GMS Economic Corridors

Greater Mekong Sub-region หรือ GMS หรือกลุ่มประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งประกอบด้วยไทย จีน (มณฑล ยูนนาน) เวียดนาม กัมพูชา ลาว และเมียนมา

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงถูกยกให้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาภูมิภาค

GMS-Economic-Corridors-Map

ก็ด้วยกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 250 ล้านคน มีพื้นที่รวมกัน 2.3 ล้านตารางกิโลเมตรเทียบได้กับขนาดทวีปยุโรปตะวันตก มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์และมีความได้เปรียบทางด้านที่ตั้งซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางในการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคเอเชียใต้เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ข่าวคราวเรื่องการพัฒนาและความร่วมมือระหว่างกันของชาติสมาชิก จึงล้วนเคลื่อนไหวภายใต้โครงการระเบียงเศรษฐกิจ เพื่อสร้างโครงข่ายระดับภูมิภาคที่จะเติบโตและก้าวหน้าไปพร้อมกัน

GMS Economic Corridors มุ่งเน้นที่การพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานหลายแขนงโดยเฉพาะเส้นทางคมนาคม ระบบไฟฟ้า โทรคมนาคม สิ่งแวดล้อมและกฎหมาย สำหรับใช้เป็นเส้นทางกระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบและรองรับตลาดการท่องเที่ยว พร้อมทั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการขยายตัวด้านอุตสาหกรรมการเกษตร การค้าการลงทุนและบริการผลักดันให้เกิดการจ้างงาน สร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเท่าเทียม โดยมีธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Development Bank) หรือ ADB เป็นผู้สนับสนุนหลักด้านการเงิน

เส้นทางเศรษฐกิจกลุ่มประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงหรือ GMS Economic Corridors แบ่งตามภูมิภาคออกเป็น 3 เส้นโครงข่ายหลัก ๆ ได้แก่

  1. แนวพื้นที่เศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor: NSEC) เชื่อมโยงระหว่างไทย เมียนมา ลาว และจีน ประกอบด้วย 3 เส้นทางย่อย ได้แก่
    1. เส้นทาง R3A เชื่อมโยงระหว่างจีนตอนใต้กับลาวและไทย โดยมีจุดเริ่มต้นที่คุนหมิง มายังโมฮาน บ่อเต็น และห้วยทรายของลาว เข้าเขตไทยที่ อ. เชียงของ และสิ้นสุดที่กรุงเทพฯ ปัจจุบัน R3A นับว่าเป็นเส้นทางที่คับคั่งไปด้วยการจราจรมากที่สุดเส้นหนึ่ง ภายหลังจากที่สะพานมิตรภาพไทย – ลาวแห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2556
    2. เส้นทาง R3B มีจุดเริ่มต้นที่นครคุนหมิงเช่นเดียวกับ R3A แต่ผ่านเข้ามาทางเมียนมาที่ท่าขี้เหล็กแล้วเข้าไทยที่เขต อ. แม่สาย จ.เชียงราย และมีปลายทางที่กรุงเทพฯ
    3. เส้นทาง R5 มีจุดเริ่มต้นจากเมืองหนานหนิงในมณฑลกว่างสีของจีน มายังเมืองฮานอยและท่าเรือไฮฟองของเวียดนาม สำหรับจังหวัดของไทยตามแนวเส้นทางเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ มี 13 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ ตาก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพฯ
  2. แนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) เชื่อมโยงระหว่างเวียดนาม ลาว ไทย และพม่า อาจเรียกได้ว่าเป็นเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างทะเลจีนใต้กับทะเลอันดามัน ประกอบด้วย 3 เส้นทางย่อย ได้แก่
    1. เส้นทาง R9 มีจุดเริ่มต้นที่เมาะลำไย ไปที่เมียวดี เข้าเขตไทยที่ อ. แม่สอด จ. ตาก เชื่อมไปยังพิษณุโลก ขอนแก่น มุกดาหาร และต่อไปยังสะหวันนะเขต เข้าเขตเวียดนามที่เว้ และสิ้นสุดที่ดานัง
    2. เส้นทาง R12 เชื่อมโยงภาคอีสานของไทยกับมณฑลกว่างซี โดยมีจุดเริ่มต้นที่ จ. นครพนม เข้าเขตลาวที่แขวงคำม่วน วิ่งผ่าน จ. ห่าติ๋ง วิงห์ และฮานอยของเวียดนาม ก่อนจะไปสิ้นสุดที่กว่างซี ภายหลังการเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม – คำม่วน) เมื่อเดือน พ.ย. 2554 เส้นทางสาย R12 นับว่าเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดในการขนส่งสินค้าจากไทยไปยังเขตปกครองตนเองกว่างซี
    3. เส้นทาง R8 มีจุดเริ่มต้นที่ จ. บึงกาฬ เข้าเขตปากซันของลาว ผ่านเมืองวิงห์ มุ่งสู่กรุงฮานอยของเวียดนาม และไปสิ้นสุดที่กว่างซี สำหรับจังหวัดของไทยตามแนวเส้นทางเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก มี 7 จังหวัด ได้แก่ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร
  3. แนวพื้นที่เศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) เชื่อมโยงระหว่างเมียนมา ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ประกอบด้วย 2 เส้นทางย่อย ได้แก่
    1. เส้นทางทวาย – ทิกิ – กรุงเทพฯ – อรัญประเทศ– ปอยเปต – พนมเปญ – โฮจิมินห์ – หวังเต่า ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง โดยพาดผ่านเมืองสำคัญหลายเมืองและมีการขนส่งข้ามแดนตามแนวเส้นทางในปริมาณมาก ทั้งตรงจุดผ่านแดนอรัญประเทศ – ปอยเปตระหว่างไทย – กัมพูชา และจุดผ่านแดนบาเวต – มอกไบ ระหว่างกัมพูชา – เวียดนาม
    2. เส้นทางทวาย – ทิกิ – บ้านน้ำพุร้อน – กรุงเทพฯ – เสียมราฐ – สตรึงเตร็ง – ควิวยอน ซึ่งเป็นเส้นทางเศรษฐกิจและท่องเที่ยวสำคัญระหว่างไทย และกัมพูชา รวมถึงเชื่อมต่อระหว่างไทยไปกับภาคกลางของเวียดนามผ่านกัมพูชา สำหรับจังหวัดของไทยตามแนวเส้นทางนี้ มี 8 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราดและกาญจนบุรี

ทั้งหมดเป็นภาพรวมระดับภูมิภาคครับ… ทั้งหมดคือเส้นทางที่คนและสินค้า จะถูกเคลื่อนย้ายขนส่งผ่าน… มองไกลไปอีก 20-30 ปีข้างหน้า…

คุณและผม… จะอยู่ส่วนไหนของโอกาสที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้?

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Estee Lauder

I Never Dreamed About Success, I Worked For It. – Estée Lauder

Estee Lauder และสามี Joseph Lauder ได้ก่อตั้ง The Estée Lauder Companies Inc. ขึ้นในปี 1946 ธุรกิจเครื่องสำอางค์เล็กๆ ของทั้งคู่เริ่มต้นด้วยสินค้าอย่าง Cleansing Oil… Skin Lotion… Super Rich All Purpose Creme และ Creme Pack… และสองปีต่อมา Estée Lauder ก็ได้วางสินค้าใน Saks Fifth Avenue ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าหรูหราใจกลางย่าย Manhattan

คืบหน้า… รถไฟทางคู่บ้านไผ่ – นครพนม

ข่าวจากกระทรวงคมนาคมว่าด้วยโครงสร้างด้านขนส่งและการจราจรทั่วประเทศ ยังคงไหลออกมาจากแหล่งข่าวอย่างต่อเนื่อง เพราะถนนหนทาง รถไฟ ท่าเรือ สนามบิน และอะไรอีกมากมายที่จะทำให้ การเดินทางขนส่งสามารถผลักดันความก้าวหน้าทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมเพื่อทุกคน

Kaishan

BeiDou… จีพีเอสโครงข่ายใหม่ของโลกตรามังกร

โครงข่าย 北斗卫星导航系统 หรือ BeiDou Navigation Satellite System หรือ BDS หรือระบบดาวเทียมนำร่องเป่ยโต่วของจีน ถูกพัฒนามาตั้งแต่การยิงดาวเทียม 3 ดวงในโครงการ BeiDou-1 โดยยิงดาวเทียมดวงแรกขึ้นวงโคจรตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคมปี 2000…

KK Dry Port ท่าเรือบก ขอนแก่น

คราวก่อนผมเอาข้อมูล Inland Container Depot ของอุดรธานีมาเล่าไว้ เพื่อให้เห็นห่วงโซ่ลอจิสติกส์ ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคอิสาน และวันนี้เราขยับลงใต้มาที่ขอนแก่น ที่บังเอิญผมมีข้อมูลว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้ทำการว่าจ้างสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการพัฒนาธุรกิจท่าเรือบก (Dry Port) ตั้งแต่ปี 2558 โดยเป็นการดำเนินการตามนโยบายและสอดคล้องตามแผนวิสาหกิจของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 11 (ปี ‭2558 – 2562‬)