่อมโยงนิเวศวิทยาสังคมที่สลับซับซ้อน… และถอดแนวคิดเป็นทั้งทฤษฎี และ แนวปฏิบัติที่นำไปใช้ได้จริงจนเกิดมรรคผลมากมายจากนักบริหารทั่วโลก

Deng Xiaoping

เคารพความรู้ เคารพความสามารถของบุคคล ~ เติ้ง เสี่ยว ผิง

คนจีนเชื่อกันสุดใจว่า จีนมีวันนี้เพราะชายร่างเล็กที่เป็น “ผู้นำที่ประเสริฐยิ่ง” และเป็นอัจฉริยะในทัศนชาวจีน ทั้งในฐานะ นักทฤษฎีลัทธิมาร์กซิสม์… นักปฏิวัติชนชั้นกรรมาชีพที่ยิ่งใหญ่… นักปกครอง… นักการทหาร… นักการต่างประเทศ และ สถาปนิกใหญ่ ผู้ออกแบบความทันสมัยให้ชาติและปฏิรูประบบสังคมนิยมจีน…และมหารัฐบุรุษของชาวจีนท่านนี้คือ… เติ้งเสี่ยวผิง