ดอกเบี้ยเงินฝาก… ความหวังถัดมาของวงการอสังหาริมทรัพย์ 

ตลาดเงินตลาดทุนช่วงนี้ถือว่า… ปั่นป่วนในมุมมองของผมมาก เพื่อนฝูงหลายท่านที่ทำงานประจำ กำลังวุ่นวายกับกองทุนที่ปีนี้น่าจะเป็นปีสุดท้าย ที่คนมีเงินเย็นจะต้องคิดหนักเรื่องหาที่พักเงิน ถ้า… สุดท้ายแล้ว การซื้อกองทุนเพื่อใช้ลดภาษีจะไม่มีอีกแล้วในปีถัดไป

ไม่นับที่ กนง ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา… กดดันดอกเบี้ยเงินฝากทั้งระบบให้หลายคนต้องคิดหนักเหมือนกันว่า… ดอกเบี้ยเงินฝากปีหน้าและปีถัดๆ ไปจะยังไงต่อ

แม้แต่ฝั่งสถาบันการเงินเองก็มีความเคลื่อนไหวเรื่องนี้กันไม่น้อยในห้วงเวลานี้… ล่าสุดมีข่าวว่า ผู้บริหารธนาคารต่างเรียกดูยอดเงินฝากประจำที่ใกล้จะครบกำหนดทั้งระบบ เพื่อหาหนทางออกผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่นๆ มาดูดซับเงินฝากประจำเดิมที่อาจจะไหลออกได้ถ้าอยู่เฉยและไม่ปรับเปลี่ยนอะไร

ข่าวว่า… ธนาคารส่วนใหญ่มองอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มที่จะปรับลดลงได้อีก ถ้าตัวเลขเศรษฐกิจไทยแย่ลง…  โดยในส่วนของดอกเบี้ยเงินฝากมีโอกาสไม่มากที่จะเห็นการปรับเพิ่มขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ดังนั้น ผู้มีเงินฝากประจำอาจต้องวิ่งหาทางเลือกอื่นแทนการฝากเงิน เช่น ลงทุนในตราสารอายุ 2-3 ปี

เมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับลดลง แต่ในส่วนของธนาคารยังคงมีต้นทุนในการรับเงินฝาก เฉพาะค่าธรรมเนียม 0.47% ของเงินฝากโดยนำส่งธนาคารแห่งประเทศไทย 0.46% และนำส่งสถาบันคุ้มครองเงินฝากอีก 0.1% ซึ่งหากธนาคารนำเงินไปฝากไว้กับธปท.ก็จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ 1.25% ต่อปี ซึ่งจะขาดทุน ดังนั้นบางธนาคารจึงไม่รับเงินฝากหรือบางธนาคารจำเป็นลดอัตราดอกเบี้ยลง

นี่คือแนวโน้มภาคการเงินที่กำลังจะเกิดขึ้น… แน่นอนว่าสภาพเงินสดท่วมระบบแบบนี้… ธนาคารต้องหาทางออกด้วยการกดดอกเบี้ยเงินฝากทันที… ซึ่งเราได้เห็นการประกาศลดดอกเบี้ยทั้งสองขาลง หลัง กนง. ประกาศดอกเบี้ยนโยบายใหม่ในวันที่ 6 พฤษจิกายนที่ผ่านมา และน่าจะตามมาด้วยผลิตภัณฑ์การออมใหม่ๆ มาเสนอลูกค้าแน่ๆ ในโอกาสอันใกล้… เพื่อลดผลกระทบ ซึ่งลูกค้าเงินฝากประจำของธนาคารส่วนใหญ่ ไม่นิยมโยกเงินไปลงทุนแบบอื่นที่มีความเสี่ยง

ยกเว้นทองคำและที่ดิน

ในจังหว่ะแบบนี้… ผลิตภัณฑ์จากวงการอสังหาริมทรัพย์ก็มีโอกาสที่จะแจ้งเกิดเช่นกันครับ… กรณีคอนโดเทล ที่ถือเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ถือเป็นผลิตภัณฑ์ในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างสรรค์ และสะสม Success Stories เงียบๆ มาระยะหนึ่งแล้ว… ในขณะที่เรื่องราวของ PropTech Startup แพลตฟอร์มต่างๆ ที่เจ้าของบ้านหรือเจ้าของที่ดินสามารถทำธุรกิจบนสินทรัพย์ที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ของตัวเองให้ได้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากเอย… หรือแม้แต่โมเดลใหม่ๆ แบบอื่นๆ ที่ปีหน้า… เราน่าจะได้เห็นโมเดลอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ดึงดูดเงินออมแข่งกับธนาคารเกิดขึ้นก็ได้… 

ผมมีลุ้นเอาใจช่วยอยู่สองสามทีมที่แววดีมากๆ

https://www.thansettakij.com/content/414164?utm_source=grf-eng&utm_medium=partner&utm_campaign=giraff.io

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

นายหน้าอสังหาฯ กับคลื่นดิจิตอลดิสรัปชั่น

ตั้งแต่เริ่มพัฒนาแพล็ตฟอร์ม Properea เมื่อกลางปีที่แล้ว ผมติดต่อสอบถามพูดคุยกับพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่สนุกกับการเป็นนายหน้าทั้งที่ทำเป็นอาชีพหลัก เป็นอาชีพเสริมและมือสมัครเล่นหลายท่าน… มีสองสามท่านที่เป็นหุ้นส่วนบริษัทนายหน้าซื้อขายบ้านที่ดินที่มีทรัพย์อยู่ในมือหลายร้อยรายการด้วย

ศูนย์วิจัยด้านการตลาดการท่องเที่ยว…และ Social Listening By TAT

ปีนี้ Properea… จะโฟกัสตลาดอสังหาให้เช่าเป็นพิเศษ โดยจะให้ความสำคัญกับโมเดลให้เช่ารายวันอย่างโรงแรม รีสอร์ตและห้องพักรายวันทุกแนว… Properea 2020 จึงโฟกัสข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและการเดินทาง ซึ่งผมและที่ปรึกษากิติมศักดิ์สองสามท่านที่กรุณากับผมมาตลอด มองว่า…  ยังเหลือปลายทางอีกไกลกว่าจะเจอทางตันของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในโมเดลที่สามารถสร้างสรรค์พลวัตรได้มากกว่าแค่ที่พักและอาหาร

Rubber Laber

ความเคลื่อนไหวของราคายางพารา

เวบไซต์การยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. ได้ขึ้นสไลด์ประกาศราคาน้ำยางสดหน้าโรงงานค่า DRC หรือ Dry Rubber Content หรือ ปริมาณเนื้อยางแห้ง ไม่ต่ำกว่า 35% ประจำวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ราคากิโลกรัมละ 44.30 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงต้นปีที่ราคากิโลกรัมละ 40 บาทเศษ แต่ก็ยังต่ำกว่าราคาเป้าหมายที่พี่น้องชาวสวนยางอยากเห็น เพื่อชดเชยต้นทุนและต้นทุนแฝงมากมายกว่าจะได้น้ำยาง 1 กิโลกรัม

เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน… เห้อออ!

ในขณะที่อู่ตะเภาและ EEC ร้อนแรงชนิดที่มีเอกชนแห่ไปซื้อซองกับกองทัพเรือกว่าสี่สิบราย แต่ฝั่ง SEZ หรือ Spacial Economic Zone หัวเมืองชายแดนอย่าง แม่สอด มุกดาหาร นครพนม และหนองคาย กรมธนารักษ์ต้องปัดฝุ่นเงื่อนไขต่างๆ เพื่อเปิดให้เอกชนยื่นซองประกวดราคารอบสองรอบสามกันแล้ว