โครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-พิษณุโลก… เกิดหรือแท้ง?

ผมยังอยู่ที่พิษณุโลกและโฟกัสเอาเรื่องที่เป็นข่าวมาตลอด 5-6 ปี ตั้งแต่สมัยรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ว่าด้วยรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ที่เงียบหายไปบ้างหลังการรัฐประหารและนายกรัฐมนตรีเปลี่ยนมาเป็นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

เมื่อช่วงต้นปี 2561 ที่ผ่านมา ผลการศึกษาเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายนี้ก็มีข่าวออกมา… แน่นอนว่า ข่าวลือหลังการรัฐประหารคราวนั้นเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูงไทยญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ที่ได้ยินคือถูกยกเลิกเพราะมันไม่คุ้ม…

วันนี้ผมจะเอาข้อมูลเรื่องนี้มาเรียงเอาไว้เพื่อเป็นข้อมูลน๊ะครับ…

29 มกราคม 2561…

กระทรวงคมนาคมออกข่าวชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริงโครงการนี้ผ่านเวบไซด์ thaigov.go.th ว่า…

กระทรวงคมนาคมและกระทรวงที่ดินโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งและการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (MLIT) ได้ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือการพัฒนาระบบรางระหว่างไทย-ญี่ปุ่น (MOC) เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนารถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยได้เริ่มทำการศึกษาความเหมาะสมของโครงการระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 แล้วเสร็จเดือน พฤศจิกายน 2560

ปัจจุบัน กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการหารือเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินโครงการร่วมกับฝ่ายญี่ปุ่น เพื่อพิจารณาหารูปแบบการดำเนินโครงการที่มีความเหมาะสมและเกิดความคุ้มค่าสูงสุดในการลงทุน ทั้งนี้ การประชุมหารือดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561

ผลการศึกษาความเหมาะสมโครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-พิษณุโลก ขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) มีรายละเอียดสรุป ดังนี้

  1. รายละเอียดข้อมูลโครงการ :
    1.1 แนวเส้นทางจากสถานีบางซื่อ-พิษณุโลก ระยะทางรวม 380 กิโลเมตร
    1.2 เทคโนโลยี : ชินคันเซ็น/ความเร็วสูงสุดในการเดินรถ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง/ขนาดราง 1.435 เมตร/สถานี 7 สถานี ประกอบด้วย บางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา ลพบุรี นครสวรรค์ พิจิตร และพิษณุโลก/เวลาในการเดินทางจากบางซื่อ-พิษณุโลก 1 ชั่วโมง 58 นาที
  2. ผลการวิเคราะห์การคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร :
    2.1 กรณีไม่มีการพัฒนาพื้นที่ตามแนวเส้นทาง ปี 2568 (ปีเปิดบริการ) มีปริมาณผู้โดยสารจำนวน 29,000 คน-เที่ยว/วัน และเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 คน-เที่ยว/วัน ในปี 2598
    2.2กรณีมีการพัฒนาพื้นที่ตามแนวเส้นทางปี 2568 (ปีเปิดบริการ) มีปริมาณผู้โดยสารจำนวน 29,000 คน-เที่ยว/วัน และเพิ่มขึ้นเป็น 73,200 คน-เที่ยว/วัน ในปี 2598
  3. มูลค่าโครงการเบื้องต้น : ตามผลการศึกษาของฝ่ายญี่ปุ่นพบว่ามีมูลค่าการลงทุน ช่วงกรุงเทพฯ-พิษณุโลก 276,226 ล้านบาท
  4. การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ :
    4.1 รวมผลประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่ตามแนวเส้นทางเท่ากับ 14.7%
    4.2 ไม่รวมผลประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่ตามแนวเส้นทางเท่ากับ 7.2% ทั้งนี้ ฝ่ายญี่ปุ่นได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ฝ่ายไทยต้องจัดทำแผนระดับชาติและแผนพัฒนาภูมิภาคตามแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูง เพื่อประโยชน์สูงสุดทางด้านเศรษฐกิจและการลงทุน รวมทั้งจำเป็นต้องจัดทำแผนคมนาคมขนส่งที่ครอบคลุมเพื่อให้การเชื่อมต่อการเดินทางมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ฝ่ายไทยไม่ควรพิจารณาเพียงการสร้างรถไฟความเร็วสูง แต่ควรพิจารณาว่าจะใช้รถไฟความเร็วสูงเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเมืองในภูมิภาคได้อย่างไร

มีประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจสองสามแง่มุมครับสำหรับเรื่องนี้…

  • เรื่องแรกคือ โครงการรถไฟความเร็วสูง ไม่ว่าจะสายไหน… ผลการศึกษาความคุ้มทุนจากค่าโดยสารและค่าขนส่งจะไม่มีทางคุ้มทุน
  • เมื่อค่าขนส่งไม่คุ้มค่าก่อสร้าง ทุกโครงการจึงต้องมีโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ามาชดเชยค่าตอบแทนการลงทุน
  • ฝ่ายญี่ปุ่นศึกษาและเอาจริงเอาจังกับ โครงการระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-พิษณุโลก

สุดท้ายคือ… โครงการรถไฟความเร็วสูง เฟส 1 ช่วงกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ระยะทาง 418 กม. วงเงินลงทุน 2.76 แสนล้านบาท ขณะนี้องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจก้า) ได้จัดทำแผนการออกแบบและรายละเอียดเสร็จและได้หารือร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) เรียบร้อยแล้ว

… เรื่องรอคิวเข้า ครม. แล้ว(มั๊งครับ!!!)

 

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

ท่าอากาศยานหัวหิน…

ผมเพิ่งกลับจากหัวหินด้วยความเสียดายที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรมากไปกว่า วนรถจากหัวหินไปปากน้ำปราณและย้อนกลับมาแวะกินขนมจีนน้ำยาปูแสนอร่อยของร้าน Love Bread ที่ชะอำ แล้วต้องรีบกลับเชียงใหม่ทั้งที่อยากชิมอีกหลายเมนูของ Love Bread และอะไรอีกมากมายที่หัวหิน

คุณภาพอากาศใน Smart City… และ Bosch’s Micro-Climate Monitoring System

ข่าวมลพิษทางอากาศขนาด 2.5 PM หลอกหลอนชาวกรุงมาพักใหญ่ แม้ทุกภาคส่วนจะออกแรงเข้ามาจัดการอย่างไร แต่ดูเหมือนทุกๆ แนวทางจากทุกๆ ฝ่าย จะเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่ผมไม่คิดว่าต้องเล่าซ้ำว่ามีใครทำอะไรไปแล้วบ้าง… และผลเป็นยังไง …ผมจะข้ามไปพูดถึง การจัดการ Smart City ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งตัวชี้วัดหนึ่งว่าเป็น Smart City ก็คือสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะคุณภาพอากาศ

Multi-touch Table for Restaurants

HoReCa และ Interactive Table

Interactive Table ก็เหมือน Ipad ยักษ์ต่อขา ที่เพิ่มความสามารถในการ “รับคำสั่งเกิน 10 จุดสัมผัสบนจอเดียว” อย่างราบรื่น เพื่อให้คนหลายคนสามารถใช้จอพร้อมกันได้หลายๆ มือ ซึ่งซอฟท์แวรที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานแบบ Single User หรือ หนึ่งคนหนึ่งเครื่องหนึ่งคำสั่ง ตามลำดับอย่างซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ มือถือหรือแท็บเล็ตทั่วไปส่วนใหญ่ ไม่รองรับ Multi-users หรือผู้ใช้หลายคนคลิก เคาะ ปัด ไถ พร้อมกัน

Flexitarian

Flexitarian & Plant Based Food

ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวถึงการเติบโตของ Plant Based Food ระหว่างปี 2017–2019 ประกอบด้วย Plant Based Milk & Dairy เติบโตมากถึง 10% ด้วยมูลค่า 2,328.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ… ตามมาด้วย Plant Based Meat เติบโต 17.4% ด้วยมูลค่า 939.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ… กับ Plant Based Meal หรืออาหารพร้อมทานก็เติบโต 12.0% ที่มูลค่า 377 ล้านดอลลาร์สหรัฐ… ส่วนสินค้ามาใหม่อย่าง Plant Based Egg ก็โตกระฉูด 81.2% มียอดขาย 9.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ