บ้าน… ล้านหลัง

ครม.เห็นชอบให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เดินหน้าโครงการบ้านล้านหลัง ราคาขายไม่เกิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 3% 5 ปี ผ่อน เดือนละ 3,800 บาท/เดือน เริ่มเปิดจองสิทธิ์สินเชื่อ 50,000 ล้านบาท ธันวาคม นี้

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ได้มีมติเห็นชอบให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์จัดทำ “โครงการบ้านล้านหลัง” ภายใต้วงเงินรวม 60,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ แบ่งเป็น

  1. สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย (Post Finance) วงเงิน 50,000 ล้านบาท สำหรับประชาชนทั่วไป ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ให้กู้เพื่อซื้อ หรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัย และซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวย ความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย ราคาไม่เกิน 1,000,000 บาท ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี อัตราดอกเบี้ย แบ่งเป็นดังนี้
    • กรณีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาท/คน/เดือน (กรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท) อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1- ปีที่ 5 คงที่ 3.00% ต่อปี ปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้เงิน กรณีสวัสดิการ MRR – 1% ต่อปี กรณีรายย่อย MRR- 0.75% กรณีซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกฯ อัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส.เท่ากับ 6.75% ต่อปี) กรณีกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 5 ปีแรก เริ่มต้นเพียง 3,800 บาทเท่านั้น ยกเว้นค่าธรรมเนียม 4 ฟรี ได้แก่ 1.ฟรีค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ (0.1% ของวงเงินทำนิติกรรม) 2.ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน (1,900-2,300 บาท) 3.ฟรีค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (1,000 บาท) และ 4.ฟรีค่าจดทะเบียน นิติกรรมจำนอง (1% ของวงเงินจำนอง)ส่วนกรณีผู้ประกอบอาชีพประจำหรืออาชีพอิสระที่มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาท สามารถนำหลักฐานการชำระค่าเช่าบ้าน หรือ ผ่อนชำระเงินดาวน์บ้านไม่น้อยกว่า 12 เดือน มาประกอบการพิจารณา เพื่อคำนวณรายได้เพิ่มเติม หรือลูกค้าที่เข้าโครงการ ธอส.โรงเรียนการเงิน มีประวัติ การออมสม่ำเสมอไม่น้อยกว่าเงินงวดผ่อนชำระเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 9 เดือน สามารถใช้เป็นหลักฐานที่มาของรายได้และนำค่าเช่าหรือวงเงินที่ผ่อนชำระเงินดาวน์ที่อยู่อาศัยมานับรวมเป็นการออมได้
    • กรณีรายได้เกิน 25,000 บาท/คน/เดือน (กรอบวงเงิน 30,000 ล้านบาท) อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1- ปีที่ 3 คงที่ 3.00% ต่อปี ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญาเงินกู้ กรณีสวัสดิการ MRR- 1% ต่อปี กรณีรายย่อย MRR- 0.50% กรณีซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก อัตราดอกเบี้ย MRR ตั้งแต่ปีที่ 1 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ เงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 3 ปีแรกเริ่มต้นเพียง 3,800 บาท เช่นกัน
  2. สินเชื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย (Pre Finance) วงเงิน 10,000 ล้านบาท ให้กู้สำหรับผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณสมบัติพร้อมกับปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนดนำไปจัดทำที่อยู่อาศัยที่มีราคาขาย ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อหน่วย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของจำนวนหน่วยขายทั้งหมดของโครงการ อัตราดอกเบี้ย MLR – 1.25% ต่อปี เฉพาะกรณีสร้างที่อยู่อาศัยที่มีราคาขายไม่เกิน 1 ล้านบาท ส่วนกรณีก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่มีราคาขายเกิน 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MLR – 0.75% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MLR อยู่ที่ 6.25% ต่อปี)

ธนาคารกำหนด Kick Off โครงการภายในเดือนธันวาคม 2561 โดยจะเปิดให้ประชาชนจองสิทธิ์สินเชื่อเพื่อซื้อ หรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัย และซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัยตามวัตถุประสงค์ของโครงการ หรือ จองสิทธิ์สินเชื่อเพื่อเลือกซื้อทรัพย์ที่พร้อมเข้าอยู่อาศัยภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2562 จำนวนกว่า 30,000 หน่วย ได้จากแคตตาล็อกในเว็บไซต์ www.ghbmillionhome.com เป็นทรัพย์ในกรุงเทพฯ 14,000 หน่วย และทรัพย์ในภูมิภาค 16,000 หน่วย ประกอบด้วย

  • ทรัพย์มือหนึ่งจากผู้ประกอบการและการเคหะแห่งชาติ จำนวนกว่า 27,000 หน่วย
  • ทรัพย์มือสองของ ธอส. สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) บริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด(BAM) และ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด(SAM) รวมกว่า 3.000 หน่วย

ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนนำรหัสของรายการทรัพย์ที่เลือกในเว็บไซต์ ไปแสดงพร้อมด้วยบัตรประชาชนตัวจริงเพื่อลงทะเบียนการจองในงาน “Kick Off โครงการบ้านล้านหลัง” โดยให้สิทธิ์การจอง 1 คน ต่อทรัพย์ 1 รายการ และหลังจากที่จองสำเร็จจะได้รับข้อความ SMS แจ้ง หรือเอกสารยืนยันจากธนาคาร เพื่อนำไปยืนยันสิทธิ์การยื่นพิจารณาสินเชื่อ ณ ที่ทำการสาขาของ ธอส. ทั่วประเทศ ภายในกรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท

สำหรับงาน Kick Off โครงการบ้านล้านหลัง ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลจะจัดขึ้น ณ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ พระราม 9 ส่วนในภูมิภาคจะจัดขึ้น ณ ที่ทำการสาขาที่ธนาคารกำหนด ซึ่งภายในงานนอกจากจะเปิดให้ผู้ที่สนใจจองที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบ้านแล้ว ยังมีการจัดแสดงข้อมูลของที่อยู่อาศัยที่เข้าร่วมโครงการ และยังมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อบ้านของ ธอส. ที่พร้อมให้บริการหรือคำแนะนำแก่ประชาชนที่สนใจอีกด้วย

ทั้งนี้ ธอส.จะแจ้งกำหนดการยื่นคำขอกู้เฟสแรกอีกครั้ง โดยกำหนดทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2562 หรือภายใต้กรอบวงเงินที่ธนาคารกำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ www.ghbank.co.th และ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์

 

 

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

LiVE

LIVE FIN CORP… CrowdFunding ทายาทรุ่นหลานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Live Fin Corp หรือ บริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด ถือหุ้นใหญ่โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย… มีสำนักงานอยู่ตึกเดียวกันกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET นั่นเลย… LiVE ย่อมาจาก Launchpad and investment Vehicle for Enterprise เป็นผู้ให้บริการเครือข่าย Blockchain เพื่อระดมทุนและซื้อขายหลักทรัพย์สำหรับ SME และ Startup โดยเฉพาะ โดยมีเงื่อนไขที่เหมาะสมทั้งกับผู้ประกอบการและนักลงทุน

fruits export

ความรู้เบื้องต้นในการเตรียมส่งออกอาหารและเครื่องดื่ม

ถ้าผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งเป้าอยากส่งออกสินค้าไปต่างประเทศต้องเรียนและรู้อะไรบ้าง… คำแนะนำแรกคือ… ติดต่อไปศูนย์บริการส่งออกแบบเบ็ดเสร็จ หรือ ONESTOP Export Service Center หรือ OSEC ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์…

Keep Learning

เรียนหลักสูตรเกษตรอินทรีย์เพื่อการส่งออก กับ New Economy Academy

สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ New Economy Academy หรือ NEA จึงมีการให้ความรู้ในรูปแบบการเรียนด้วย eLearning เรียกว่า E-Academy เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้การประกอบธุรกิจในวงกว้าง และสามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียนได้เป็นจำนวนมากในแบบ Asynchronous eLearning โดยไม่ยึดติดกับเวลาและสถานที่

Business MICE

MICE… การบิน และแนวโน้มการเดินทางเชิงธุรกิจหลังวิกฤตโควิด

ปี 2019 ก่อนเกิดวิกฤต… ไทยมีนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจราว 1.8 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 4.5% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด โดยนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และระยอง เนื่องจากเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางธุรกิจและนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่ง… ทำให้ภาครัฐกำหนดและส่งเสริมให้เมืองพัทยาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม MICE เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ EEC