ออมก่อนกู้… อยู่ก่อนซื้อ… กับออมสิน

ข่าวเล็กๆ ที่คุณชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ออกมาเล่าแนวทางของธนาคารออมสิน ในการแก้ปัญหา “กู้ไม่ผ่าน” ในฝั่งสินเชื่อที่อยู่อาศัย… ธนาคารออมสินก็เลยออกนโยบายเพื่อเข้ามาดูแลลูกค้ากลุ่มผู้บริโภคระดับฐานราก ที่ถูกสถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อบ้าน ธนาคารออมสินจึงเตรียมเสนอบอร์ดช่วงกลางเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อคลอด 3 มาตรการ ช่วยให้ประชาชนสามารถกู้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น 

มาตรการแรกคือ ออมก่อนกู้ สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ หากต้องการกู้เงินซื้อบ้าน 1 ล้านบาท ก็ให้มาออมกับธนาคารเดือนละ 7,000 บาท เป็นเวลา 1 ปี เพื่อเป็นการยืนยันความสามารถในการชำระหนี้ หลังจากนั้นธนาคารก็จะพร้อมปล่อยกู้ให้ทันที

มาตรการที่สองชื่อเช่าก่อนกู้ โดยธนาคารจะร่วมมือกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องการระบายสินค้า โดยธนาคารปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ เพื่อให้ไปสนับสนุนลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้าน โดยให้มาผ่อนดาวน์กับโครงการ เหมือนกับเป็นการเช่าอยู่ 2 ปี เพื่อดูความสามารถการชำระหนี้ก่อนที่ธนาคารจะอนุมัติเงินกู้

คุณชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน
[ขอบคุณภาพจาก internet]

มาตรการที่สาม เป็นการนำรายได้ในอนาคตของลูกค้ามาคำนวณความสามารถการชำระหนี้ เนื่องจากช่วง 3 ปีแรกลูกค้าจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษผ่อนชำระไม่สูงไม่น่ามีปัญหา ดังนั้นพิจารณาความสามารถการชำระหนี้ จะเป็นการนำรายได้ใน 3 ปีข้างหน้ามาคำนวณ โดยลูกค้าที่เป็นข้าราชการรัฐวิสาหกิจก็จะปรับคาดการณ์รายได้เพิ่มขึ้นปีละ 5-6% ส่วนพนักงานบริษัทเอกชน ก็จะปรับขึ้นปีละ 3%

คุณชาติชายยอมรับว่าสำหรับมาตรการที่ 3 มีความเสี่ยงมากที่สุดจากทั้ง 3 มาตรการและมีโอกาสที่จะเป็นหนี้เสียมากที่สุด แต่ก็มั่นใจว่าอยู่ในระดับที่รับได้ พร้อมทั้งยืนยันว่ามาตรการต่างๆ ที่จะออกมานั้นไม่ได้ขัดกับหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยแต่อย่างใด

โครงการไหนมีสินค้าสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้… ผมว่าปลั๊กกับออมสินดูน่าจะเพิ่มยอดขายได้อีกไม่น้อย!

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง

ข่าวและความเคลื่อนไหวความร่วมมือของเพื่อนบ้าน 3 สายน้ำอิรวดี… เจ้าพระยา… แม่โขง ในทัศนของผมเป็นเรื่องน่ายินดีมากกว่ากรอบความเคลื่อนไหวเขตอาเซียน ซึ่งวิกฤต COVID19 กระตุ้นให้เพื่อนบ้านต้องพึ่งพากันมากขึ้น ทำให้ ACMECS หรือ ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 ชัดเจนในวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมการพัฒนาอย่างสมดุล ลดช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก และส่งเสริมความเจริญอย่างยั่งยืนในอนุภูมิภาคให้ได้… มีแววความเป็นไปได้เกินเป้าหมายมาไกลทีเดียว

Cobot for Construction

Robotics for Construction…

แน่นอนว่าภาวะที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติต่างๆ ถูกนำมาใช้ในวงการก่อสร้างมากขึ้นจนความต้องการแรงงานเหมือนในอดีต… ถูกเปลี่ยนไปเป็นหุ่นยนต์และเทคโนโลยีก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า

Solar Farm

Solar Farm การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ EEC

การพัฒนาและลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับภาคเอกชนในประเทศไทย แบบผสมผสาน ร่วมกับการทำการเกษตรในพื้นที่เดิมตามสัดส่วนที่เหมาะสม โดยในระยะแรก การพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จะมีขนาดไม่น้อยกว่า 500 เมกะวัตต์ มูลค่าเงินลงทุนโครงการประมาณ 23,000 ล้านบาท

นิคมอุตสาหกรรมจะนะ

ความสำเร็จของ EEC กลายเป็นบทเรียนที่ ภูมิภาคอื่นๆ ในประเทศไทยลุกขึ้นมาปัดฝุ่นโครงการระดับเมกะโปรเจคมากมาย… ล่าสุดเวบไซต์ข่าวประชาชาติธุรกิจขึ้น Title ว่า “โมเดล EEC ปั้นเขตเศรษฐกิจใต้ 6 แสนล้าน ประชัยคัมแบ็กฟื้นนิคมจะนะ”