EV Charging Station… โมเดลพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหม่

แนวโน้มรถ EV หรือรถยนต์ไฟฟ้าทั้งในไทยและทั่วโลก… ชัดเจนว่าทิศทางการปรับเปลี่ยนจะต้องทิ้งเครื่องยนต์สันดาปภายในทั้งเบนซินและดีเซลไว้ข้างหลังอย่างแน่นอนแล้ว

เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ปี 2017 ประเทศอังกฤษประกาศยุติการขายยานยนต์ที่ใช้น้ํามันดีเซลและเบนซินทั้งหมดภายในปี 2040 ซึ่งประเทศฝรั่งเศสที่ประกาศไปก่อนแล้วในช่วงต้นเดือนเดียวกัน ตามแผนลดมลพิษทางอากาศและบรรลุเป้าหมายรักษาอุณหภูมิโลกให้ต่ำลงกว่า 2 องศาเซลเซียส ภายใต้ข้อตกลงปารีสของรัฐบาลฝรั่งเศส 

ประเทศนอร์เวย์ประกาศแผนยุติการขายยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลภายในปี 2035 เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศในยุโรปอย่างประเทศสวีเดน ประเทศฟินแลนด์ และ ประเทศเยอรมนี ที่ยืนยันจะยุติการใช้เครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในอนาคตอันใกล้

ส่วนจีน… ก็ประกาศแผนเลิกใช้ยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ไม่เกินปี 2030… อินเดียกําหนดเป้าหมายว่า ปี 2030 จะผลิตแต่ยานยนต์ไฟฟ้าเช่นกัน… ส่วนประเทศญี่ปุ่น แม้ยังไม่กําหนดเป้าหมายชัดเจน แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้นําด้านการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในเวทีโลกแล้ว และเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้ความสําคัญของยานยนต์พลังงานสะอาดรูปแบบนี้มานาน ผ่านนโยบายของรัฐบาลที่รณรงค์ส่งเสริมให้พลเมืองในประเทศ หันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น แลกกับการลดหย่อนภาษีราคารถและภาษีประจําปี

ส่วนประเทศไทย… หน่วยงานทางด้านพลังงานไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งของไทยอย่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตหนึ่ง… การไฟฟ้านครหลวงอีกหนึ่ง… และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ออกรายงานแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ไว้ตั้งแต่ตุลาคม 2560 มาแล้ว… เอกสารยาวเกือบ 200 หน้า นำเสนอข้อมูลหลายมิติ ที่ผมเองก็ใช้อ้างอิงทำแผนธุรกิจและ Feasibility Study มาแล้วหลายชุด ข้อมูลรวบรวมไว้ในรายงานค่อนข้างสมบูรณ์ ผมวางลิงค์ไว้ที่อ้างอิงเหมือนเดิมครับ… สำหรับท่านที่สนใจ

เพราะผมจะข้ามมาพูดถึงที่ดินซักแปลงริมถนน กับไลฟ์สไตล์แวะชาร์จรถ ชอปปิ้งที่ผู้คนในอีก 10-20 ปีข้างหน้า… น่าจะแวะใช้เวลาในสถานีบริการ  EV Charging มากกว่าสถานีบริการน้ำมันในปัจจุบันมาก… เพราะไม่ว่าจะอย่างไรเวลาในการชาร์จรถ ก็คงนานกว่าเวลาเติมน้ำมันแน่ๆ

ล่าสุดผมเข้าเวบไซต์ eaanywhere.com ที่ถือว่าเป็นผู้นำด้านนี้ในเมืองไทย ก็เจอหมุดสีเขียวที่แสดงที่ตั้ง EV Charging Station เกลื่อนกรุงเทพมหานครเลยหล่ะ… พอซูมแผนที่ประเทศไทยชัดๆ ก็จะเห็นหมุดสีเขียวและสีฟ้าเต็มแผนที่ประเทศไทยไปแล้ว… แต่อย่างที่ทราบ ส่วนใหญ่ EV Charging Station ที่มีในปัจจุบันยังแทรกอยู่กับกิจการอื่นที่ไม่ได้ออกแบบเป็น EV Charging Station แบบ Stand alone เหมือนปั๊มน้ำมันมากนัก

แต่ในอนาคตอันใกล้นี้… EV Charging Station แบบ Stand alone คงมีให้เห็นหนาตาขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับปริมาณสะสมรถไฟฟ้าในถนนเมืองไทย ก็คงเพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์นับจากนี้

เมื่อปลายปีที่แล้วผมก็เคยถกประเด็น EV Charging Station กับเพื่อนๆ หลายท่านที่ข้ามเรื่อง เกิดหรือไม่เกิดมาถึงรูปแบบการพัฒนาที่ดินริมทางซักแปลงรองรับแนวโน้มการเดินทางด้วย EV ทั้งเพื่อการโดยสารและขนส่งสินค้า… จำได้ว่า พี่ๆ ในวงสนทนาที่เชี่ยวชาญหลายด้านสรุปตรงกันว่า… นอกจากหาที่ดินทำเลดีมีรถผ่านเยอะแล้ว… ควรเริ่มต้นที่ทำโรงไฟฟ้าจะ Biomass หรือ Solar Farm เป็นของตัวเองคู่ไปด้วย ระหว่างที่ยังไม่มีรถมาชาร์จ ก็ขายไฟฟ้าเข้าระบบการไฟฟ้าไปก่อน กับพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อดึงให้คนเดินทางแตะเบรคเลี้ยวรถแวะก่อน… ฟันธงว่ามีสองอย่างนี้คือโรงไฟฟ้ากับห้องน้ำและของกินให้คนแวะ… ห้าปีสิบปีหลังจากนั้น มูลค่าทรัพย์สินและที่ดินแปลงนั้นคงมาไกลแล้วหล่ะ

ลองคิดดูเล่นๆ ก่อนก็แล้วกันครับ!

อ้างอิง

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

Thailand Drought 2020

ภัยแล้ง 2020… ถึงเวลา AgTech เพื่อเกษตรยั่งยืน

ภัยแล้งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตข้าวนาปรัง อ้อย และมันสำปะหลังเนื่องจากมีการเพาะปลูกมากในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยข้าวนาปรังเริ่มเพาะปลูกตั้งแต่ช่วงปลายปี 2019 แล้ว ในขณะที่อ้อยและมันสำปะหลังสามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี โดยข้าวนาปรัง อ้อย และมันสำปะหลังจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมกราคม – เดือนมิถุนายน ปี 2020 ในปริมาณมาก

ICO

ตลาดหลักทรัพย์ X KBTG… พัฒนาแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล

การพัฒนาแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจรด้วยเทคโนโลยี DLT เกิดจากวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกันในการเพิ่มช่องทางการลงทุนในผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์มใหม่ ที่เพิ่มโอกาสให้แก่ธุรกิจในการระดมทุน และเป็นทางเลือกแก่นักลงทุนที่มองหาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่แตกต่าง มีรูปแบบผลตอบแทนและระดับความเสี่ยงที่หลากหลาย เพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินในปัจจุบัน โดยเชื่อว่าการร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนของการระดมทุนและลงทุนในประเทศไทยภายใน 2-3 ปี

Bull traps / Bear Traps

Bull Traps / Bear Traps… กับดักกระทิง / กับดักหมี

ส่วนที่ยากที่สุดของการลงทุนในตลาดสินทรัพย์ลงทุนผ่านการเทรดทุกตลาดก็ยังคงเป็นเรื่อง “ทำนายทิศทางและราคาผิด” อยู่ดี… ซึ่งนักลงทุนชั้นเซียนที่อยู่ในตลาดมานานก็ยังพลาดได้เป็นประจำ ถึงแม้ว่าจะมีประสบการณ์การขั้นสามารถอ่านแท่งเทียน และ ใช้เครื่องมือทางเทคนิคขั้นสูงมานานเป็นสิบยี่สิบปีก็ตาม… ยิ่งถ้าเจอสัญญาณความเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ลงทุนเกิดปรากฏการณ์ Bull Traps หรือ กับดักกระทิง หรือ สัญญาณลวงว่าราคาจะวิ่งขึ้น… และ Bear Traps หรือ กับดักหมี หรือ สัญญาณลวงว่าราคาจะปรับตัวลง… ปรากฏให้นักลงทุนเห็น

Injective Protocol

การเกิดใหม่ของโครงการพัฒนาบล็อกเชนแม้ในสภาพตลาดถดถอยบั่นทอนนักลงทุน จึงไม่ต่างจากการเอาธุรกิจใหม่ๆ เข้าตลาดหลักทรัพย์แม้ในช่วงที่ตลาดหุ้นทรุดหนัก ซึ่งก็ยังมีบริษัทมหาชนทำ IPO เข้าตลาดรองได้อยู่… ในระบบนิเวศ WEB3.0 และ Blockchain Ecosystems จึงปรากฏมีบล็อกเชนเกิดใหม่ท่ามกลางความผันผวนของตลาดคริปโตอย่างท้าทาย… โดยเฉพาะโครงการคริปโตอย่าง Injective หรือ Injective Protocol