Properea

หลายวันก่อนผมได้ฟัง Podcast ช่อง Mission to the Moon ที่คุณแทป รวิศ หาญอุตสาหะ ซีอีโอศรีจันทร์ และคนเขียนหนังสือขายดีชื่อ “จะไปดวงจันทร์อย่าหยุดแค่ปากซอย” พูดถึง Innovation Capital หรือแปลเป็นไทยว่า “ทุนนวัตกรรม”… โดยยกเรื่องเล่าของนักประดิษฐ์ ที่เป็นตำนานของโลกสองคนมาเปรียบเทียบกันเป็นกรณีศึกษา

คนหนึ่งคือ Thomas Alwar Edison และอีกคนหนึ่งคือ Nikola Tesla… ซึ่งผมคิดว่าทุกท่านคงพอจะเคยได้ยินชื่อของทั้งสองคนนี้เป็นอย่างดี… เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า Edison เป็นนักประดิษฐ์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการก่อตั้งธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ GE พร้อมตำนานการประดิษฐ์ของใช้มากมายที่อำนวยความสะดวกสะบายให้ผู้คน ร่ำรวยและประสบความสำเร็จทุกด้าน… ในขณะที่ Nicola Tesla วัย 86 ปีเสียเสียชีวิตเพียงลำพังในโรงแรม New Yorker Hotel ที่มีเพียงพนักงานทำความสะอาดเป็นผู้พบศพ ที่คาดว่าหัวใจล้มเหลวอย่างเดียวดายมาแล้วสองวัน

Tesla เคยทำงานกับ Edison และ GE มาก่อนแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพียงสองปีในสำนักงานปารีส และหนึ่งปีในนิวยอร์ค และสิ่งประดิษฐ์หลายอย่างของ Tesla เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับและไฟฟ้าแรงสูง สร้างคุณูประการต่อพลเมืองโลกมาจนถึงปัจจุบัน

อย่างที่บอก… Tesla เข้าทำงานที่ Continental Edison Company ตั้งแต่ปี 1882 ในสำนักงาน Paris ก่อนจะย้ายมาอเมริกาในอีกสองปีต่อมาและลาออกจาก Edison Company ช่วงต้นปี 1885… เพื่อเปิดโรงงานผลิตหลอดไฟฟ้าทรงโค้ง ซึ่งเป็นสิทธิบัตรของ Tesla ชื่อ Tesla Electric Light & Manufacturing รวมทั้ง พัฒนาและผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ รวมทั้ง Induction Motor และอีกมากมายไม่ต่างจากที่ Edison ทำ

ประเด็นมีอยู่ว่า… ในทางธุรกิจ ทุกคนยอมรับว่า Thomas Alwar Edison เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในขณะที่ Nokola Tesla เป็นนักธุรกิจที่หมดตัวเมื่อแก่ ทั้งๆ ที่สิ่งประดิษฐ์และสินค้าของ Tasla ถูกพัฒนาต่อเนื่องและกระจายขายไปทั่วโลก ซึ่งถ้าวัดกันด้วย Impact Factors ต่อผู้คน… คนส่วนใหญ่ยกให้งานและธุรกิจของ Tasla เหนือกว่า GE มาก

การถอดบทเรียนเป็นกรณีศึกษา จากนักประดิษฐ์ทั้งสองคนจึงน่าสนใจอย่างยิ่ง… หลายสำนักรวมทั้ง Podcast ของคุณแทปเองก็เปิดประเด็นไว้น่าสนใจหลายประเด็น… ท่านที่สนใจลองค้นบน App Podcast ดังๆ ก็เจอครับ… 

สำหรับผม… ประเด็นที่น่าสนใจมีเพียงเรื่องเดียวที่ต่างคือ Edison เป็นนักประดิษฐ์ที่มี Business Value ที่สะสมเครือข่ายและทักษะเพื่อประสบความสำเร็จเท่านั้น ในขณะที่ Tesla มีเพียงทักษะนักวิทยาศาสตร์และนักประดิษฐ์ ที่มาจากพรสวรรค์อยู่หลายส่วน และยัง Focus อยู่กับสิ่งที่ตัวเองสนใจมากกว่าจะใส่ใจความสนใจของคนอื่น

สำหรับผม… การประดิษฐ์หรือคิดค้นอะไรเจ๋งๆ ได้… แต่เล่าให้ใครฟังไม่เข้าใจ… หรือเข้าใจแต่เขาไม่เชื่อว่าทำได้… หรือเชื่อว่าทำได้แต่คิดว่าขายไม่ออก… น่าจะมีอีกหลายอย่างที่ต้องกลับไปทบทวน

เป็นข่าวร้ายของการนำเสนองาน ที่ไม่สามารถโน้มน้าวแม้แต่เพื่อนร่วมงาน หรือทุนที่ยอมนั่งลงฟังคุณ Present จนจบ… แต่ไม่เชื่อ ไม่ชอบ ไม่เอาด้วยกับสิ่งที่คุณเล่ามาทั้งหมด

จงนำงานกลับไปทบทวนครับ… ไปค้นหา Value ในสิ่งที่คุณเชื่อว่าตัวเองและทีมมี ออกแบบสารให้ผู้ชม หรือ Target Audience เข้าใจง่ายและต้องมนต์ให้ได้!!!

ถ้านวัตกรรมนั้นดีแล้ว เจ๋งแล้ว… ก็ไม่ได้แปลว่าคุณมี Innovation Capital ครบแล้วอย่างที่เข้าใจ… หลายครั้งคุณต้องมี Value อื่นเสริมเป็นองค์ประกอบอีกมาก

ส่งกำลังใจถึง เพื่อนๆ น้องๆ ที่กำลังซ้อม Pitching เพื่อคว้ารางวัลที่มีหลายเวทีในช่วงครึ่งปีหลังนี้…