Information Overload และ Data Flood

ท่านที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับ Data ในธุรกิจที่ผมรู้จัก ทั้งที่รู้จักมักคุ้นและรู้จักผ่านสายสัมพันธ์หลายทอด อย่างเพื่อนของเพื่อนหรือแม้แต่ครอบครัวของคนที่รู้จักกับคนที่รู้จักผม… หลายท่านทักทายสอบถามและแลกเปลี่ยน เกี่ยวกับข้อมูล หรือ Data ที่ท่านกำลังกระตือรือร้นและอยากสัมผัสประสบการณ์ที่ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับข้อมูล

หลายท่านทราบดีอยู่แล้วว่า ศาสตร์ของข้อมูลจะเริ่มต้นที่ “ข้อมูลกับประโยชน์ที่ได้จากข้อมูล” ซึ่งข้อมูลก็เหมือนกับทรัพยากรทุกอย่างบนโลกใบนี้ ที่การมีไว้แต่ไร้ประโยชน์ หลายกรณีมีต้นทุนแฝงที่คาดไม่ถึง เกาะกินการมีไว้แบบทิ้งก็เสียดาย เข้าข่าย Sunk Cost Fallacy อันเป็นความรู้สึกว่าสิ่งที่ไร้ประโยชน์ตรงหน้า มันเคยมีคุณค่ามาก่อน และในภายภาคหน้าอาจจะได้ใช้มันอีกเมื่อไหร่ก็ได้

พอหันกลับมาดูทรัพยากรดิจิทัลอย่างข้อมูล… สิ่งที่เราเจอกันเป็นส่วนใหญ่หลังจากพยายามเก็บข้อมูลมาระยะหนึ่งก็จะเจอปัญหาว่า… ข้อมูลเยอะมากและเริ่มเห็นต้นทุนการดูแลข้อมูลเหล่านี้ ตั้งแต่ค่าเช่าพื้นที่ Cloud Storage ที่ต้องจ่ายรายเดือนกันสูงขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงต้องจ้างคนมาจัดการข้อมูลเยอะแยะที่น่าสนใจเต็มไปหมดเหล่านี้… ที่สำคัญคือ ค่าจ้างหรือเงินเดือนผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลก็แพงและหาตัวยาก ถึงขั้นที่องค์กรใหญ่ๆ ทุนหนาๆ ตั้งทีม Head Hunter ไล่ล่าดึงตัวกันแบบไม่เกรงใจใครก็มี

มายาคติเรื่อง Data ในโลกธุรกิจในปัจจุบัน จึงมีสีสันและความเคลื่อนไหวที่ไกลออกไปจากพื้นฐานที่ควรจะเป็นในหลายๆ กรณี โดยเฉพาะเมื่อเราต้องอยู่ในโลกที่ข้อมูลไหลล้น World Wide Web และดูเหมือนจะสำคัญและน่าสนใจเต็มไปหมด

Credit: CloudTweaks.com | Al Johnson Jr.

หลายวันก่อนมีเพื่อนใหม่ทักเข้ามาคุยเรื่อง Data Overload หรือ Information Overload กันยาวเหยียดจนต้องโทรคุยเพราะขี้เกียจพิมพ์เป็นข้อความทั้งสองฝ่าย… การพูดคุยวันนั้นได้ข้อสรุปค่อนข้างน่าสนใจ จนผมอยากเอาแชร์ต่อเผื่อหลายท่านที่กำลังจะลุย Data ตั้งแต่ต้นปี ที่หลายฝ่ายเชื่อว่า แม้สภาพเศรษฐกิจทั่วโลกยังทรงๆ ทรุดและสิ้นสุดทางเลื่อน แบบที่เคยเลื่อนไหลกันไปตามกระแส เหมือนในอดีตที่บ้านเรามีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศปีละ 30-40 ล้านคนต่อปี แค่เปิดร้านอาหาร ทำห้องพักก็ได้รับอานิสงส์ ซึ่งเติบโตเลื่อนไหลไปตามสภาพเศรษฐกิจและคนเดินทาง… แต่หลังจากนี้คงไม่มีทางเลื่อนแบบนั้นให้ธุรกิจไหนได้ไหลอีกแล้ว นอกจากจะออกแรงเดินต่อด้วยลำแข้ง… และ Data ที่เหมือนป้ายบอกทางว่าจะเดินต่อไปทางไหน แล้วควรหรือต้องทำอะไรต่อ ณ จุดไหนในเบื้องหน้า… จึงสำคัญมาก

ข้อควรระวังก็คือ การใช้ป้ายบอกทางที่มีมากมายต้องสนใจเฉพาะป้ายที่จะพาเราไปถึงเป้าหมาย กับป้ายที่จะช่วยเราให้ถึงเป้าหมายเร็วขึ้นและสะดวกสบายกว่า…เท่านั้น ข้อสรุปแรกเกี่ยวกับการเลือก Data จึงต้องเลือกจากภายในที่ออกมาจากแกนของกิจการ หรือ Core Business ทั้งหมด และไปไล่ดูว่า จุดแข็ง/จุดอ่อน/อุปสรรค/โอกาส ที่เห็นจากข้อมูลบน Core Business แล้วค่อยไปเลือกข้อมูลจากภายนอก โดยเฉพาะข้อมูลจากโซเชี่ยล หรือแม้แต่ข้อมูลในกระแสหลักๆ นอก Core Business มาใช้

และต้องระมัดระวังแนวโน้มนั่น แนวโน้มนี่ที่มีเผยแพร่อยู่มากในอินเตอร์เน็ต ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในกลไกการเผยแพร่ข้อมูลโคตรดึงดูดที่มีคำว่า “แนวโน้ม หรือ Trends” อยู่ใน Title ที่เผยแพร่มากมาย… ที่จะบอกในฐานะคนเผยแพร่ก็คือ ส่วนใหญ่ข้อมูลเหล่านี้เป็นความคิดเห็นในมุมมองและบริบทจากคนทำข้อมูลแนวโน้มเหล่านั้น… ผมบอกไม่ได้ว่าดีหรือไม่ดี แต่ถ้าเข้ากับบริบทที่ท่านสามารถใช้ประโยชน์ได้โดยตรง โดยรวมแล้วก็น่าจะดี

ข้อแนะนำต่อมามีว่า… ข้อมูลจากภายนอกที่ใช้ประโยชน์ได้จริงเท่านั้นที่ควรสนใจและเสียเวลาด้วย!

หาไม่แล้วหละก็… ท่านจะเจอภัยข้อมูลท่วม หรือ Data Flood เข้าไปก็อาจจะแย่ได้เหมือนกัน และหวังว่าปีหน้านี้ หลายๆ ท่านจะปรับตัวอยู่กับ Data ให้ได้โดยไม่คับข้องและเคร่งเครียดเกินไป

ขอบคุณที่ติดตามครับ!!!

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

e-QLands และ บริการจดทะเบียนที่ดินออนไลน์ข้ามสำนักงาน

กรมที่ดินได้เปิดบริการ “จดทะเบียนที่ดินข้ามสำนักงาน” หรือ จดทะเบียนที่ดินออนไลน์ให้ชาวกรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดแรก… ซึ่งจะทำให้คนกรุงเทพที่ต้องทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ สามารถใช้บริการ ณ สำนักงานที่ดินที่สะดวก หรือ ใกล้บ้านได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานที่ดินพื้นที่ก็ได้

Rock mining

หินก่อสร้าง… โอกาสและแนวโน้มเหมืองหินโรงโม่

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กำลังพิจารณาแหล่งหินรอบ EEC ในรัศมี 100 กิโลเมตรเพื่อส่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกำหนดพื้นที่แหล่งแร่หินอุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้าง ซึ่งหากผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการก็สามารถประกาศเป็นแหล่งแร่หินอุตสาหกรรมได้… จากนั้นก็เปิดให้เอกชนเข้ามาสำรวจ และขอประทานบัตรต่อไป

Aerogels

Aerogel… วัสดุแห่งอนาคต

คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของ Aerogel ก็คือ ความสามารถในการ “ป้องกันการถ่ายเทความร้อน” ได้ทั้งแบบ Convection หรือ การพาความร้อน… Conduction หรือ การนำความร้อน และแบบ Radiation หรือ การแผ่รังสีความร้อน… Aerogel จึงถูกจัดให้เป็นฉนวนความร้อนที่ดีที่สุดในโลก และมีการใช้ Silica Aerogels และ Carbon Aerogels มาพัฒนาเป็นวัสดุฉนวนในผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งวัสดุก่อสร้างและตกแต่งซึ่งจะมีบทบาทอย่างมากในอนาคตอันใกล้

m-CBDC Bridge

Inthanon–LionRock และ m-CBDC Bridge… โครงการพัฒนาการโอนเงินระหว่างประเทศด้วย DLT โดยธนาคารแห่งประเทศไทยและพันธมิตร

โครงการ m-CBDC Bridge จะเป็นการพัฒนาต่อยอดจากโครงการ Inthanon–LionRock ซึ่งริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2019 และลงนามระหว่าง BOT และ HKMA ได้ตั้งแต่ต้นปี 2020 ก่อนจะเข้าสู่การพัฒนาในระยะที่สองภายใต้ชื่อ Inthanon–LionRock1 พร้อมพันธมิตรเพิ่มเติมจากธนาคารกลางแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ ธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าร่วมจนนำมาสู่การลงนามในโครงการ m-CBDC Bridge นั่นเอง