นโยบายประเมินราคาที่ดินด้วย GIS และ Machine Learning โดยกรมธนารักษ์

GIS

อธิบดีกรมธนารักษ์… คุณยุทธนา หยิมการุณ คุยกับนักข่าวหลายวันก่อนว่า… กรมธนารักษ์ได้นำเทคโนโลยี GIS หรือ Geographic Information System หรือเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้กรมธนารักษ์สามารถดำเนินการประเมินราคาที่ดินภายใต้โครงสร้างของข้อมูลที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประเมินราคาที่ดินให้สอดคล้องกับราคาตลาด สร้างความโปร่งใส มีความแม่นยำสูง

แผนการนำใช้เทคโนโลยี GIS ในอนาคตนั้น ทางกรมธนารักษ์มีแผนจะ “พัฒนาระบบราคาประเมินที่ดินในรูปแบบการเรียนรู้ด้วยเครื่อง Machine Learning เพื่อพัฒนาไปสู่การวิเคราะห์เชิงลึก” ซึ่งจะสร้างโมเดลหรือแบบจำลองเพื่อทำการประเมินราคาที่ดินทั้งประเทศจำนวน 34 ล้านแปลง ได้ในคราวเดียวโดยอัตโนมัติ มีความใกล้เคียงราคาตลาด มีการอัพเดทข้อมูลเรียลไทม์ รวมถึงมีแนวคิดในการนำเทคโนโลยีการประมวลผลด้วยภาพถ่ายดาวเทียม มาวิเคราะห์ในรูปแบบการเรียนรู้ Machine learning เพื่อวิเคราะห์ปัญหาการบุกรุก หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ของที่ดินราชพัสดุโดยไม่ต้องลงสำรวจพื้นที่

เบื้องหลังการขับเคลื่อนนโยบายนี้… ดูเหมือนทางกรมธนารักษ์จะกำลังทดสอบและพัฒนาระบบบนเครือข่ายแพลตฟอร์มของ ArcGIS… ซอฟท์แวร์วิเคราะห์เชิงพื้นที่ชื่อดัง ซึ่งในแวดวงการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์เองก็กำลังตื่นตัวในการใช้ Computer Assisted Mass Appraisal หรือระบบ CAMA มาช่วยเทียบเคียงราคาประเมินกันมานานแล้ว… และเมื่อนำเทคโนโลยี GIS มารวมกับระบบ CAMA และ Machine Learning… งานประเมินราคาสินทรัพย์ที่เคยเป็นของแพงและเป็นภาระมานานก็จะง่ายขึ้นมาก… และสามารถนำไปต่อยอดธุรกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ได้อีกมาก

ส่วนตัวผมพอมีข้อมูลและคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับ GIS-CAMA-ML อยู่บ้างในระดับสนใจแลกเปลี่ยนเรียนรู้… Ad Line ด้วย QR Code ข้างล่างแล้วทักเข้ามาได้ครับ… ส่วนท่านที่จริงจังระดับประยุกต์ใช้งานในธุรกิจ… ขอคุยกันเบื้องต้นก่อนครับ!

Featured Image: https://assets.new.siemens.com

Share this post

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Crypto Wallet

Cryptocurrency Wallet… จุดเริ่มต้นในโลกคริปโต

ในบางนิยามของ Blockchain จะหมายถึงฐานข้อมูลแบบ Pay-Per-Use หรือ PPU หรือ ฐานข้อมูลแบบใช้เมื่อไหร่จ่ายเมื่อนั้น … การพูดถึง Blockchain จึงแยกกันออกยากมากกับ Cryptocurrency ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้ว่าในทางเทคนิคแล้ว การใช้งาน Blockchain หลายรูปแบบไม่ต้องกำหนดให้มี Cryptocurrency ก่อนบันทึกลงบล็อกก็ได้ โดยเฉพาะ Blockchain แบบปิดที่ใช้ในวงแคบ หรือ Private Blockchain… แต่สำหรับ Public Blockchain ซึ่งใช้งานเป็นแพลตฟอร์มสาธารณะ… การกำหนดให้ต้องมี Cryptocurrency ไว้จ่ายค่าธรรมเนียม ถือเป็นเรื่องเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงอยู่แล้ว

Coin / Token

ความรู้เบื่องต้นเกี่ยวกับ Blockchain และ Coin กับ Token

Coin เป็นคริปโตที่ออกใช้โดยมี Blockchain ของตัวเอง ซึ่งการโอน Coin จะถูกหักค่าธรรมเนียม หรือ Fee เป็น Coin ชนิดเดียวกัน… ส่วน Token จะเป็นคริปโตที่ออกใช้โดยอาศัย Blockchain ของ Coin เมื่อมีการโอน Token จึงต้องมี Coin เอาไว้จ่ายค่าธรรมเนียม หรือ Fee ด้วย

Angel Investor

Angel Investor… นักลงทุนฟ้าประทาน

วิถีของ Startup จึงต้องพึ่งพานายทุน หรือ นักลงทุนที่พร้อมจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน มากกว่านายทุนแบบเจ้าหนี้เหมือน SME เพราะสิ่งที่ Startup มี มักจะไม่เข้าเกณฑ์การค้ำประกันหนี้แบบที่นายธนาคารยอมรับ… และ นั่นทำให้นายทุนที่ยื่นมือถือเงินพร้อมความเชี่ยวชาญมาโอบอุ้ม Startup จึงเป็นดั่งนางฟ้ามาโปรด จนเรียกกันว่า… Angel Investor

Smart City และ Smart Port ที่ท่าเรือแหลมฉบัง

ข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนา Smart City ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จะเป็นการต่อยอดระบบจองคิวรถบรรทุก หรือ ระบบ Truck Queue ของท่าเรือแหลมฉบัง โดยยกระดับให้เป็นภาพรวมการบริหารจัดการด้วยแพลตฟอร์ม และ วางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยใช้กรอบการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลเมืองของดีป้า ซึ่งมีแหล่งข้อมูลต้นทางจากข้อมูลการเดินรถ… ข้อมูลจากหัวรถลาก… ข้อมูลตู้คอนเทนเนอร์… ข้อมูลตารางเรือ… สายการเดินเรือ และอื่นๆ จากท่าเรือเอกชนรวมถึงข้อมูลประกอบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการจราจร… ภูมิอากาศ… CCTV และ ข้อมูลที่ได้จากระบบให้บริการที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่