He Who Conquers Others Is Strong, He Who Conquers Himself Is Mighty ~ Lao-Tzu

Lao Tzu

ความวุ่นวายที่เกิดจาก “ผลประโยชน์ขัดแย้ง” ระหว่างคนสองคน หรือ คนสองกลุ่ม ที่มักจะนำมาซึ่งความพยายามในการหาทางเอาชนะกัน ทั้งเพื่อช่วงชิงผลประโยชน์ให้อยู่กับตนและฝ่ายตน หรือแม้แต่ทำลายผลประโยชน์ที่อยู่กับคู่ขัดแย้ง ซึ่งต่างก็หวังผลที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ของฝ่ายตนแม้จะต้องเสีย หรือ ชดเชยอะไรไปมากแค่ไหนก็ตาม

ความขัดแย้ง หรือ Conflict อันเป็นปฏิสัมพันธ์ที่มีลักษณะแตกต่างถึงขั้นไม่เป็นมิตร โดยเลือกที่จะแตกต่างแบบอยู่คนละขั้วตรงกันข้าม ทั้งความคิดเห็น ความเชื่อ ทัศนคติ ค่านิยม รากเหง้า เป้าหมาย และ อะไรอีกมาก “ที่ไม่เหมือน” และอยู่ตรงกันข้ามกัน โดยมีผลประโยชน์บางอย่างที่ต่างฝ่ายก็อยากครอบครองกั้นอยู่ตรงกลาง ซึ่งความพยายามที่จะครอบครองผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายที่แตกต่างกันคนละขั้วนั่นเอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง

ประเด็นก็คือ… สาเหตุ หรือ ผลประโยชน์ที่นำมาซึ่งความขัดแย้งส่วนใหญ่ มักจะถูกคู่ขัดแย้งอ้างความชอบธรรมที่ตนควรได้เป็นผู้ดูแล หรือ เป็นเจ้าของผลประโยชน์นั้น ทั้งๆ ที่ข้ออ้างของทั้งสองฝ่ายอยู่คนละขั้วจนขัดแย้งกัน ซึ่งมีให้เห็นเสมอในผลประโยชน์ทางการเมืองและการช่วงชิงอำนาจ ที่มักจะเห็นเป็นความขัดแย้งวุ่นวายอ้างโน่นอ้างนี่… หลายกรณีบานปลายได้ถึงขั้นรบราฆ่าฟันเอาชีวิตคู่ขัดแย้งได้ด้วยความชอบธรรมและปลื้มปิติก็มี

ในขณะที่ความขัดแย้งระหว่างบุคคลซึ่งส่วนใหญ่มาจากความสัมพันธ์ที่ขาดความเข้าใจอันดีระหว่างกัน… เพิกเฉยและไม่เกื้อกูลระหว่างกัน โดยมีความล้มเหลวของการสื่อความหมายอย่างเปิดเผยและซื่อตรงระหว่างกัน ทำให้เข้าใจผิดทั้งโดยเจตนาและด้วยความเขลาทางปัญญา… โดยจะเห็นมีบรรยากาศของความไม่ไว้วางใจต่อกัน… มีแรงกดดันใส่กัน… มีการแข่งขันที่ไม่สร้างสรรค์ระหว่างกัน… มีการใช้เล่ห์เหลี่ยมเอาเปรียบกัน และ อะไรอีกมากที่คลี่กลับไปดูอย่างชัดเจนก็จะเห็น “ผลประโยชน์” บางอย่างที่มีฝ่ายได้ฝ่ายเสีย หรือ อย่างน้อยก็มีฝ่ายที่ได้มากกว่า กับ ฝ่ายที่ได้ไม่มากจนเป็นที่พอใจ… และนำความขัดแย้งมาสู่กัน

ส่วนความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม ซึ่งมีรากฐานมาจากความเชื่อร่วมกันของกลุ่มที่รวมตัวกันเพื่อ “ผลประโยชน์ร่วม” และขัดแย้งกับกลุ่มอื่นๆ ที่ผลประโยชน์ร่วมเป็น “ผลประโยชน์หน่วยเดียว” ที่มีอยู่อย่างสำคัญ และ มีเพียงหนทางเดียวที่จะได้ครอบครองผลประโยชน์ตามเป้าหมายของกลุ่ม… ก็คือการรวมตัวกันเพื่อให้มีพลังมากพอที่จะท้าทาย “ฝ่ายตรงกันข้าม” เพื่อช่วงชิงผลประโยชน์ ซึ่งความขัดแย้งระหว่างกลุ่มอันก่อร่างสร้างพลังขึ้นจากการรวมตัวกันของคนที่ “หวังผลประโยชน์ร่วมกัน” จึงกลายเป็นความขัดแย้งเกินระดับธรรมดา ซึ่งหลายกรณีลุกลามกลายเป็นสงคราม

ตัวอย่างความขัดแย้งในสังคมไทย ซึ่งเป็นความขัดแย้งที่มาจากรากฐานการช่วงชิงอำนาจการปกครอง โดยประวัติศาสตร์การช่วงชิงอำนาจการปกครองในประเทศไทยยุคใหม่ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง… ประเทศไทยก็เข้าสู่ยุคสงครามเย็นพร้อมๆ กับความขัดแย้งระหว่างลัทธิเลือกตั้งของฝ่ายโลกเสรี กับ ลัทธิคอมมิวนิสต์ของฝ่ายสังคมนิยม โดยมีสมรภูมิการเกิดสงครามแบ่งแยกเกาหลีเหนือ–ใต้ และ สงครามแบ่งแยกเวียดนามเหนือ–ใต้… เป็นหลักฐานสำคัญของประวัติศาสตร์ความขัดแย้ง… ก่อนที่เวียดนามภายใต้การนำของลุงโฮ หรือ โฮจิมินห์ หรือ Ho Chi Minh จะรวมเวียดนามเข้าด้วยกันจนสำเร็จ… โดยสังคมไทยในยุคสงครามเวียดนามได้ถูกอุ้มชูดูแลโดยพันธมิตรโลกเสรี… แต่สุดท้ายก็ต้องผ่านช่วงยากลำบากที่คนในชาติ “ขัดแย้งกันถึงขั้นมีกองกำลังติดอาวุธแบ่งเป็นสองฝ่าย” ที่พร้อมทำสงครามกันด้วยอาวุธร้ายแรงเพื่อช่วงชิงอำนาจการปกครองกันมาด้วยคนในชาติกันเอง

อย่างไรก็ตาม… ความขัดแย้งในสังคมไทยไม่เคยจางหายไปไหน ถึงแม้จะไม่ปรากฏ “กองกำลังติดอาวุธ” อย่างชัดแจ้ง แต่ความเคลื่อนไหวเพื่อช่วงชิง บั่นทอน และ ทำลาย “คู่ขัดแย้ง” ยังคงเข้มข้นในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังคง “เดือดร้อน” จากผลกระทบความขัดแย้งอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ภัยลูกหลงไปจนถึง ถูกใช้ภาษีเป็นงบประมาณไปบูรณะความเสียหายหลังเหตวุ่นวายแต่ละครั้ง… แต่หลายคนจากหลายกลุ่มก็คง “ข้ามผ่าน และ เอาเวลาไปใส่ใจปัญหาอื่น” กันแล้ว โดยเฉพาะการข้ามความวุ่นวายแบบจงใจก่อความขัดแย้งด้วยข้ออ้างและเหตุเกี่ยวกับอำนาจการปกครอง รวมทั้งข้ออ้างความชอบธรรมอื่นๆ ที่เอ่ยอ้างสร้างเหตุของคู่ขัดแย้งหลักที่ยืดเยื้อมานาน… ซึ่งโดยเนื้อแท้ของเหตุการณ์ก็ยังเป็นเพียงความขัดแย้งสามัญที่มนุษย์ทุกเผ่าพันธ์ในทุกยุคทุกสมัยต่างก็ได้เห็นเหตุการณ์แก่งแย่งช่วงชิงคล้ายกันนี้มาตลอด

ความเชื่อและแนวคิดที่คนจีนยุคสี่ห้าร้อยปีก่อนคริสตกาลต้องผจญกับความขัดแย้งและสงคราม ในขณะที่กลุ่มคน “รักสงบสันติ” ยึดถือและครองใช้เป็นเครื่องถ่วง “ความขัดแย้ง หรือ Conflict” อันมักจะเกิดจาก “ผลประโยชน์ของบางคน หรือ ของบางความเชื่อจากบางคน” และลุกลามเป็นความเชื่อของกลุ่มคนนั้น… ได้มีคำสอนของลัทธิเต๋า โดย เล่าจื๊อ หรือ Laozi หรือ เหล่าซือ ซึ่งเป็นคำเรียก “อาจารย์ผู้เฒ่า” ซึ่งท่านมีชื่อจริงว่า Li Er หรือ ลิ เออ… โดยตำนานเรียกขานยกย่องให้เล่าจื๊อเป็นปราชญ์ผู้ให้กำเนิดคำภีร์  道德經 หรือ Tao Te Ching หรือ เต้าเต๋อจิง ต้นฉบับ โดยมีมรรคาแห่งเต๋า หรือ 道 อันเป็นวิถีธรรมชาติซึ่งมีหนทางและจารีตของการอยู่ร่วมกันของทุกสรรพสิ่งโดยไม่ขัดแย้ง ทั้งคนอยู่กับคนและคนอยู่กับธรรมชาติ 

คำสอนของเล่าจื๊อว่าด้วยความขัดแย้งบทหนึ่งที่บอกว่า… He Who Conquers Others Is Strong, He Who Conquers Himself Is Mighty หรือ พิชิตผู้อื่นได้คือผู้เก่งกล้า พิชิตตนเองได้คือผู้เกรียงไกร ถือเป็นปรัชญาลึกซึ้งที่สุดบทหนึ่งในการจัดการความขัดแย้ง โดยเริ่มต้นสร้างสมดุลในแบบ “หยิน–หยาง หรือ YinYang” ด้วยการเอาชนะตนเมื่อต้องการเอาชนะผู้อื่น… ซึ่งเป็นหลักธรรมชาติในการหาคู่สมดุลดั่งไม้ใหญ่ก็รากลึก อันเป็นสมดุลธรรมชาติที่ปรากฏเป็นสัจธรรม

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ… ปรัชญาเต๋าเป็นแนวทางการหลีกเลี่ยง หรือ Avoiding และ การประนีประนอม หรือ Compromising เลียนแบบสมดุลธรรมชาติก่อนความขัดแย้งจะเกิด ด้วยการสร้างสมดุลให้ทุกพันธกรณีตามหลักหยิน–หยาง… แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่า “ขัดแย้งได้เกิดขึ้นเสมอ” ไม่ว่าจะพยายามหลีกเลี่ยง หรือ ประนีประนอมแบบไหนอย่างไร และ ตั้งแต่ขั้นตอนไหนก็ตาม… ซึ่งปรัชญา หรือ ความเชื่อของคนๆ หนึ่งนั่นเองที่กลายเป็นต้นเหตุความขัดแย้งที่สำคัญ และ ความเชื่อก็มีนัยยะแห่งเหตุอยู่ในทุกความขัดแย้งเสมอ… 

ศาสตร์ที่ว่าด้วยการบริหารความขัดแย้ง หรือ Conflict Management จึงเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญอย่างยิ่งเพื่อใช้ในการประคับประคองสถานการณ์ความขัดแย้ง … ถึงแม้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในทุกๆ ความขัดแย้งทั้งหมดจะไม่เคยจบลงง่ายๆ สุดท้ายก็มักจะปรากฏสาเหตุความขัดแย้งเป็น “ความเชื่อเรื่องผลประโยชน์ขัดกัน” เสมอ

ที่น่ากังวลที่สุดก็คือ… เราได้เห็นการจัดการความขัดแย้งด้วย “กลยุทธ์ผู้พิชิต” เป็นส่วนใหญ่เสมอด้วย… วิถีของชัยชนะเพื่อยุติความขัดแย้ง จึงไม่เคยยั่งยืนเพราะไร้สมดุลนับตั้งแต่มีชัยโดยบางคนหรือบางกลุ่ม… นับตั้งแต่กลยุทธ์ผู้พิชิตถูกใช้กับคู่ขัดแย้ง แทนที่จะเป็นการพิชิตใจตน!

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Brene Brown

Talk To Yourself Like You Would To Someone You Love – Brene Brown

การสัมภาษณ์เชิงลึก หรือ In-depth Interview กลุ่มตัวอย่างของ Brené Brown ในฐานะนักวิจัยระหว่างศึกษาระดับปริญญาเอก พาเธอไปพบความย้อนแย้งของคำตอบที่อยู่ตรงกันข้ามกับคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า… เมื่อเธอถามเรื่องความรัก กลุ่มตัวอย่างจะเล่าเรื่องความชอกช้ำผิดหวังในรักให้เธอฟัง… เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ กลุ่มตัวอย่างก็เล่าถึงเหตุการณ์และประสบการณ์ตอนแตกแยกให้รู้…

คืบหน้า… รถไฟทางคู่บ้านไผ่ – นครพนม

ข่าวจากกระทรวงคมนาคมว่าด้วยโครงสร้างด้านขนส่งและการจราจรทั่วประเทศ ยังคงไหลออกมาจากแหล่งข่าวอย่างต่อเนื่อง เพราะถนนหนทาง รถไฟ ท่าเรือ สนามบิน และอะไรอีกมากมายที่จะทำให้ การเดินทางขนส่งสามารถผลักดันความก้าวหน้าทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมเพื่อทุกคน

Opportunity

ขึ้นบัญชี SMEs ผู้ประกอบการและรายการสินค้าและบริการ เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

คุณไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้แถลงถึงกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563… เพื่อเชิญชวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือ SMEs ทั่วประเทศ “ไปขึ้นบัญชีผู้ประกอบการและรายการสินค้าและบริการ ในระบบที่ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. จัดทำขึ้น ผ่านเว็บไซต์ www.thaismegp.com ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

Celo Blockchain… 

Celo Blockchain ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยน Cryptocurrencies Address  ซึ่งเป็นชุดตัวเลขและตัวอักษรที่ผ่านการเข้ารหัสตามมาตรฐานการเข้ารหัสของบล็อกเชน ไปเป็นหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่แสนจะจำง่าย เพื่อใช้เป็น Public Key ที่สามารถใช้ในการทำธุรกรรมซื้อ–ขาย–จ่าย–โอนคริปโตได้ง่ายๆ เหมือนการโอนเงินผ่านเครือข่าย “พร้อมเพย์ หรือ PromptPay” ด้วยหมายเลขโทรศัพท์… ซึ่งจะทำให้การใช้ Public Key สำหรับคริปโตง่ายขึ้นกับทุกคนอีกมาก