Properea

ผมคิดว่าตัวเองก็เหมือนหลายท่านที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองตามสมควร และจะโฟกัสหรือลงรายละเอียดก็ต่อเมื่อเป็นประเด็นที่มี Value กับการเสียเวลาเท่านั้น… อย่างเหตุการณ์การจัดประชุม Asean Summit 34th เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา…

ผมคิดว่าทุกท่านคงพอทราบแล้วว่า ปีนี้ประเทศไทยอยู่ในคิวได้เป็นประธานอาเซียน การประชุมจึงจัดขึ้นที่บ้านเรา และมีผู้นำจากเพื่อนบ้านอาเซียนเดินทางเข้าร่วมกันครบครัน… เขาจะคุยวาระบ้านเมืองอะไรกันผมก็ไม่ได้สนใจ และคิดว่าหลายๆ ท่านคงจะเหมือนผม… แต่ทันทีที่ข่าวออกมาว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศวิสัยทัศน์อาเซียนเรื่องเสนอให้อาเซียนร่วมมือกันเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันบอลโลก หรือ ฟีฟาเวิลด์คัพ ปี 2034… เท่านั้นแหละ

ผมว่าประเด็นนี้ไม่ใช่แต่สร้างความฮือฮาให้กับคอบอลบ้านเราเท่านั้นครับ… แต่ผมว่าสาวกลูกหนังทั่วอาเซียนคงเทใจให้ลุงและผู้นำอาเซียนทุกคนที่เข้าร่วมประชุมและข่าวว่า… เห็นพ้องต้องกัน

…รายละเอียดข่าวไปตามต่อกันเองน๊ะครับ!!!

ในมุมมองของผมอาจจะมีความเห็นเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย… ประเด็นก็คือว่า… วิสัยทัศน์เรื่องการเป็นเจ้าภาพร่วมทั้งภูมิภาคอาเซียนที่ไม่ใช่ประเทศใดประเทศหนึ่งเสนอตัวแล้วขอเพื่อนสมาชิกสนับสนุน… แต่วิสัยทัศน์แบบยกทีมเสนอตัวครั้งนี้… ผมคิดว่า เป็นโอกาสที่อาเซียนจะกลายเป็นเขตเศรษฐกิจที่ทรงพลังอย่างรวดเร็วค่อนข้างแน่!!!

นี่เป็นกลยุทธ์ “กินแบ่ง”… ที่สามารถสร้าง Magic Moment ขึ้นได้มากมาย!

ซึ่งผมเชื่อว่า… การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2034 มีความเป็นไปได้สูงอย่างมาก เพราะ 10 ชาติอาเซียนในปัจจุบันมีความเป็นเอกภาพสูงกว่าทุกภูมิภาคและเขตเศรษฐกิจอื่นๆ…

และข้อมูลล่าสุดที่ผมค้นเจอ… ชาติที่เตรียมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2034 ขณะนี้มีเพียงอียิปต์ อิสราเอลและอาเซียนเท่านั้นครับ!

ออกตัวก่อนว่าอันนี้เป็นขั้นมโน! สมมุติว่า…

อาเซียนได้เป็นเจ้าภาพฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2034… สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ การสร้างสาธารณูประโภคอย่างเร่งด่วนทั่วภูมิภาค พร้อมๆ กับการเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวและลอจิสติกส์ที่ต้องเร่งสร้างเพื่อเปิดรับโอกาสที่จะมากับฟีฟ่าเวิลด์คัพ 2034

พวกเราอยู่ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์… คิดต่อเองน๊ะครับว่าโอกาสจะเกิดกับวงการและทุกท่านตรงไหนอย่างไร!

อีก 15 ปีครับ!

อ้างอิง