ถ้า GDP ไทยต่ำกว่า -5%

Covid-19, Economic Recession

งานวิจัยจากกรุงศรีรีเสิร์ชหัวข้อ ธุรกิจที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ชี้ว่า… ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีมูลค่าตลาดคิดเป็นสัดส่วน 8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP และยังมีส่วนสาคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยทำให้มี เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบจำนวนมาก เกิดการจ้างงานและรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมไปกับการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมอื่น เช่น ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจ สถาบันการเงิน ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า และธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่ง

แต่พลันที่หมดเดือนมีนาคม 2020 หรือจบไตรมาสแรกด้วยการวุ่นวายกับวิกฤต COVID-19 ที่คนส่วนใหญ่ต้องปรับตัวท่ามกลางความวิตกกังวล… ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจากสถาบันต่างๆ ล้วนออกมาแจ้งข่าวร้ายเรื่องการเติบโตถดถอย ที่นับจากชั่วโมงนี้ไปถึงสิ้นปี พวกเราคงไม่เจอข่าวดีจากภาวะที่เป็นอยู่อะไรหรอก นอกจากจะค้นเอาจากจิตใจเนื้อในจากพวกเรากันเองมาแบ่งปัน

ล่าสุดข่าวจากคุณคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ธนาคารทิสโก้ ก็เอาตัวเลขประเมินจากทิสโก้มาเล่าแบ่งปัน อ้างอิงสมมุติฐานหลัก 3 ประการคือ

1. จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 12 ล้านคน
2. ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยที่ 35 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากคาดการณ์เดิมที่ 55 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
3. ภัยแล้งมีความรุนแรงยืดเยื้อจนถึงเดือนกันยายน จากเดิมคาดว่าจะอยู่ที่เดือนพฤษภาคม ซึ่งทำให้คาดว่าผลกระทบจากภัยแล้งจะกลายเป็น 0.7% ของ GDP จากเดิมคาดไว้ที่ 0.2% ของ GDP


เรียกว่าสมมุติฐานด้วย Scenario ขนาดนี้แค่ฟังก็ฝ่อแล้ว โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวและผลกระทบภัยแล้ง… ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ธนาคารทิสโก้จึงให้ตัวเลข GDP ตามต้นทุนที่อ้างอิงไว้ที่ -6.9%… อีกนิดเดียวการเติบโตตามการคาดการณ์นี้ ก็จะเห็นเศรษฐกิจหายไปเกือบจะเท่า GDP ที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ทั้งระบบที่มีอยู่ราวๆ 8% 

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจจากหลายสำนักก็ให้ตัวเลขติดลบไม่ต่างกันมากมาย และก็ถือว่าตรงกับสภาพและความรู้สึกที่ไม่มีใครคิดออกว่าเศรษฐกิจจะดีได้อย่างไร

ประเด็นก็คือ… หลายๆ ท่านในภาคธุรกิจคงมี Scenario บนสมมุติฐานที่ธุรกิจติดขัดฝืดเคืองจากปัจจัยที่ท่านเองน่าจะมองขาดว่ามีอะไรที่กระทบบ้างกันอยู่แล้ว… ที่จะขอก็เพียงแค่ อย่าได้ “หวังว่า” ปัจจัยด้านลบและด้านที่กระทบ จะดีกว่าที่คาดเท่านั้นเอง แล้วหันมาดูจุดแข็งและทรัพยากรที่เหลืออยู่ที่ไม่ได้รับผลกระทบ และโฟกัสปัจจัยเหล่านั้นเป็นโอกาสดูก่อน… หรือเลวร้ายสุดถึงขั้นต้องสละเรือแบบทิ้งทุกอย่างไว้กลางมหาสมุทรตรงนั้น เพื่อขึ้นแพเข้าฝั่งไปตั้งหลักใหม่ก็รีบทำ

ประเด็นก็คือ สมมุติว่า GDP ทั้งระบบหายไป -10%… อีก 90% ที่เหลือก็น่าจะมีอะไรให้เกลี่ยและจัดการได้อยู่ เว้นแต่จะอยู่ในธุรกิจ Sunset ที่ถูก Disrupted โดยปริยายอยู่แล้ว แม้หลังวิกฤตก็ไม่มีทางจะกลับมาเหมือนเดิม เพราะระบบนิเวศน์ส่วนที่ทำรายได้หลักให้กิจการได้เปลี่ยนไปกับ New Normal ที่เป็นคู่แข่งทั้งหมดแล้ว…

ใช่ครับ! ระวัง New Normal ที่ไม่มีเราอยู่ในระบบนิเวศน์ก็พอ… ที่เหลือเป็นเรื่องมีขึ้นมีลงท้าทายเราแค่นั้นเอง

อ้างอิง

https://www.krungsri.com/bank/getmedia/4dda41fa-1db0-4b97-bca2-591cc99537d2/IO_Housing_181115_TH_EX.aspx

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

CR400AF โครงการรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย

ความคืบหน้ารถไฟความเร็วสูงสายอิสาน และรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก

การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ลงพื้นที่เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนและเอกชนในพื้นที่ หลังเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง เฟส 2 เส้นทาง สายอีสานและตะวันออก เริ่มจากรถไฟไทย-จีนช่วงนครราชสีมา–หนองคาย ระยะทาง 356 กิโลเมตรมูลค่า มูลค่ากว่า 220,000 ล้านบาท และ แถลงข่าวเพิ่มส่วนต่อขยาย รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ช่วงจังหวัดระยอง–จันทบุรีและตราด ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร มูลค่า กว่า 100,000 ล้านบาท

M.A.D.I. บัานสร้างเสร็จใน 6 ชั่วโมง

M.A.D.I. เป็นธุรกิจขายและติดตั้งบ้าน Prefabricated ทรง A ที่กำลังได้รับการพูดถึงมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกออนไลน์ 

Data Visualization

Google Data Studio

กระแส Data Driven ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจและองค์กรทั่วโลกหลังปี 2020 ได้กลายจากแนวโน้มไปเป็นพื้นฐานจำเป็นแน่นอนชัดเจนแล้ว ซึ่งข้อมูลมากมายที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ด้วยอัตรเร่งยิ่งยวดอย่างในปัจจุบัน การจะขับเคลื่อนกิจการหรือองค์กร โดยไม่สนใจข้อมูลมากมายที่มีทั้งเกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการและองค์กร… มีทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยอ้อมกับกิจการและองค์กร รวมทั้งข้อมูลที่เหมือนจะไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับกิจการและองค์กร แต่กลับมีประโยชน์ในการ “ใช้ทำนายหรือเทียบเคียงแนวโน้มแบบต่างๆ” ที่สัมพันธ์กับกิจการและองค์กรมากมาย

Tom Peters

The Only Way To Fail Is To Never Try New Things – Thomas J. Peters

Absolute Disruption หรือ ภาวะชะงักงันอย่างสมบูรณ์แบบ ได้เกิดขึ้นกับหลายอย่างที่เห็นชัดเจนว่า “ไม่ได้ไปต่อ” เพราะอะไรๆ หลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงไปหมดแล้ว… การหยุด หรือ ถอยเพื่อทบทวนการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ จึงไม่สมควรถูกตีความว่าเป็นการ “ถอดใจ” ตราบเท่าที่การหยุดและถอยในโอกาสนี้… ไม่เป็นการหยุดและถอยตลอดกาล