Having A Partner Definitely Allows You To Take More Risks – Arianna Huffington

Huffington

ในอเมริกา… สื่อออนไลน์ที่ทรงอิทธิพลและโดดเด่นที่สุดคือ HuffPost หรือ The Huffington Post ซึ่งก่อตั้งโดยนักเขียนสตรีที่ล้มเหลวกับอาชีพนักเขียนมาค่อนชีวิต ชื่อของเธอคือ Arianna Stassinopoulos Huffington… 

Arianna Huffington… เป็นนักเขียนสตรีที่เคยถูกปฏิเสธผลงานจากสำนักพิมพ์มาก่อนถึง 37 ครั้ง และผลิตผลงานเขียนกับทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวที่คนแทบจะไม่รู้จัก กระทั่งวัยล่วงเลยมาถึงขวบปีที่ 55… เธอกับเพื่อนอีก 3 คนคือ Andrew Breitbart นักข่าว… Kenneth Lerer นักธุรกิจ และ Jonah Peretti นักลงทุน… จึงได้ร่วมกันก่อตั้ง The Huffington Post  ขึ้นด้วยกันในวันที่ 9 พฤษภาคม ปี 2005… ก่อนที่  AOL จะเข้าซื้อ The Huffington Post ด้วยมูลค่า $315 ล้านดอลลาร์สหรัฐ… และรีแบรนด์เป็น HuffPost หลังจาก Founder หรือผู้ก่อตั้งอย่าง Arianna Huffington เกษียณออกมาทำสตาร์ทอัพด้านสุขภาพ ชื่อ Thrive Global ในปี 2016

Arianna Huffington หลงใหลงานเขียนและเลือกเป็นนักเขียนคอลัมนิสต์ตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ ซึ่งรายได้ก็ไม่ได้มากมาย เธอจึงพยายามเขียนหนังสือเล่มไปพร้อมๆ กันด้วยหวังว่าจะเพิ่มช่องทางรายได้ระยะยาว แต่ผลตอบแทนจากงานเขียนคอลัมน์ของเธอก็ไม่ได้มากมายอะไร แม้แต่หนังสือเล่มของเธอก็ไม่สร้างรายได้อะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันอีกด้วย… แถมยังเคยถูกสำนักพิมพ์ปฏิเสธต้นฉบับของเธอมากมาย จนเธอเล่าให้ทุกคนฟังบ่อยๆ ว่า… เธอเคยรู้สึกตกต่ำสุดขีดในชีวิต กับการถูกปฏิเสธต้นฉบับซ้ำๆ ถึง 37 ครั้ง ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะคิดได้ตั้งนานแล้วว่าไม่ควรดันทุรังทำหนังสือต่อแบบนี้…

สำนักพิมพ์ Stein & Day Pub เป็นรายที่ 38 ที่ให้โอกาสต้นฉบับจากสาวตกงานขาดรายได้วัย 28 ชื่อ Arianna Stassinopoulos ได้พิมพ์หนังสือเล่มแรก ชื่อ After Reason ในปี 1978… ซึ่งเจ้าตัวเคยเล่าสภาพชีวิตตอนนั้นไว้ว่า… เธอเดินอยู่แถวถนน St. James Street ในลอนดอน ไม่เหลือเงินติดตัวเลยและกำลังเครียด เธอเหลือบไปเห็นป้ายธนาคาร Barclays Bank… ด้วยความไม่มีอะไรจะเสีย เธอเข้าไปขอพบผู้จัดการธนาคารเพื่อสอบถามเรื่องสินเชื่อ ทั้งๆ ที่เธอไม่มีทรัพย์สินอะไรจะไปค้ำประกันเลย… Ian Bell ผู้จัดการธนาคารกลับให้สินเชื่อมาต่อชีวิตอันต่ำต้อยของเธอในวันนั้น และนั่นเป็นจุดเปลี่ยนอันยิ่งใหญ่ในชีวิตของเธอ

หลังจากนั้นมา… งานหนังสือของเธอก็ถูกพิมพ์ออกมาต่อเนื่อง และเป็นยุคการเกิดของเวบไซต์ขายหนังสืออันลือลั่นอย่าง Amazon.com ผลงานของเธอจึงมีวางขายออนไลน์ให้คนที่อยากได้สั่งซื้อโดยตรง โดยไม่ติดขัดเรื่องสายส่งและชั้นวางในร้านหนังสือ ซึ่งนักเขียนโนเนมส่วนใหญ่แม้ได้พิมพ์หนังสือ ก็ไม่มีที่วางโชว์ในร้านให้ใครเห็นปกได้ง่ายๆ

ปี 1986… Arianna Stassinopoulos แต่งงานกับ Roy Michael Huffington Jr. ซึ่งเป็นคีย์แมนและนักการเมืองในทำเนียบขาวให้ประธานาธิบดีหลายคน นอกจากฐานะเธอจะดีขึ้นเพราะการแต่งงานแล้ว เธอยังต้องย้ายตามครอบครัวมาเป็นพลเมืองอเมริกันด้วย… ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 2 คนและหย่าในปี 1997 เพราะ Michael Huffington สารภาพว่าเป็น Bisexual และร่วมเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิ LGBT อย่างเปิดเผยมาตลอดตั้งแต่นั้น… แต่ Michael Huffington ก็ไม่เคยทอดทิ้งอดีตภรรยา และยังหนุนหลังในการเปิดตัวเวบไซต์ข่าวออนไลน์ The Huffington Post และร่วมเป็น Bloger ประจำเวบไซต์ตั้งแต่ปี 2006

ย้อนกลับไปปี 1998… Arianna Huffington เปิดสำนักข่าวออนไลน์โดยมีตัวเองเป็นคอลัมนิสต์หลักที่ Resignation.com เกาะติดข่าวการเมือง โดยเฉพาะข่าวความเคลื่อนไหวและเรื่องเอื้อฉาวของ Bill Clinton แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เวบไซต์แห่งนี้จึงปิดตัวลง… ตามมาด้วยเวบไซต์ Ariannaonline.com ซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน… จนกระทั่งได้ร่วมมือกับมิตรสหายและอดีตสามีที่กลายเป็นเพื่อน เปิดตัว The Huffington Post ในปี 2005… นักเขียนและนักข่าวโนเนมจึงเป็นที่จับตาอย่างมากในเวลาต่อมา

ปี 2016… Arianna Huffington อำลาชีวิตนักข่าวและ Bloger ที่เธอรัก เพื่อเริ่มสตาร์ทอัพชื่อ Thrive Global กับมิตรสหายร่วมทีมอีก 16 คนในหน้าที่ต่างๆ กับวิสัยทัศน์ Corporate and Consumer Well-being and Productivity Platform… ด้วยเป้าหมายต้องการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตและการทำงานให้ผู้คน ผ่านโมเดลการให้บริการตั้งแต่โปรแกรมโค๊ชชิ่ง คอร์สออนไลน์ โปรแกรมอบรมสัมมนา ไปจนถึงกิจกรรมบำบัดจากผู้เชี่ยวชาญที่เป็นเลิศเฉพาะทาง ให้ทุกๆ ความต้องการครอบคลุมตั้งแต่สมาธิและจิตวิญญาณ อาหารและเครื่องอำนวยสุขสวัสดีในการใช้ชีวิตสมัยใหม่ ไปจนถึงการออกกำลังกายและผักผ่อนนอนหลับ… ครอบคลุมองค์ความรู้และเครื่องมืออุปกรณ์ที่มีให้บริการในแพลตฟอร์มเดียว

ปี 2019… Thrive Global ระดมทุนใน Series A และ Series B ไปแล้ว 3 รอบ รวม 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ… ในขณะที่การจัดอันดับด้วย Valuation บน CrunchBase.com ในเดือนมีนาคมปี 2021 ถูกจัดอยู่ในกลุ่มมีมูลค่า 100-500 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปแล้ว

การสู้ชีวิตเดียวดายช่วงเริ่มต้นวัยทำงานในลอนดอน และล้มเหลวเดียวดายจนหลาบจำของ Arianna Huffington… ทำให้เธอริเริ่มและทำงานตลอดช่วงชีวิตที่เหลือ ท่ามกลางมิตรสหาย และ “กินแบ่งความสำเร็จล้มเหลว” กับเพื่อนฝูงครอบครัวและความสัมพันธ์หลากหลายฐานะ… ไม่ใช่เพราะเธอกลัวเดียวดายหรือความเสี่ยง แต่เธอรู้แล้วว่า มิตรสหายและสายสัมพันธ์เป็นวิธีท้าทายเอาชนะความเสี่ยงได้มากกว่าและดีกว่าเสมอ

Having A Partner Definitely Allows You To Take More Risks… การมีพวกพ้องมิตรสหาย จะทำให้คุณรับความเสี่ยงได้อีกมาก… Arianna Huffington ครับ!

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

CBDC Payment

BOT Retail CBDC… บาทดิจิตอลก่อนการใช้จริงในวงกว้าง

โครงการอินทนนท์ หรือ Inthanon Blockchain หรือ โครงการพัฒนาเงินบาทดิจิทัล ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Cryptocurrency แบบ CBDC หรือ Central Bank Digital Currency ซึ่งธนาคารกลางของสกุลเงินประจำชาติของทุกประเทศทั่วโลกต่างก็มีโครงการ CBDC ที่น่าจะเห็นการนำสู่ระบบเศรษฐกิจในวงกว้างอย่างชัดเจนในอีกไม่นานนี้… ซึ่งก็มีกรณีนำร่องที่โด่งดังอย่างดิจิทัลหยวนของจีนที่กำลังเป็นที่จับตา เริ่มทดลองใช้งานในวงจำกัดไปแล้ว

รายงานเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ปี 2563 และแนวโน้มปี 2563… โดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 ปรับตัวลดลง 12.2% ต่อเนื่องจาก การลดลง 2.0% ในไตรมาสก่อนหน้า YoY หรือ Year on Year หรือ การเปรียบเทียบตัวเลขรายไตรมาสในช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อนหน้า… และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 ลดลงจากไตรมาสแรกของปี 2563 9.7%… รวมครึ่งแรกของปี 2563 เศรษฐกิจไทยปรับตัวลดลง 6.9%

Polygon Matic

Polygon Matic

สิ่งที่ทำให้ Matic Network เป็นที่สนใจอย่างยิ่งในอุตสาหกรรม Web 3.0 และ Blockchain Internet ก็คือ การประกาศแผนพัฒนาระบบนิเวศเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐาน Web 3.0 บนเครือข่าย Ethereum และ Blockchain Smart Contracts ทุกเครือข่ายที่เข้ากันได้กับ Ethereum… Matic Network จึงได้ชื่อว่าเป็น Full-Fledged Multi-Chain System หรือ โครงข่ายมัลติเชนครบเครื่องที่ได้รับความเชื่อถืออย่างรวดเร็ว

Lido Finance…

Lido Finance เป็นแพลตฟอร์ม Decentralized Finance แบบ Liquidity For Staked Assets ที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถ Staking เหรียญ ETH โดยไม่ถูกยึดสภาพคล่องในระหว่างล็อคเหรียญวาง Stake เหมือนแพลตฟอร์ม Liquidity Pool ที่มีอยู่ดาษดื่นทั้งหมดในตลาด… แถมยังไม่มีการจำกัดจำนวนเหรียญ ETH ขั้นต่ำในการฝาก… ซึ่งการทำธุรกรรมบน Liquidity Pool ของ Lido Finance ด้วย ETH จำนวนเท่าใดก็ตาม ผู้ใช้ หรือ นักลงทุนจะได้รับโทเคน stETH ซึ่งเป็น Yield-Bearing Token ในอัตราส่วน 1:1 คล้ายการ PEG Ratio 1:1 ของพวก StableCoin… ซึ่ง stETH ซึ่งเป็น Yield-Bearing Token ในอัตราส่วน 1:1 คล้ายการ PEG Ratio 1:1 ของพวก StableCoin… ซึ่งมีนโยบายที่จะทำให้ stETH มีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกวันด้วย Yield Rewards ที่ได้รับจากการนำ ETH ที่ผู้ใช้ฝากไว้ไปฝากต่อ… โดยอาจจะถูกหักค่า Slashing หรือ ค่าปรับในกรณีที่ Validator Node ที่ Lido นำไปฝาก Stake ต่อ ถูกปรับตามกติกาของ Ethereum Beacon Chain