โครงการทำให้คนไทยมีบ้าน จาก ธอส

Home loan

ยุคการแข่งขันแบบปลาเร็วกินปลาช้า กำลังจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่อง ใหญ่ไม่กลัวกลัวช้า ในโลกธุรกิจ ที่กำลังจะได้เห็นทุกตลาดในระบบเศรษฐกิจทุนนิยม โดยเฉพาะธุรกิจน้อยใหญ่ที่รอดวิกฤตโควิดมาแบบเจ็บน้อย และซุ่มทำแผนกลยุทธ์เตรียมรอจังหวะการแจกจ่ายวัคซีนโควิด ซึ่งเป็นฤกษ์เดินหน้ากลยุทธ์ธุรกิจที่สำคัญ ซึ่งต่างก็ซุ่มรอจังหวะเล่นเร็วเพื่อออกตัวก่อนคู่แข่ง

ในตลาดสินเชื่อบ้านซึ่งมีขนาดใหญ่ และผมมีตัวเลขของศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานไว้หลังสิ้นไตรมาส 3 ปี พ.ศ. 2563 มีคงค้างอยู่ถึง 2.43 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะจบปี พ.ศ. 2564 ที่ 2.46 ล้านล้านบาท แม้จะมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยค่อนข้างมากกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการปรับเกณฑ์คัดกรองในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีปัจจัยไม่แน่นอนหลายปัจจัย

ในขณะที่รัฐบาลเองก็กำลังหาทางพยุงตัวเลขเศรษฐกิจ ด้วยแพคเกจกระตุ้นเศรษฐกิจสารพัดลูกเล่นอยู่ พร้อมๆ กับข่าวความคืบหน้าเรื่องวัคซีนโควิด ซึ่งเป็นความหวังของทุกประเทศที่รอคอยช่วงเวลาสำคัญยิ่งนี้ไม่ต่างกัน… ส่วนธุรกิจที่พร้อมรออยู่แล้วก็ถือฤกษ์นี้ลุยเป้าหมายปี 2021 กันตั้งแต่เงินค่าวัคซีนงวดสองยังไม่ได้โอนจ่ายกันด้วยซ้ำ… โดยเฉพาะตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัย “โครงการทำให้คนไทยมีบ้าน” โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่โหมประชาสัมพันธ์กันแล้ว

คุณฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อย รวมถึงบุคลากรภาครัฐ สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น กับ ธอส. ตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ภายใต้แนวคิด “Be Simple, Make it Simple” มีบ้านได้ง่ายๆ กับ ธอส. 

จึงได้เตรียมวงเงิน 70,000 ล้านบาท จัดทำ 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย หรือ Social Solution ซึ่งครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์การกู้หลักๆ เช่น เพื่อซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม และไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น ผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 40 ปี โดยมีรายละเอียดดังนี้

โครงการสินเชื่อที่อยู่ที่อาศัยเพื่อบุคลากรภาครัฐ วงเงิน 30,000 ล้านบาท 

สำหรับข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงาน/เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ชื่อเรียกอย่างอื่น  และลูกจ้างประจำที่เป็นผู้มีสิทธิกู้เงินตามข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยประเภทไม่มีเงินฝาก ที่หน่วยงานต้นสังกัดได้ลงนามร่วมกับ ธอส. สามารถกู้ไม่จำกัดวงเงินกู้สูงสุด อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 2.65%… ปีที่ 2 เท่ากับ 3%… ปีที่ 3 เท่ากับ MRR-2.65%… ซึ่งอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 3.05% และ ปีที่ 4-5 เท่ากับ   MRR-2.00% หรือเท่ากับ 4.15%… ปีที่ 6  จนถึงครบอายุสัญญา คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี… กู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 3,400 บาทต่อเดือน 

โครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท

สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 25,000 บาท ต่อเดือน วงเงินให้กู้รายละไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-2 เท่ากับ 2.75% ต่อปี… ปีที่ 3 เท่ากับ MRR -3.40%… อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 2.75% ต่อปี…  ปีที่ 4-5 เท่ากับ MRR -2%… และปีที่ 6 จนถึงครบอายุสัญญา กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป อัตราดอกเบี้ย MRR -0.75% ต่อปี และกรณีลูกค้าสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR -1% ต่อปี… กู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 3,500 บาทต่อเดือน

โครงการบ้าน ธอส. เพื่อสานรัก” กรอบวงเงิน 30,000 ล้านบาท

สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 35,000 บาท ต่อเดือน วงเงินให้กู้รายละไม่เกิน 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 3%… ปีที่ 2 เท่ากับ 4%… ปีที่ 3 เท่ากับ MRR -1.15%… และปีที่ 4 จนถึงครบอายุสัญญา กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR -0.75% ต่อปี  และกรณีลูกค้าสวัสดิการ คิดอัตราดอกเบี้ย MRR -1% ต่อปี… กู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 3,800 บาท ต่อเดือน

รายละเอียดและโปรโมชั่นยังมีที่ไม่ได้รายงานอีกมาก… ท่านที่สนใจติดต่อธนาคารอาคารสงเคราะห์ใกล้ท่านสอบถามข้อมูลปัจจุบันเอาเองดีที่สุดครับ… 

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

Superfoods

SUPERFOODS… อาหารขั้นเทพ

กระแสอาหารสำหรับคนรักสุขภาพ รวมทั้งผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งต่างก็เลือกสรรอาหารและเครื่องปรุงเฉพาะที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการตามต้องการ รวมทั้งการเลือกอาหารและเครื่องปรุงบางชนิด เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคภัย ซึ่งอาหารที่ถูกคัดสรรขั้นนี้ถูกจัดกลุ่มเรียกรวมกันว่า Superfoods

ESG

ESG Investment… ธุรกิจและการลงทุนอย่างยั่งยืน

แนวคิดเรื่อง “ทำดีๆ กินนานๆ” หรือแนวคิดอย่าง “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” ล้วนมีสอนและถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมายาวนาน… ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คำว่า New Normal หลอกหลอนผมเหมือนหลายๆ ท่านที่กำลังปวดเศียรเวียนเกล้า กับภาวะ Covid Disruption ที่สร้างปรากฏการณ์น่าตื่นตะลึงหลายอย่าง กระทบจังหวะชีวิต ธุรกิจและสังคมที่หลายคนรู้ดีว่า… แบบเดิมมันไม่เวิร์คอีกแล้ว

ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง

ข่าวและความเคลื่อนไหวความร่วมมือของเพื่อนบ้าน 3 สายน้ำอิรวดี… เจ้าพระยา… แม่โขง ในทัศนของผมเป็นเรื่องน่ายินดีมากกว่ากรอบความเคลื่อนไหวเขตอาเซียน ซึ่งวิกฤต COVID19 กระตุ้นให้เพื่อนบ้านต้องพึ่งพากันมากขึ้น ทำให้ ACMECS หรือ ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 ชัดเจนในวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมการพัฒนาอย่างสมดุล ลดช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก และส่งเสริมความเจริญอย่างยั่งยืนในอนุภูมิภาคให้ได้… มีแววความเป็นไปได้เกินเป้าหมายมาไกลทีเดียว

เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน… เห้อออ!

ในขณะที่อู่ตะเภาและ EEC ร้อนแรงชนิดที่มีเอกชนแห่ไปซื้อซองกับกองทัพเรือกว่าสี่สิบราย แต่ฝั่ง SEZ หรือ Spacial Economic Zone หัวเมืองชายแดนอย่าง แม่สอด มุกดาหาร นครพนม และหนองคาย กรมธนารักษ์ต้องปัดฝุ่นเงื่อนไขต่างๆ เพื่อเปิดให้เอกชนยื่นซองประกวดราคารอบสองรอบสามกันแล้ว