FOMO JOMO และ…

มีข้อความถึงผมในไลน์ส่วนตัวครับ… อยากให้ผมเอาประเด็น FOMO และ JOMO มาเล่าขยายความให้เข้าใจอีกหน่อย… ขอที่เอาไปปรับใช้และออกแบบธุรกิจหรือแคมเปญโดนๆ ได้ยิ่งดี… 

เรื่องเล่าตอนนี้เลยลัดคิวเข้ามาตามคำขอ… ก็ต้องขออภัยท่านที่โฟกัสแง่มุมทางอสังหาริมทรัพย์ด้วยครับ ที่พักหลังเลี้ยวออกไปแนวการตลาดและจิตวิทยาการตลาดไม่น้อยเลย… ที่จริงหลายท่านก็บอกว่าชอบและน่าสนใจกว่าอสังหาช่วงนี้ ที่วงการซึมจนเศร้าด้วยปัจจัยลบนานาที่ดูว่าจะแห้งแล้งข่าวดีเหลือเกิน

เอาหล่ะ… กลับเข้าเรื่องที่จั่วหัวไว้เรื่อง FOMO และ JOMO… ก่อนอื่นมาทบทวนกันหน่อย เผื่อท่านที่เพิ่งอ่านเจอสองคำนี้ใหม่… FOMO ย่อมาจาก Fear Of Missing Out แปลว่ากลัวที่จะพลาดอะไรไป… ส่วน JOMO ย่อมาจาก Joy Of Missing Out แปลว่าสำราญกับการหลุดออกมา… ซึ่ง พฤติกรรม FOMO และ JOMO จะใช้อธิบายพฤติกรรมบนสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะโซเชี่ยลมีเดียที่เชื่อมเรากับคนอีกฟากหนึ่งผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือ

กลุ่ม FOMO จะติดมือถือ ติดโซเชี่ยล และพยายามที่จะเชื่อมต่อกับเครือข่ายสังคมออนไลน์ และข้อมูลในเครือข่ายสังคมออนไลน์… ในขณะที่คน JOMO จะเมินใส่ข้อมูลข่าวสารที่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง… หลายคนใช้มือถือแต่ปิดการแจ้งเตือนทุกชนิด… และเลือกเสพสื่อสังคมออนไลน์แบบเฉพาะเจาะจง กับกลุ่มคนเฉพาะเจาะจง ในตารางเวลาเฉพาะเจาะจง เพื่อดึงชีวิตกลับมาให้สิ่งรอบตัวในโลกความจริงทั้งงาน คนและสิ่งแวดล้อม

แต่ในทางการตลาด… จะ JOMO หรือ FOMO ก็เป็น Target Audience เราได้หมด… และเป็นลูกค้าเราได้หมดเช่นกัน… แต่

การ HOOK คนทั้งสองกลุ่ม… จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเพราะ… พฤติกรรมเสพสื่อของคนสองกลุ่มไม่เหมือนกันเลย… ที่สำคัญกว่านั้น ผมอยากเพิ่มรายละเอียดอีกเล็กน้อยเพื่อให้ทุกท่านเห็นภาพลึกขึ้นเกี่ยวกับพฤติกรรมการเสพสื่อด้วยกรอบ JOMO/FOMO 

  • ประเด็นแรก… JOMO เป็นพฤติกรรมส่วนใหญ่ของคน GenZ ที่ตอนนี้มีอายุระหว่าง 4-24 ปี ที่เกิดและเติบโตมากับโซเชียลมีเดีย แม้จะอยู่กับโซเชียลมีเดียตลอดเวลาแต่คนกลุ่มนี้ “จะเลือก” เนื้อหาหรือ Content เฉพาะเจาะจง และรู้สึก Joy ที่ได้แตกต่างและ Missing Out จากกระแสหลักในสังคมโดยเฉพาะสังคมออนไลน์ เช่น เขานิยมไปต่อคิวร้านดัง… JOMO GenZ ก็อาจจะขึ้นรถไฟไปถ่ายรูปเลียไอติมโคนที่ผาแต้มดีกว่า!!!

  • ประเด็นที่สอง… JOMO กลุ่ม GenX, GenY และ Baby Boomer ที่ช่วงวัยเกิน 25 ปีในปัจจุบัน… ส่วนใหญ่จะ “JOMO เพราะเบื่อ” อะไรๆ ในสังคมออนไลน์ รวมทั้งไม่ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารอะไร นอกจากรู้สึกว่าช่างไร้สาระ เสียเวลา หรืออาจจะถึงขั้นรู้สึกเครียดและสูญเสียบางสิ่งบางอย่างเมื่ออยู่ในโลกออนไลน์และโซเชี่ยลมีเดีย… คนกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งจะปลีกตัวกลับมาสังคมรอบข้างมากขึ้น เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้มือถือ เชคมือถือเป็นเวลา จัดระเบียบชีวิต และช่องทางการสื่อสาร ทั้งงานและส่วนตัวให้เป็นเวล่ำเวลามากขึ้น… ถูกด่าว่าไม่เปิดไลน์อ่านก็ไม่แคร์… ข้อมูลระยะหลังๆ จะได้ยินคนวัยทำงานพูดถึง… ร้านอาหารที่ต้องฝากมือถือก่อนเข้าร้าน… วัดไม่มีสัญญาณมือถือ… รวมทั้งคอร์สพัฒนาบุคลิกภาพต่างๆ ที่เริ่มมีเรื่องบำบัดหรือแนะแนวการบริหารจัดการชีวิตที่ต้องเชื่อมต่อและออนไลน์… มากขึ้นเช่นกัน

  • ประเด็นที่สาม… FOMO แม้จะเป็นกลุมที่ดิ้นรนเข้าหากระแสส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกระแสหลักด้วยกลัวตามโลกไม่ทันบ้าง… กลัวจะรู้ไม่ทันเพื่อนหรือคนอื่นบ้าง… กลัวตกกระแส กลัวไม่อัพเดทและอีกมากมายความกลัวที่ “ต้องมี ต้องรู้และต้องทัน”… กลุ่ม FOMO กลับเป็นกลุ่มที่ต้องการการเรียนรู้มากกว่ากลุ่มไหนๆ ทั้งเรียนเพื่อตามให้ทันและเรียนเพื่อปรับตัวให้ได้ โดยเฉพาะพฤติกรรมการเสพสื่อออนไลน์และสื่อสังคมออนไลน์… และไม่ได้แปลว่าคนกลุ่มนี้จะไม่มีความสุข เพราะการกระหายที่ต้องมี ต้องรู้และต้องทันคนอื่น ทำให้คนกลุ่มนี้รู้สึกท้าทายและเจอ Micro-success ถี่มาก แม้จะต้องแลกกับการอัพเดทถี่ยิบ ก็ไม่ได้สร้างปัญหาใดๆ ให้พวกเขา… คน FOMO จึงเป็นคนส่วนใหญ่ที่ “ติดโซเชี่ยล” เพราะเจอความท้าทายที่น่าหลงไหลอยู่ในสังคมที่ต้องตามให้ทัน… ที่สำคัญกว่านั้น FOMO บางส่วนสามารถใช้โซเชี่ยลและกระแสที่ต้องมี ต้องรู้และต้องทันนี่แหละ… ทำมาหากินไปเลยก็มี… ส่วนคนที่หา Micro-success ไม่เจอในอินเตอร์เน็ต ก็จะกลายเป็นกลุ่มเริ่มถอยออกจากอินเตอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ไปเป็นกลุ่ม WOMO หรือ Will Of Missing Out และถอยไปเป็น JOMO ในที่สุด

  • ประเด็นที่สี่… FOMO ไม่ใช่ปลายทางอีกฟากของ JOMO ครับ… แต่ยังมีวรรณะหรือขั้น MOMO หรือ Mystery Of Missing Out ที่ไหลหลื่นเข้าใกล้แกนของกระแสสังคมและโซเชี่ยลมีเดีย… ซึ่งส่วนใหญ่คน  MOMO จะเริ่มหาผลประโยชน์จากกระแสที่ตนเองเต็มใจเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศน์นั้น

  • ประเด็นสุดท้าย… NOMO หรือ NMMO หรือ No More Missing Out อีกกลุ่มหนึ่งที่ถือเป็นกูรูหรือศูนย์กลางของกระแสระดับผู้สร้างกระแสหรือผู้สร้างสมดุลย์ให้กระแสต่างๆ… กลุ่ม NOMO ส่วนใหญ่จะเป็นที่รู้จักในนาม Influencer นั่นเองครับ… ซึ่งกลุ่ม NOMO มาไกลเกินกว่าจะกลัวอะไรๆ อีกแล้ว โดยเฉพาะในโซเชี่ยลมีเดีย รวมทั้งสื่อช่องทางใดๆ เพราะพวกเขาเป็นดาวฤกษ์ที่สร้างแรงดึงดูดในโซเชี่ยลมีเดียไปแล้วกว่าได้

ที่นี้ก็มาถึงคำถามสำคัญ… พฤติกรรมทางสังคมตามกรอบ JOMO/FOMO เหมือนหรือแตกต่างกับพฤติกรรมทางสังคมตามกรอบทฤษฎีบุคคลิกภาพที่แบ่งคนตามบุคคลิก Introvert/Extrovert หรือไม่อย่างไร?… เท่าที่ผมมีข้อมูลที่ได้จากการอ่าน และพูดคุยกับหลายท่านที่มีดีกรีทางจิตวิทยาบอกว่า… เป็นคนละส่วนกันแต่ก็มีมิติเชิงพฤติกรรมที่เชื่อมโยงกันได้ระดับหนึ่ง แต่… ยังไม่มีการค้นคว้าหาข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดแจ้งใดๆ มาอธิบายความสัมพันธ์ของสองทฤษฎีนี้… ซึ่งกรอบ FOMO/JOMO ถือว่าใหม่มาก การหาหลักฐานอ้างอิงเชิงวิชาการใดผมจึงจนปัญญาจะค้นคว้าเจอได้ในตอนนี้… ผู้อ่านท่านใดพอมีข้อมูลและคำแนะนำใดๆ ผมก็ยินดีน้อมรับทุกคำชี้แนะครับ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร… การเข้าใจกลไกทางจิตสังคมที่มีต่อพฤติกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชี่ยลมีเดียและอินเตอร์เน็ต… ผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในการออกแบบธุรกิจที่ต้องพึ่งพากลไลการ HOOK เข้าหากลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น แม่นยำขึ้น… รวมทั้งวางตัวเองและธุรกิจของตัวเองไว้ในที่ๆ ใช่กว่า… ได้ดีกว่า

…ผมเชื่อแบบนั้นจริงๆ

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

ทรัพยากรน้ำ

กฎกระทรวงองค์กรผู้ใช้น้ำ พ.ศ. 2564 และ การจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำ

คุณสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ได้แถลงข่าวเพื่อสร้างการรับรู้เรื่องการจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำ ทั้งในส่วนกลางและในระดับพื้นที่ ซึ่ง สทนช. ได้เคลื่อนไหวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 เพื่อเป็นการสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ชัดเจน และส่งเสริมให้ผู้ใช้น้ำในทุกภาคส่วน เกิดการตระหนักถึงบทบาทและความสำคัญขององค์กรผู้ใช้น้ำ ในการสร้างการมีส่วนร่วมบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมิติใหม่ของประเทศ

Prefab Bathroom

ปัญหาแรงงานฝีมือในงานก่อสร้าง โดยเฉพาะงานก่อสร้างบ้านสำหรับตลาดพรีเมี่ยม ที่ต้องการงานเนี๊ยบๆ ส่งมอบให้ลูกค้า… หลายโครงการรื้อแล้วรื้ออีก ทุบแล้วทุบอีก เพื่อแก้งานชุ่ยจากช่างที่ขาดทักษะฝีมือ

ท่าเรือน้ำลึกสงขลา 2

ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งแรก เป็นท่าเรือหลักและเป็นท่าเรือระหว่างประเทศ ที่อยู่ทางด้ายชายฝั่งอ่าวไทยภาคใต้ตอนล่างก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2531 และเปิดดำเนินการตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

Peter Lynch

Know What You Own, and Know Why You Own It. – Peter Lynch

ประเด็นก็คือ… การ OWN หรือถือครองสินทรัพย์หรืออะไรก็ตาม ถ้ามี Why โดยเฉพาะ Why chain หรือการถามทำไมต่อไปหลายๆ ทอด… ซึ่งคำแนะนำส่วนใหญ่ให้ถามซ้ำไป 5 ทอด เพื่อหาคำตอบว่า สินทรัพย์ที่ถือครองไว้ หรือกำลังจะตัดสินใจจะถือครองอยู่นั้นเพราะอะไร… ซึ่งหลายกรณีที่คำตอบชั้นต้นอย่างกำไร หรือน่าจะได้กำไร… มักจะไม่เพียงพอที่จะเป็นเหตุผลหลักให้ต้องตัดสินใจลงทุนทั้งเงินทุนและเวลาก็ได้