Immunitised, High Touch, High Trust… กรณีศึกษาแนวทางฟื้นเมืองท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืนที่ภูเก็ต

beach-landscape

IATA หรือ International Air Transport Association หรือ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศให้ข้อมูลว่า… นักท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 60 จะเริ่มจองตั๋วท่องเที่ยวหลังควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้วอย่างน้อย 2 เดือน และอีกร้อยละ 40 ยืนยันว่าจะรออีกอย่างน้อย 6 เดือนให้หลัง

บทความที่เผยแพร่โดย ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง หรือ UDDC โดย ผศ.คมกริช ธนเพทย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จาก ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะ… ได้นำเสนอข้อมูลแผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวของภูเก็ต หลังวิกฤต COVID-19 ซึ่งทุกภาคส่วนทราบดีว่า ภูเก็ตบอบช้ำที่สุดจังหวัดหนึ่งในวิกฤตคราวนี้

ประเด็นคือ… ภูเก็ตเป็นเหมือนเมืองหลวงด้านการท่องเที่ยวของไทย และธุรกิจในภูเก็ตส่วนใหญ่ เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและเป็นต้นทางของการจ้างงาน และอะไรอีกหลายอย่าง ที่จำเป็นต้องเร่งรัดวางแผนดำเนินการฟื้นฟูทุกมิติให้เร็วที่สุด… ซึ่งแนวทางที่อาจารย์คมกริชและคณะเสนอนั้น ไปไกลถึงขั้น เสนอให้ออกแบบนิเวศน์แห่งการท่องเที่ยวเพื่อรองรับมาตรการสาธารณสุข ที่จะดึงดูด นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่กำลังมองหาที่พักพิง หรือลี้ภัยในช่วงวิกฤติ โดยการสร้างให้ภูเก็ตกลายเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวและอยู่อาศัยชั่วคราวที่ปลอดภัย สร้างระบบความเชื่อมั่น ภายใต้แนวคิด Immunitised Community บนพื้นฐานของการปรับตัวของต้นทุนทรัพยากรเดิมที่มีอยู่ของเมือง โดยใช้ยุทธศาสตร์หลัก 3 ข้อ ได้แก่

1. ทำการตลาดและสร้างแบรนด์เมืองในฐานะพื้นที่ปลอดเชื้อ ในกลุ่มนักท่องเที่ยวปลอดภัยและต้องการอยู่อาศัยระยะยาวเพื่อลดผลกระทบจากมาตรการการกักตัว 14  วัน

2. จัดการตรวจสอบโรคตั้งแต่ต้นทางและปลายทาง รวมถึงสร้างระบบการเดินทางแบบปลอดเชื้อ ตลอดห่วงโซ่อุปทานของการท่องเที่ยว

3.สร้างพื้นที่ท่องเที่ยวปิดล้อมทางด้านสาธารณสุขพร้อมไปกับการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทั้งผู้อยู่อาศัย และนักท่องเที่ยวที่ต้องกลายมาเป็นพลเมืองในระยะสั้น และนำมาซึ่งพลเมืองที่มีคุณภาพในระยะยาวต่อไป

และยังเสนอแผน 8 ขั้นตอนเพื่อให้ยุทธศาสตร์หลักทั้ง 3 ประสบความสำเร็จได้แก่

1. ผู้เดินทางปลอดเชื้อ เพื่อโอกาสแห่งการพักผ่อนระยะยาว เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวจากประเทศที่ปลอดภัย สามารถนั่งเครื่องบินตรง เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงจากการต่อเครื่องในประเทศกลุ่มเสี่ยง เข้าสู่ปลายทางได้โดยนักท่องเที่ยวต้องมี Health Digital Passport และระบบ Screening จากต้นทาง

2. แพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย แพลตฟอร์มออนไลน์ ให้ผู้ประกอบการร้านค้า และบริการให้ความร่วมมือในการลงทะเบียนเพื่อตรวจวัดมาตรฐานสาธารณสุข สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ารับบริการ… ข้อนี้เรามีแพลตฟอร์มไทยชนะรองรับแล้ว

3. สนามบินนานาชาติ ประตูแรกสู่ภูเก็ต ต้องพัฒนาอาคารผู้โดยสารให้รองรอบการทำ Screening แบบไม่แออัด รวมทั้งพิธีการขาเข้าและขาออกที่ต้องระบายผู้โดยสารโดยไม่สัมผัส โดยเสนอให้ใช้เทคโนโลยีสูงสุด

4. พื้นที่กักตัว เป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ โดยพลิกโรงแรมที่ไร้แขก สู่พื้นที่กักตัวสร้างรายได้แม้ในสถานการณ์วิกฤต

5. โครงข่ายการเดินทางอย่างปลอดภัย โดยออกแบบพาหนะให้เหมาะสมกับการรับนักท่องเที่ยวตามบริบท

6. ที่พักปลอดภัย เสริมกลยุทธ์การบริการรูปแบบใหม่ อ้าอิงเกณฑ์การออกแบบพื้นฐานตามมาตรฐานสากล ของ WHO ว่าด้วย Operational Considerations for COVID-19 Management in The Accommodation Sector ทั้ง 3 แนวทางคือ

          6.1 การออกแบบทางกายภาพ ที่เน้นการจัดสรรและวางระบบของพื้นที่ต้อนรับและส่วนกลางโรงแรม ให้มีการสร้างจุดคัดกรอง วางจุดทำความสะอาดกระจายอยู่ภายในพื้นที่ และควรมีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อขั้นสูงตามมาตรฐานสากลหลายรอบต่อวัน เปิดระบายอากาศในทุก 2 ชั่วโมง นอกจากนั้นในส่วนของห้องพักอาศัยควรมีการวางตารางการทำความสะอาดให้สอดคล้องกับการจัดสรรห้องพักแขก โดยให้เวลาในการฆ่าเชื้อโรคและเปิดห้องเพื่อระบายอากาศอย่างเหมาะสม

          6.2  การวางระบบวิศวกรรม การระบายอากาศและสุขาภิบาล ควรจะมีการตรวจสอบประสิทธิภาพของการใช้งานอย่างถี่ถ้วน เพื่อความมั่นใจต่อมาตรฐานด้านความสะอาดที่จะถูกแจกจ่ายออกไปเพื่อการใช้งานของทั้งโรงแรม นอกจากการปรับปรุงทางกายภาพแล้ว

          6.3 การให้บริการพื้นฐานของโรงแรม เช่น การบริการบุฟเฟต์ หรือการจัดงานเลี้ยง นั้นควรจะมีการหลีกเลี่ยงในช่วงวิกฤต หรือหากมีการบริการในส่วนนี้ จำเป็นต้องมีระบบรักษาความสะอาดขั้นสูง มีการควบคุมความหนาแน่น ระบายอากาศ และดูแลภาชนะที่ใช้ร่วมกันที่ควรมีการเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ โดยมีการเว้นระยะห่างของการนั่ง และยืนรอคิว ที่เหมาะสม โดย 1 โต๊ะ สามารถรองรับแขกได้สูงสุด 4 คนต่อพื้นที่ 10 ตารางเมตร โดยมีระยะในการวางเก้าอี้ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร จากทุกทิศ… พื้นที่สนามเด็กเล่น เป็นพื้นที่ส่วนที่ควรพิจารณาหลีกเลี่ยงเนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ใช้งานที่เปราะบาง

7. สร้างเครือข่ายและแนวทางการปฏิบัติร่วมกันของผู้ประกอบการ ท้องถิ่น เชื่อมโยงกับรัฐและเอกชน เมืองท่องเที่ยวต่างกับเมืองบริการอื่นๆ เพราะเมืองท่องเที่ยวเป็นการ ขายประสบการณ์ ดังนั้นมาตรการที่เรียกว่ามาตรการหลังบ้าน หรือปฏิบัติการใดๆ ต้องเป็นการลดอุปสรรคและประสบการณ์ที่ไม่ดีของการอยู่อาศัย ล้วนแต่ต้องอาศัยความเข้าใจและแนวทางปฏิบัติร่วมกันจากทุกฝ่าย

8. สาธารณสุขที่เพียงพอ และรองรับระดับนานาชาติ การให้บริการสาธารณสุขเป็นอีกข้อคำนึงสำคัญที่ควรได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานข้อกำหนดผังเมืองรวม ซึ่งให้มีจุดบริการสาธารณสุขในระดับท้องถิ่น หรือสถานีอนามัยในระยะ 2.5 กิโลเมตร และมีโรงพยาบาลใหญ่ในระยะ 5 กิโลเมตร โดยต้องมีการออกแบบและวางโครงข่ายการสัญจรที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายในยามฉุกเฉิน

ผมย่อเอกสารของอาจารย์ของคมกริช ธนะเพทย์มาให้อ่านพอสังเขปน๊ะครับ… ท่านที่สนใจผมวางลิงค์ไว้ใต้อ้างอิงเช่นเดิม ซึ่งเป็นข้อเสนอการทดลองโมเดลต้นแบบของการวางแผนการท่องเที่ยวระยะยาว ผ่านการคำนึงถึงมิติด้านความยั่งยืนของการท่องเที่ยว ที่ได้สกัดมาจากงานศึกษาและวิจัยของ ARUP ในการพัฒนาเพื่อหาดัชนีความยืดหยุ่นของเมือง หรือ CRI หรือ The City Resilience Index เพื่อตอบโจทย์ 4 มิติ ได้แก่

1. ด้านการจัดการสุขภาวะ 
2. ด้านเศรษฐกิจและสังคม
3. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
4. ด้านระบบนิเวศ 

ซึ่งด้านระบบนิเวศน์ เป็นเครื่องมือหนึ่งในการวางแผนลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Crisis ควบคู่ไปกับการออกแบบวางผังทางกายภาพ เพื่อตอบรับวิถีการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่พร้อมรับมือต่อทุกสถานการณ์ ทั้งการแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต ภายใต้แนวคิดหลักของการกระจายความหนาแน่นของพื้นที่บริการการท่องเที่ยว ออกจากพื้นที่เขตเมืองสู่พื้นที่ส่วนอื่นของเกาะ โดยได้มีการคัดเลือกพื้นที่กะตะ กะรน เป็นพื้นที่ต้นแบบ ซึ่งมีความพร้อมตามเกณฑ์

UDDC

น่าสนใจมากครับ… Proposal ชุดนี้มีโลโก้ของ Th Urbanis และ สสส อยู่ด้วย… โดยส่วนตัวอยากให้ท้องถิ่นตอบตกลงไวๆ เพราะข้อมูลในมือผมชัดเจนว่า ฝั่งเอกชนในภูเก็ตเคลื่อนไหวตอบรับกันข้อเสนอโครงการนี้กันแล้ว… อย่างที่บอก เอกสารฉบับเต็มข้างล่างครับ!

อ้างอิง

https://theurbanis.com

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Restaurant Operation Setup… วางระบบร้านอาหารอย่างไรให้รวย

การทำ Operation Setup สำหรับร้านอาหาร แท้จริงแล้วก็คือการวางแผนการลงทุน ไปพร้อมๆ กับการออกแบบขั้นตอนตามลำดับที่จะเกิดขึ้นภายในร้านในทุกฉากทัศน์… โดยส่วนตัวผมแนะนำให้บางท่านที่ค่อนข้างใหม่และอยากทำร้านอาหารให้ไปดูหนังเรื่อง The Founder โดยเฉพาะฉากที่พี่น้อง McDonald พาพนักงานไปใช้สนามเทนนิสทำ Operation Setup… จนทำให้ร้าน McDonald แตกต่างและมีประสิทธิภาพกว่าร้านอาหารอื่นๆ และกลายเป็น DNA ของร้าน McDonald มาจนถึงปัจจุบัน

Davis Andrew

Content Builds Relationships, Relationships Are Built On Trust, Trust Drives Revenue ~ Andrew Davis

สภาพของอินเตอร์เน็ตที่ผู้คนใช้เป็นช่องทางหลักในการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน และทุกคนมักจะ “มีความต้องการบางสิ่ง จากคนที่มีบางอย่าง” สามารถหากันเจอผ่านช่องทางออนไลน์ อันมีอินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลางที่คนส่วนใหญ่เข้าถึงกันหมด… ซึ่งการมาเจอกันของคนที่มีความต้องการบางสิ่ง จากคนที่มีบางอย่างนี่เองที่ทำให้อินเตอร์เน็ตได้กลายเป็น “ตลาด” ที่สุดท้ายเกิดการซื้อขายทำธุรกิจกันขึ้น

กรมวิชาการเกษตรนำร่องผลักดันระบบการทำเกษตรแบบไร้ก๊าซเรือนกระจก

ความเคลื่อนไหวของกรมวิชาการเกษตรในที่ประชุม HLPDAB หรือ APEC High Level Policy Dialogue on Agricultural Biotechnology หรือ การประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตรเอเปค ซึ่งคุณมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เน้นย้ำความสำคัญเอาไว้เมื่อครั้งไปเป็นประธานเปิดงาน… เพื่อรับมือกับความเสี่ยงของมาตรการกีดกันทางการค้าในอนาคตจากสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ด้วยภาษีก๊าซเรือนกระจกก่อนข้ามพรมแดนในกลุ่มสินค้านำเข้า CBAM หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism รวมถึงการผลิตเพื่อรองรับตลาดคาร์บอนเครดิต ตลาดสีเขียว และ เงื่อนไขในมาตรการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวในอนาคต ซึ่งจะเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยสอดคล้องกับนโยบาย BCG ของรัฐบาล และ นโยบายประเทศซึ่งในการประชุม COP26 หรือ Conference of the Parties ครั้งที่ 26 ซึ่งประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายที่สำคัญคือ ประเทศไทยจะเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality ในปี 2050 และ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2065 

Dermatology Assist

Dermatology Assist… ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังจาก Google AI

ความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้ AI คัดกรองและวินิจฉัยอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นด้วยตนเอง ถือเป็น “วาระเร่งด่วน” เพราะความตื่นตระหนก การหลอกลวง และ ข้อมูลทางสุขภาพและการรักษาที่เป็นเท็จ บิดเบือน หลอกลวงและขาดรายละเอียดที่ครบถ้วนในอินเตอร์เน็ต ซึ่งสะท้อนผ่านสถิติการสืบค้น และ รายงานความเสียหายในมิติต่างๆ ทั่วโลก สร้างผลกระทบด้านลบซึ่งกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ลุกลามอยู่… จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข