Functional Food… โอกาสและมูลค่าเพิ่มของธุรกิจอาหาร

ช่วงนี้ผมกำลัง Update ข้อมูลเกี่ยวกับ Functional Food หลายๆ มิติ จึงได้ทั้งบทความและงานวิจัยทางธุรกิจเกี่ยวกับ Functional Food มาพอสมควร ซึ่งจะว่าไปแล้ว… ธุรกิจ Functional Food ก็มีมิติไม่ได้ต่างไปจากธุรกิจอาหารทั่วไปที่ทุกๆ หน่วยในห่วงโซ่ ล้วนจำเป็นต่อการมีอยู่และเติบโตไปกับ “ตลาดผู้บริโภค หรือลูกค้า” ที่สนใจอาหารลึกไปถึงคุณประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพ

งานวิจัยของธนาคารกรุงไทยเมื่อปี 2019 รายงานไว้ว่า… ผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงในการส่งเสริมสุขภาพด้านต่างๆ เพิ่มเติมจากคุณประโยชน์ของอาหารทั่วไป หรือ  Functional Foods  ซึ่งเป็นอาหารสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้ออกกำลังกาย กลุ่มผู้ใส่ใจความงาม… มีโอกาสขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประเมินมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 68,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 4%

ในขณะที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ก็ลุยจัดโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือโปรแกรม ITAP ของ สวทช. ก็จับมือกับ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ หรือ TCELS… เชิญผู้ประกอบการในกลุ่มผู้ผลิตอาหารฟังก์ชั่น อาหารผู้สูงอายุ และอาหารเพื่อสุขภาพ เข้าอบรมฟรีปีละครั้ง… ซึ่งปีนี้ก็กำลังรับสมัครผู้ประกอบการกลุ่มใหม่อีกรอบ รายละเอียดคลิกที่นี่ครับ

ในขณะที่ธนาคารกสิกรไทยก็ได้ออกรายงานบทวิเคราะห์เรื่อง โอกาสทำเงินเกาะกระแสอาหารสุขภาพ ยาว 9 หน้ากระดาษ เจาะถึงกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่มได้แก่… กลุ่มคนรักสุขภาพ… กลุ่มดูแลรูปร่างและความงาม และกลุ่มผู้สูงวัย

ซึ่งข้อเสนอแนะในรายงานของธนาคารกสิกรไทยฉบับดังกล่าว วิเคราะห์ให้เห็นโอกาสทางธุรกิจ คลอบคลุมกิจการระดับผู้ผลิต ผู้แปรรูปผลผลิต ผู้จัดจำหน่ายและผู้พัฒนาแอพ หรือ ระบบอินฟอร์เมชั่นเกี่ยวกับอาหารสุขภาพ

ล่าสุดคือช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา… ธนาคารกรุงเทพได้ปล่อยบทความเรื่อง “Functional Foods” ตลาดนี้ โตได้อีกถ้ารู้ ‘เทรนด์’ บนเวบไซต์ BangkokBankSME.com อ้างอิงตัวเลขของยูโรมอนิเตอร์ หรือ Euromonitor ซึ่งเป็นสำนักวิจัยชื่อดังที่นักลงทุนทั่วโลกซื้อข้อมูลราคาแพงจากที่นี่สม่ำเสมอ รวมทั้งสถาบันการเงินใหญ่ๆ… ซึ่งประเมินมูลค่าตลาด Functional Food ในประเทศไทยอยู่ที่ราว 68,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยประมาณปีละ 4% ต่อปีตลอดช่วงปี 2018-2022

ผมยกเอารายงานของธนาคารใหญ่ 3 แห่งในประเทศไทยขึ้นมาบอกเล่าวันนี้เพื่อจะบอกว่า… ธนาคารกำลังสนใจธุรกิจ Functional Food ที่มี TAM หรือ Total Addressable Market หรือ มูลค่ารวมของตลาดทั้งหมด ที่ผู้บริหารเห็นตัวเลขก็รู้ว่า… แค่ปล่อยกู้อุตสาหกรรม Functional Food ขาเดียวก็ได้ดอกเบี้ยพอจ่ายเงินเดือนพนักงานทุกคนไปเป็นปีแล้ว 

ใช่แล้วครับ… ผมกำลังจะบอกว่า ถ้าท่านทำธุรกิจอาหารอยู่ การเข้าไปในอุตสาหกรรม Fuctional Food อย่างจริงจังมีโอกาสที่จะกู้เงินธนาคารมาพัฒนากิจการอาหารของท่านได้ง่ายกว่าแน่ๆ 

อ้างอิง

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

OEM

พื้นฐานการเลือกผู้ผลิตอาหาร OEM

การแปรรูปสินค้าอาหารในระดับอุตสาหกรรม เพื่อให้กลายเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานและง่ายต่อการเข้าตลาดอย่างชัดเจนนั้น มีความยุ่งยากซับซ้อนในการดำเนินการตั้งแต่ขั้นวิจัยและพัฒนา ออกแบบสินค้าไปจนถึงขั้นตอนการผลิตที่หมายถึง ต้องใช้ทั้งเครื่องจักรและหรือแรงงานในขบวนการผลิตอีกมาก…

Crowdfunding for Real Estate…

ไหนๆ ก็แตะนิดแตะหน่อยกับเงินและทุนดิจิตอลมาพอสมควรแล้วทั้ง Cryptocurrency และ Blockchain… วันนี้ลุยทำการบ้านเรื่องสร้างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จาก Crowdfunding กันแบบฟุ้งๆ ฝันๆ ดูกันหน่อยครับ

Dwight D. Eisenhower

What Is Important Is Seldom Urgent And What Is Urgent Is Seldom Important ~ Dwight D. Eisenhower

ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ถือเป็นบุคคลที่มีประวัติส่วนตัวแทรกอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเริ่มต้น จนถึงยุคสงครามเย็น… แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ชายคนนี้คือผู้ที่พาสหรัฐอเมริกาก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจอย่างแท้จริง… ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ได้รับการยกย่องเกียรติคุณอย่างแท้จริงจากนานชาติ ยืนยันได้จากเหรียญตราและอิสริยาภรณ์จากมิตรประเทศทั่วโลกที่มอบเป็นเกียรติ รวมทั้งเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ หรือ ม.จ.ก. หรือ The Most Illustrious Order of the Royal House of Chakri จากประเทศไทยด้วย

ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง

ข่าวและความเคลื่อนไหวความร่วมมือของเพื่อนบ้าน 3 สายน้ำอิรวดี… เจ้าพระยา… แม่โขง ในทัศนของผมเป็นเรื่องน่ายินดีมากกว่ากรอบความเคลื่อนไหวเขตอาเซียน ซึ่งวิกฤต COVID19 กระตุ้นให้เพื่อนบ้านต้องพึ่งพากันมากขึ้น ทำให้ ACMECS หรือ ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 ชัดเจนในวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมการพัฒนาอย่างสมดุล ลดช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก และส่งเสริมความเจริญอย่างยั่งยืนในอนุภูมิภาคให้ได้… มีแววความเป็นไปได้เกินเป้าหมายมาไกลทีเดียว