Image Recognition Technology… เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เลียนแบบดวงตาและสมอง

Image Recognitions Technology

ในบรรดาโครงงานนวัตกรรมบนวิสัยทัศน์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI  หรือ Artificial Intelligence ทั้งหลายนั้น… Image Recognition Technology หรือ เทคโนโลยีเข้าใจภาพ ซึ่งเป็นความสามารถล้นเหลือของปัญญาประดิษฐ์ ที่สามารถจำ และ เข้าใจภาพที่กำลังประมวลผลอยู่ ได้ดีกว่าที่ตามนุษย์มองเห็นภาพเดียวกันนั้น ผ่านรายละเอียดบนภาพได้อย่างเทียบกันไม่ได้

กรณี Face Recognition หรือ AI จดจำใบหน้า ซึ่งเป็นหนึ่งใน Image Recognition Technology ที่มีการใช้งานจริงไปแล้วทั่วโลก โดยเฉพาะ Smartphone จำใบหน้าเจ้าของได้ และ ปลดล็อคให้เฉพาะใบหน้านั้น ถือเป็นตัวอย่างการทำงาน และ การใช้งาน Image Recognition Technology ที่ไม่ต้องอธิบายอะไรกันอีก

นอกจากนั้น… OCR หรือ Optical Character Recognition Technology หรือ เทคโนโลยีเข้าใจตัวอักษรบนภาพ เหมือนตามนุษย์มองตัวหนังสือบนกระดาษ และ อ่านออกเพราะเข้าใจคำหรือข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น… ก็เป็น Image Recognition Technology อีกสายหนึ่งที่ฉลาดขึ้นและเก่งขึ้นจนรู้จักภาษาต่างๆ ทั่วโลกไปหมดแล้ว

วิทยาการด้านนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Computer Vision หรือ คอมพิวเตอร์วิทัศน์ หรือ ศาสตร์ที่ว่าด้วยภาพที่คอมพิวเตอร์เห็น และ วิเคราะห์ผ่านปัญญาประดิษฐ์เพื่อทำความเข้าใจว่าภาพนั้น และ แปลงไปอยู่ในรูปของข้อมูลดิจิทัลพร้อมใช้… สำหรับทุกวัตถุประสงค์

ประเด็นก็คือ… โครงงาน หรือ โครงการที่ต้องการพัฒนาขึ้นบนวิสัยทัศน์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ตั้งแต่ขั้นโครงงานนักเรียน ไปจนถึงโครงงานของ Tech Startup ที่หวังครองตลาดนั้น… โดยส่วนตัวผมคิดว่ายังมีน้อยและกลัว DeepTech ระดับ AI/ML หรือ Artificial Intelligence/Machine Learning กันเป็นส่วนใหญ่… ซึ่งแม้แต่โครงงาน หรือ โครงการประยุกต์ใช้ Image Recognition Technology ซึ่งเป็นพื้นฐานของ AI ก็ถือว่ามีน้อย และ ทั้งช้า ทั้งล้าหลังอย่างน่าเสียดาย

ซึ่งถ้าถามว่าจะประยุคใช้งาน Image Recognition Technology แบบไหนได้บ้าง… โดยส่วนตัวเชื่อว่าอะไรที่ตามนุษย์มองแล้วสมองทำงานได้ถูกต้อง ล้วนประยุกต์เอา Computer Vision และ Image Recognition Technology มาช่วยงานได้ทั้งสิ้น… เพราะ Image Recognition Technology สามารถ จำแนกประเภท หรือ Classification ได้อย่างดีและแม่นยำยิ่งๆ ขึ้น… สามารถนิยาม หรือ Tagging ได้อย่างดีและแม่นยำยิ่งๆ ขึ้น… สามารถตรวจจับ หรือ Detection ได้อย่างดีและแม่นยำยิ่งๆ ขึ้น รวมทั้งสามารถแยกแยะ หรือ Segmentation ได้อย่างดีและแม่นยำยิ่งๆ ขึ้นเช่นกัน

เอาเป็นว่า… ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร และ สนใจ Image Recognition Technology หรือแม้แต่ Deep Tech สายอื่นๆ เพื่อพัฒนาอะไรก็ตาม… Ad line ด้วย QR Code ใต้บทความนี้แล้วทักเข้ามาคุยกันได้ครับ

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Deng Xiaoping

เคารพความรู้ เคารพความสามารถของบุคคล ~ เติ้ง เสี่ยว ผิง

คนจีนเชื่อกันสุดใจว่า จีนมีวันนี้เพราะชายร่างเล็กที่เป็น “ผู้นำที่ประเสริฐยิ่ง” และเป็นอัจฉริยะในทัศนชาวจีน ทั้งในฐานะ นักทฤษฎีลัทธิมาร์กซิสม์… นักปฏิวัติชนชั้นกรรมาชีพที่ยิ่งใหญ่… นักปกครอง… นักการทหาร… นักการต่างประเทศ และ สถาปนิกใหญ่ ผู้ออกแบบความทันสมัยให้ชาติและปฏิรูประบบสังคมนิยมจีน…และมหารัฐบุรุษของชาวจีนท่านนี้คือ… เติ้งเสี่ยวผิง

Kusama

Kusama Blockchain และ Canary Network

Kusama ใช้ KSM Token เป็นโทเคนอเนกประสงค์บนแพลตฟอร์ม ซึ่งนอกจากจะใช้เป็นค่าแก๊สแล้ว ยังใช้ Staking เพื่อร่วม Validate Network หรือ ร่วมตรวจสอบเครือข่าย… เพื่อเลือก Nominate Validators หรือ เลือกผู้แทนไปเป็นผู้ตรวจสอบ… ใช้ออก Bond หรือ บอนด์ดิจิทัล เพื่อเป็นช่องทางการระดมทุนคล้ายการออกโทเคนบน Parachains และ Parathreads… และVote Governance  หรือใช้ลงมติในกลไกธรรมาภิบาล

Cardano ADA

Cardano Blockchain และ ADA Coin

Cardano Blockchain ซึ่งริเริ่มและพัฒนาโดย Charles Hoskinson นักคณิตศาสตร์คนสำคัญที่ร่วมทีมพัฒนา Ethereum Blockchain และเชื่อมั่นในแนวทาง Proof-of-Stake และริเริ่มจนเกิด Cardano Blockchain ซึ่งเป็น PoS Blockchain โครงข่ายแรก ที่ใช้ระบบตรวจสอบธุรกรรมโดยผู้ตรวจสอบ หรือ Validator ที่ต้องลงเหรียญค้ำประกันการเป็นผู้ตรวจสอบธุรกรรม เพื่อทำหน้าที่ หลอม หรือ Forge และ สร้างบล๊อก หรือ Mint Block บน Cardano Blockchain

การทดลองปลูกตับจิ๋วเสริมการทำงานในผู้ป่วยโรคตับเรื้อรังระยะสุดท้าย

ทีมนักวิจัย และ ผู้บริหารของ LyGenesis, Inc. ในเมือง Pittsburgh, Pennsylvania ได้ประกาศเดินหน้าการทดลองปลูกเซลล์ตับในมนุษย์ ให้แก่ผู้ป่วย ESLD หรือ โรคตับเรื้อรังระยะสุดท้าย เพื่อสร้างเซลล์ตับขนาดเล็ก หรือ ตับจิ๋วฝากไว้กับต่อมน้ำเหลือง ซึ่งถ้าหากการทดลองนี้ประสบความสำเร็จ และ ปลอดภัยพอเหมือนความสำเร็จจากการทดลองในหนู กับ สนัข และ หมู… ซึ่งถ้าเซลล์ตับในต่อมน้ำเหลืองเหล่านี้จะสามารถทำหน้าที่กำจัดสารพิษทดแทนตับของผู้ป่วยที่เสื่อมสภาพได้ ปัญหาการปลูกถ่ายตับบริจาคให้ผู้ป่วยโรคตับที่ขาดแคลนทั่วโลกก็จะหมดไป เพราะอวัยวะบริจาคหนึ่งชิ้นจะสามารถรักษาผู้ป่วยได้หลายสิบคน แทนที่จะเป็นอวัยวะบริจาคหนึ่งชิ้นต่อผู้ป่วยหนึ่งคนอย่างที่เคยเป็นมา