การลงทุนกับเทคโนโลยี… หลักคิดและแนวทาง

Cloud

ช่วงปลายปี 2020 นี้ ข้อความที่ทักผมเข้ามาจากหลายๆ ท่านทั้งที่รู้จักมักคุ้น และมิตรสหายหลายท่านที่กรุณาติดตามงานเขียนของผม จนมีการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันมาก่อนบ้าง… ซึ่งบางท่านปรึกษาความเห็นเรื่องการลงทุนกับเทคโนโลยี ทั้ง Hardware และ Software แบบต่างๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับทีมหรือองค์กร ซึ่งทุกท่านก็ศึกษาและสอบถามเรียนรู้มามากกว่าผมเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีเฉพาะทาง ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของท่านโดยตรง… และหลายท่านตัดสินใจไปแล้วว่าจะลงทุนกับเทคโนโลยี เหลือก็แต่รอรอบบัญชีสิ้นสุดตัดจบ ก็พร้อมจะลุยกันแล้ว

ส่วนใหญ่ผมก็จะสนับสนุนให้เดินหน้า… สอบถามเรื่องเตรียมคนและ Culture หรือวัฒนธรรมองค์กรให้พร้อม… ก็ลุยได้เลย!

อีกมุมหนึ่งที่ผมเสนอให้พิจารณาคือ จะถามว่า… ท่านจะลงทุนกับเทคโนโลยี เพื่อนำมาใช้ทดแทนระบบเดิม? หรือ ท่านจะลงทุนใหม่หมดอย่างสดชื่น? โดยเฉพาะของและคน… ถ้าใหม่หมดอย่างสดชื่นก็มีคำแนะนำเดียวแหละครับว่า… ท่านจะรออะไร? 

แต่ถ้าจะรื้อระบบเดิมหรือทิ้งเทคโนโลยีเดิมที่ใช้อยู่ ตั้งแต่โรงงานจนถึงสำนักงาน จะทั้งหมดหรือส่วนไหนก็แล้วแต่… ผมจะขอให้เตรียมคนก่อนเตรียมของให้ดีที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้

ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ… มีกรณีศึกษามากมายที่ระบุว่า การลงทุนกับเทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานภายในองค์กร มักจะกลายเป็นการลงทุนที่สูญเปล่า ซึ่งพบมากเข้าขั้นเป็นปัญหา ถึงขนาดต้องมีการค้นคว้าวิจัยกันเป็นเรื่องเป็นราวจนพบทฤษฎีสำคัญ ที่สามารถถอดเป็นโมเดลเพื่อใช้วางแผนการลงทุนและนำใช้งานเทคโนโลยีใหม่ให้ราบรื่นกว่า

ผมกำลังพูดถึง TAM Theory หรือ The Technology Acceptance Model หรือ ทฤษฎีการยอมรับเทคโนโลยีอยู่ครับ

ความจริงทฤษฎีนี้ไม่ใช่ของใหม่ แต่มีเรียนรู้และใช้งานกันมานานควบคู่กับการพัฒนาระบบ MIS หรือ Management Information System นั่นเลย แม้แต่ IBMers ยุคสามสิบปีก่อนก็ต้องเรียนกันเข้มข้นเพื่อเอาไปทำระบบให้ราบรื่นกันหมด… ซึ่งคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบ ตั้งแต่ผู้บริหารที่ต้องตัดสินใจ  จนถึงเจ้าหน้าที่ดูแลระบบขององค์กร ล้วนต้องรู้และเข้าใจ “พื้นฐานของการยอบรับและการปฎิเสธเทคโนโลยีของคนในองค์กร” ก่อนจะวางแผนเปลี่ยนแปลงหรือ Upgrade เทคโนโลยีใหม่ๆ มาให้คนเก่าๆ ใช้ทำงานเดิมๆ

ถึงตรงนี้ผมจะขอไม่ให้รายละเอียดของ TAM Theory ซึ่งมีระบบนิเวศน์แตกไปเป็นโมเดลย่อยอีกเยอะ เพราะจะยิ่งทำให้งงมากกว่าจะทำให้เข้าใจ

เอาเป็นว่า… ถ้าจะซื้อของไฮเทคมา Upgrade ระบบเดิมหรือพัฒนาองค์กรแบบเดิมให้ล้ำสมัยขึ้นก็ตาม ลองมองหาคนที่รู้จักและใช้ TAM Model เป็น มาร่วมวางแผนก่อนลงทุนกับของชิ้นใหญ่ ที่ยังไม่มีใครในองค์กรใช้เป็นหรือยอมรับ… เว้นแต่จะลงทุนเพื่อเชคใน KPI ว่ามีเทคโนโลยีที่จะซื้อมาโชว์ ไม่ได้ซื้อมาใช้

อันนั้นเป็นอีกเรื่อง!!!

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Celo Blockchain… 

Celo Blockchain ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยน Cryptocurrencies Address  ซึ่งเป็นชุดตัวเลขและตัวอักษรที่ผ่านการเข้ารหัสตามมาตรฐานการเข้ารหัสของบล็อกเชน ไปเป็นหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่แสนจะจำง่าย เพื่อใช้เป็น Public Key ที่สามารถใช้ในการทำธุรกรรมซื้อ–ขาย–จ่าย–โอนคริปโตได้ง่ายๆ เหมือนการโอนเงินผ่านเครือข่าย “พร้อมเพย์ หรือ PromptPay” ด้วยหมายเลขโทรศัพท์… ซึ่งจะทำให้การใช้ Public Key สำหรับคริปโตง่ายขึ้นกับทุกคนอีกมาก

Elon Musk

Some People Don’t Like Change But You Need To Embrace Change If The Alternative Is Disaster ~ Elon Musk

การเปลี่ยนแปลงอันเป็นสัจธรรมนั้น จะเกิดขึ้นโดยไม่สนใจว่าคนที่เกี่ยวข้องต้องการจะเปลี่ยน หรือ ไม่ต้องการจะเปลี่ยน… เพราะไม่ว่าจะยังไงก็จะเกิดการเปลี่ยน ซึ่งแตกต่างเพียงเป็นการเปลี่ยนภายใต้การจัดการที่เหมาะสม หรือ เปลี่ยนไปตามยถากรรมและตามธรรมชาติแบบที่เรียกว่า “เป็นไปอย่างที่มันเป็นไป” เท่านั้นเอง…

Lootex… GameFi และ NFT Marketplace

Lootex เป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายแลกเปลี่ยน NFTแบบ Multichain โดยตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ NFTs ในเกมที่ให้ความสำคัญกับเกมเมอร์ด้วยแนวคิด Player Centric ซึ่งนักเล่นเกมสามารถเปิดชม และ ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ NFTs ของเกมผ่านบล็อคเชนหลายๆ แพลตฟอร์มได้อย่างง่ายดาย โดยปัจจุบันรองรับการซื้อ–ขายสินทรัพย์ NFTs ได้ทั้ง Ethereum Blockchain… Binance Smart Chain… Polygon… Arbitrum… Moonbeam และ AVAX

Unitree… The Robot Dogs

Unitree Robotics เป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์เลียนแบบสัตว์ 4 ขา สัญชาติจีนที่ทำผลิตภัณฑ์ออกวางตลาดได้หน้าตาเหมือนหุ่นยนต์รุ่น SPOT จาก Boston Dynamics ซึ่งไม่ว่าจะมองมุมไหน หรือ พิจารณารายละเอียดตรงส่วนไหนก็บอกได้คำเดียวว่า Unitree ก๊อป SPOT มาทั้งดุ้น… ถึงแม้ฟังก์ชั่นการใช้งาน และ เป้าหมายการใช้ประโยชน์จะยังเทียบกันไม่ได้ในตอนนี้… แต่เดี๋ยวผลิตภัณฑ์จากจีนก็ตามทัน