แนวโน้มเงินเฟ้อในวันที่เงินหาไม่ง่ายและค่าใช้จ่ายแพงขึ้น!

Inflation

ตั้งแต่กลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา… ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 15 ท่ามกลางความฝืดเคืองในการทำมาหากิน หรือ แม้แต่ค้าขายทำธุรกิจท่ามกลางวิกฤตโควิด ในขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไป หรือ ดัชนีราคาผู้บริโภค เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2564 จาก สนค หรือ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าอยู่ที่ 99.93 เพิ่มขึ้น 0.38% จากเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2564 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่สาม… ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ย 6 เดือนช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2564 เพิ่มขึ้น 0.89%

สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อยังคงขยายตัวสูงขึ้น มาจากราคาพลังงาน 8.95% โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้นสูงถึง 27.60% รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของสินค้าในกลุ่มอาหารสด เช่น เนื้อสุกร เพราะเกิดโรคระบาด ไข่ไก่ มีการปลดแม่ไก่ ผลไม้สด มีความต้องการเพิ่มทั้งในและต่างประเทศ เครื่องประกอบอาหาร และ น้ำมันพืช ที่ปรับตัวสูงขึ้น 

แต่เศรษฐกิจได้รับผลดีจากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา และ การลดลงของอาหารสดบางประเภท เช่น ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว และ ผักสด ที่เป็นปัจจัยทอนให้เงินเฟ้อในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2564 ชะลอตัว และ ไม่เพิ่มสูงเร็วเกินไป ขณะที่สินค้าในหมวดอื่นๆ ยังเคลื่อนไหวในทิศทางปกติ สอดคล้องกับปริมาณการผลิตและความต้องการ

คุณวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าให้ข้อมูลว่า… แนวโน้มเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลัง พ.ศ. 2564 คาดว่าไตรมาส 3 จะขยายตัว 2.13% ไตรมาส 4 ขยายตัว 2.37% เพราะยังคงได้รับอิทธิพลจากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณฟื้นตัวในหลายประเทศ ส่งผลดีต่อการส่งออกและภาคการผลิตที่ต่อเนื่องกับการส่งออก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปียังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ก็จะไม่ขยายตัวมาก เนื่องจากสถานการณ์โควิดในประเทศ ยังเป็นข้อจำกัดที่ชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และ มีโอกาสที่ภาครัฐจะมีการใช้หรือขยายมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐอีก ทำให้อัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อเคลื่อนไหวในกรอบที่จำกัด… ทั้งนี้ ผลจากสมมติฐานที่เปลี่ยนไป กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับสมมติฐานประมาณการเงินเฟ้อปี 2564 ใหม่ โดยคาดว่าทั้งปีจะอยู่ที่ 0.7-1.7% โดยมีค่ากลางเท่ากับ 1.2% มีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย หรือ GDP 1.5-2.5% จากเดิม 2.5-3.5% น้ำมันดิบดูไบ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิม 55-65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และ อัตราแลกเปลี่ยน 30-32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากเดิม 29-31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลวิเคราะห์เกี่ยวกับเงินเฟ้อในช่วงเวลาเดียวกันนี้จากนักวิเคราะห์ธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่า… แนวโน้มสถานการณ์เงินเฟ้อทั่วโลกปรับตัวสูงในทิศทางเดียวกัน ด้วยอัตราใกล้เคียงกัน ทำให้เงินเฟ้อโลกที่สูงขึ้นจะส่งผลต่อเงินเฟ้อของไทยไม่มากนัก เพราะนอกจากเงินเฟ้อโลกที่สูงขึ้นจะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวจากกำลังซื้อที่อั้นมาจากช่วงก่อนหน้า หรือ Pent-up Demand และ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของภาครัฐทั่วโลก รวมทั้งปัจจัยพิเศษอย่างราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก หรือ World Commodity Price ที่ปรับสูงขึ้น เนื่องจากการผลิตหยุดชะงักในช่วงโควิดระบาด และ ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์สำหรับขนส่งสินค้า

นอกจากนั้นยังมีเหตุผลอีก 2 ประการที่เชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยจะยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวลคือ…

  1. ตะกร้าเงินเฟ้อไทยมีสัดส่วนสินค้านำเข้า หรือ Import Content ค่อนข้างต่ำประมาณร้อยละ 16 และที่ผ่านมา ผลของราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกต่ออัตราเงินเฟ้อไทยจะส่งผ่านจากราคาน้ำมันโลกมายังราคาน้ำมันในประเทศเป็นหลัก ซึ่งคาดว่าราคาน้ำมันในประเทศในระยะข้างหน้าจะไม่ปรับสูงขึ้นมาก เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามปริมาณการผลิตน้ำมันของสหรัฐอเมริกา และ กลุ่ม OPEC+ ที่จะทยอยปรับเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำมันที่มากขึ้น… และ ประเทศไทยมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือดูแลราคาน้ำมันในประเทศ ทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกของไทยอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่ากับการปรับราคาน้ำมันในตลาดโลก… ส่วนผลกระทบทางอ้อม หรือ Second Round Effect จากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันต่ออัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน และ อัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารสดมีจำกัดเช่นกัน เพราะข้อมูลในอดีตชี้ว่า ราคาน้ำมันจะกระทบราคาอาหารและต้นทุนในการผลิตสินค้าอย่างมีนัยสำคัญ ต่อเมื่อราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นอย่างมากและติดต่อกันเป็นเวลานาน 
  2. ต้นทุนการผลิตอื่นที่เพิ่มขึ้นส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการได้น้อย แม้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่ปรับสูงขึ้นจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตปรับเพิ่มขึ้นบ้างในบางอุตสาหกรรม แต่จะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อไทยค่อนข้างจำกัด เพราะต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจากกลุ่มโลหะหรือเซมิคอนดักเตอร์  จะกระทบจำกัดอยู่เพียงบางกลุ่มสินค้า อาทิ ยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งมีสัดส่วนไม่มากในตะกร้าเงินเฟ้อไทย… และจากการสำรวจความเห็นของผู้ประกอบการพบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ในระยะสั้นประมาณ 3-6 เดือน รวมถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่ยังอ่อนแอทำให้การปรับเพิ่มราคาสินค้าทำได้ยาก 

สรุปว่า… อัตราเงินเฟ้อไทยที่เพิ่มสูงขึ้นน่าจะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวจากฐานที่ต่ำของราคาน้ำมัน และ มาตรการลดค่าครองชีพของรัฐ และ เงินเฟ้อโลกกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น… ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อไทยจำกัด… ส่วนในระยะต่อไป ซึ่งอุปสงค์ในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวดีประกอบกับปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ถูกเร่งขึ้นในช่วงการระบาด และ แนวโน้มราคาน้ำมันที่จะไม่เร่งตัวขึ้นสูง จะทำให้แนวโน้มเงินเฟ้อไทยยังอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

Online Marketing

Content Marketing for Real Estate

ทำ Content ในรูปแบบที่เข้าถึงเป้าหมายง่ายที่สุด ทันเวลาและเกี่ยวเป้าหมายทางการตลาดได้เร็วที่สุด โดยเอาลูกค้าและลูกค้าเป้าหมายเป็นศูนย์กลาง…

อสังหาริมทรัพย์ไทยในสังคมวัยชรา…

สถิติจำนวนประชากรที่กระทรวงมหาดไทยรายงานผ่านเวบไซด์ stat.dopa.go.th ตัวเลขเดือนธันวาคม 2561 คือ 66,413,979 คน ในจำนวนนี้มีผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปีอยู่ 10,666,803 คน… และอีก 10 ปีข้างหน้า คนอายุเกิน 60 ปีจะมีเพิ่มอีก 9,441,220 คน

Lunch & Dessert Boxes

Lunch & Dessert Boxes Business… ธุรกิจอาหารกล่อง

ในยุคข้อมูลข่าวสารและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ไหลท่วมโลกอย่างรวดเร็ว ทำให้การพัฒนาเมนูอาหารปรับเปลี่ยนไปสู่ “รูปแบบอาหารที่เป็นสากล” อย่างน่าสนใจหลายมิติ ที่นักออกแบบอาหารสร้างสรรค์ขึ้นจากเครื่องปรุงและส่วนผสม หรือ Ingredient ที่หาได้จากทุกมุมโลก เพื่อนำมาออกแบบเมนูสร้างสรรค์ขึ้นใหม่…

ข้อมูลคู่แข่ง… ข้อมูลไหนมีประโยชน์ที่สุด

เราอยู่ในยุคข้อมูลท่วมท้น และถูกชี้นำให้เข้าถึงข้อมูลโดยแรงจูงใจว่า ข้อมูลคือขุมทองแห่งโอกาสที่ธุรกิจน้อยใหญ่สามารถฝากความหวังและอนาคตของธุรกิจเอาไว้ได้… อย่าพลาดที่จะ “หาทางจากข้อมูล” ให้เจอ และ “ทบทวนเส้นทางจากข้อมูลที่อัพเดท” สม่ำเสมอ!