ดูเหมือนว่าประเด็น Crowdfunding ที่ผมเพิ่งเกริ่นไปเมื่อสองสามวันก่อนจะร้อนแรงไม่ใช่น้อย… ไม่ว่าจะยังไง… Feedback ที่ได้ทั้งผ่านข้อความและโทรตรงมาที่ผม… มีค่ากับทิศทางและเป้าหมายของ Properea มากมาย และขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่แบ่งปันข้อมูลและความเห็นทุกประเด็น

คำถามหนึ่งที่ผมได้ยิน “จากทุกท่าน” ที่พูดคุยก็คือ เคสที่ทำสินเชื่อรูปแบบ Crowdfunding ที่ทำไปแล้วมีใคร ทำอะไร ที่ไหนและอย่างไรบ้าง?

ก่อนทำ Properea.com ผมค้นคว้าข้อมูลจากทุกแหล่งที่ผมหาได้… ก็จะเยอะหน่อยตามประสาคนคลั่งไคล้ข้อมูล และสร้าง Chain why ให้ตัวเองยุ่งสม่ำเสมอมานาน วันนี้ก็เลยกลับมารื้อข้อมูลที่ทำ index เอาไว้ออกมาเลือกดู และ Update ซ้ำเพื่อให้แน่ใจว่า… สถานะของเคสที่จะเอามาเล่าแบ่งปันยังใช่อยู่

ผมเลือกเคส Fun That Flip จากนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา มาแชร์เป็นตัวอย่างครับ

Fund That Flip โฟกัสสินเชื่อการรีโนเวทที่อยู่อาศัยครับ โดยแพลตฟอร์มจะเป็นตัวกลางในการพิสูจน์เครดิตและหลักประกันของลูกค้า และเปิดช่องให้นักลงทุนรายย่อย ร่วมทำ Co-invest ที่ข้อมูลหลายช่องทางบอกว่า Fund That Flip ประกันผลตอบแทนให้ co-investor สูงถึง 10%

Fund That Flip เคลมว่าตัวเองเป็น Crowdfinancing platform เพื่อการ Redevelopment ที่อยู่อาศัย… และเมื่อเข้าไปเจาะดูรายละเอียดและวิเคราะห์เพื่อเป็นกรณีศึกษาพบว่า… Fund That Flip โฟกัสการรีโนเวทบ้านเก่าเพื่อขาย มากกว่าเพื่อการอยู่อาศัยครับ… โดยแพลตฟอร์มจะหาสินเชื่อรองรับนักลงทุนรายย่อยที่มองหาโอกาสจากบ้านเก่าทำเลดี

Matt Rodak, CEO at Fund That Flip

ใช่ครับ!… ผมนึกถึงหลายๆ ท่านที่กำลังมองหาอาชีพใหม่ จากหลายๆ ปัญหา รวมทั้งเพื่อนพ้องน้องพี่ที่เหนียวแน่นอยู่กับการทำอาชีพนายหน้าหลายต่อหลายท่าน ที่มองเห็นโอกาสมากมายแต่ขาดเงินทุน… ผมไม่มีตัวเลขในมือว่า… ทรัพย์ธนาคารหรือกรมบังคับคดีที่เปิดประมูลบ้านเก่า ตัวเลขนักลงทุนและคนสนใจซื้อบ้านที่ต้องซ่อมก่อนใช้มีมากเท่าไหร่?… ผมคิดว่ามูลค่าของตลาด “สินเชื่อบ้านเก่าต้องซ่อม” น่าจะมีตัวเลขที่น่าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย… จบทริปเดินสายรอบนี้ ผมจะพยายามหาตัวเลขมากางแบ่งกันดูอีกทีครับ!

ตัว Fund That Flip เองเป็น Startup ที่ได้เงินลงทุนรอบ Seed จาก Venture Capital สองรายรวม 2 ล้านดอลลาร์ในปี 2016 จากข้อมูลบน Crunchbase

ออกตัวก่อนว่า… ทั้งหมดศึกษาจากข้อมูลครับ แต่ก็เป็นกรณีศึกษาที่ผมแนะนำหลายท่านที่ทำ PropTech บ้าง FinTech บ้างให้ศึกษาโมเดล… ข้อมูลลึกๆ ก็พอมีครับ แต่ขอเป็นพูดคุยแลกเปลี่ยนส่วนตัวครับ!

อ้างอิง

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Bonaparte

A Leader Is A Dealer In Hope ~ Napoleon Bonaparte

ภาวะการนำในแบบของ Napoleon Bonaparte มีแง่มุมในด้านความสำเร็จแบบผู้นำเผด็จการ ซึ่งเป็นเทคนิคการนำที่มอบความหวังภายใต้ความรับผิดชอบจากการตัดสินใจ ซึ่งในปัจจุบันมีการพูดถึง Wartime Leadership ที่ยังใช้ได้ผลกับบางสถานการณ์ที่ผู้นำโลกสวยอาจกลายเป็น “คุณลังเล หรือ ท่านโลเล” ที่ไม่กล้าตัดสินใจอะไรเพราะไม่กล้ารับผิดชอบผลลัพธ์…

Crypto Wallet

Cryptocurrency Wallet… จุดเริ่มต้นในโลกคริปโต

ในบางนิยามของ Blockchain จะหมายถึงฐานข้อมูลแบบ Pay-Per-Use หรือ PPU หรือ ฐานข้อมูลแบบใช้เมื่อไหร่จ่ายเมื่อนั้น … การพูดถึง Blockchain จึงแยกกันออกยากมากกับ Cryptocurrency ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้ว่าในทางเทคนิคแล้ว การใช้งาน Blockchain หลายรูปแบบไม่ต้องกำหนดให้มี Cryptocurrency ก่อนบันทึกลงบล็อกก็ได้ โดยเฉพาะ Blockchain แบบปิดที่ใช้ในวงแคบ หรือ Private Blockchain… แต่สำหรับ Public Blockchain ซึ่งใช้งานเป็นแพลตฟอร์มสาธารณะ… การกำหนดให้ต้องมี Cryptocurrency ไว้จ่ายค่าธรรมเนียม ถือเป็นเรื่องเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงอยู่แล้ว

Risk – Reward

Hedging Strategies… กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงในตลาดทุน

การนำเงินไปลงทุนในตลาดทุนมีความเสี่ยงจากราคาสินทรัพย์ลงทุนที่ “เสื่อมมูลค่า” จากภาวะปกติของแรงซื้อแรงขายที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผ่านกระดานซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ต่างๆ ซึ่งเป็นธรรมชาติของตลาดทุนที่นักลงทุนต่างก็มี “ราคาตัดสินใจ” ของตัวเองตามจังหวะ และ ปัจจัยที่แตกต่างกันในฐานะที่เป็น “นักเทรด” ซึ่งจะเป็นผู้ซื้อ หรือ เป็นผู้ขายเมื่อไหร่อย่างไรก็ได้นั่นเอง

bullish bearish

Wyckoff Price Cycle… วงจรราคาของวิคคอฟฟ์

Richard Wyckoff กำหนดให้ช่วงราคาตกต่ำ แล้วมีการเคลื่อนไหวของราคาในกรอบแคบๆ เป็น Accumulation Phase หรือ ระยะสะสม… และกำหนดให้ช่วงราคาที่ปรับตัวขึ้นมาสูง แล้วเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เป็น Distribution Phase หรือ ระยะแบ่งขาย… โดยมี “ช่วงราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” เรียกว่า Markup เชื่อมเป็นเส้นกราฟชันขึ้นจากระยะสะสม ไปชนจุดเริ่มต้นระยะแบ่งขาย เพื่อจบแนวโน้มขาขึ้น หรือ Bullish Trend… และ มี “ช่วงราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง” เรียกว่า Markdown ดิ่งลงจากระยะแบ่งขาย ไปชนจุดเริ่มต้นระยะสะสม เพื่อจบแนวโน้มขาลง หรือ Bearish และ ครบวงจร “ขึ้น–ลง” ในหนึ่งรอบ