Energy Transition… ปัจจัยเงินเฟ้อในปี 2022

Energy Transition

การปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในช่วงครึ่งหลังของปี 2021 ในขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกก็พบดัชนีหลายตัวกำลังดีวันดีคืน หลังจากย่ำแย่มาตั้งแต่ต้นปี 2020 เมื่อเกิดวิกฤตโควิดขึ้นอย่างรุนแรงทั่วโลก

รายงานบทวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจจาก SCB EIC พบว่า… เดือนตุลาคม ปี 2021 ที่ผ่านมาถือเป็น Perfect Storm ของตลาดพลังงานโลกเนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบหลายปี ในขณะที่เกิดการขาดแคลนพลังงานในบางตลาด โดยเฉพาะยุโรปและจีน โดยวิกฤติพลังงานในครั้งนี้เกิดจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก และ ความต้องการใช้ LNG ที่เพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตได้ต่ำกว่าคาดการณ์… รวมทั้งการเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว อันเป็นช่วงเวลาที่ความต้องการพลังงานโลกเพิ่มสูงขึ้นโดยธรรมชาติ ทำให้สต็อกของเชื้อเพลิง หรือ Inventory ลดลงอย่างต่อเนื่อง และ ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเด็นความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนล่าสุด ซึ่งพ่วงคู่กรณีเป็น EU และ NATO เข้าไปด้วย ก็ทำให้ปัญหาพลังงานในยุโรปขาดแคลนหนักขึ้น

ประเด็นก็คือ… วิกฤตพลังงานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงของการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานไปสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Energy Transition… ซึ่งมีการลงทุนในพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ที่เติบโตขึ้น… ในขณะที่การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินเกิดการชะลอตัวลงอย่างมาก และ ทดแทนโดยหันมาใช้ก๊าซธรรมชาติที่เป็นพลังงานทางผ่านไปสู่พลังงานสะอาด หรือ Transition Fuel เพิ่มขึ้นมาก… จึงเกิดความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งระบบอย่างมีนัยยะ

เฉพาะเดือนตุลาคมที่ผ่านมา… ราคาก๊าซธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้นกว่า 100% ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ก็ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 66% ในเวลาเดียวกัน โดยสถิติพบราคาเพิ่มขึ้นกว่า 5.5 เท่า จากจุดต่ำสุดในเดือนพฤษภาคม ปี 2020… ในขณะที่ราคาถ่านหินเองก็ปรับขึ้นสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นราคาถ่านหินจะลดลงมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 13 ปี

วิกฤติพลังงานคราวนี้ส่งผลให้ในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคมที่ผ่านมา โรงงานอุตสาหกรรมกว่า 20 มณฑลในจีนต้องหยุดการผลิต หรือ ลดการผลิตลงเนื่องจากไฟฟ้าขาดแคลน บริษัทผู้ให้บริการพลังงานแก่ผู้บริโภคในประเทศอังกฤษต้องปิดตัวไปหลายบริษัท ไฟฟ้าไม่พอใช้ในอินเดีย และ บริษัทอุตสาหกรรมหลายรายในยุโรปได้ระงับการผลิตเนื่องจากราคาพลังงานสูงจนไม่คุ้มทุน

นักวิเคราะห์เผยว่า… ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 

1. การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปทานและการผลิตในภาคพลังงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปี 2020 ทำให้อุปทานลดลงและยังส่งผลต่อระดับ inventory ของน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและถ่านหินทั่วโลก ในด้านอุปสงค์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เร่งตัวมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2021 ก็มีส่วนทำให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นทั่วโลก

2. สภาพอากาศ โดยส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักในการผลิตและเป็นปัจจัยสeคัญในการขับเคลื่อนความต้องการ พลังงานในภาคครัวเรือน เช่น ความต้องการใช้ไฟฟ้าในการเปิดเครื่องปรับอากาศในช่วงหน้าร้อน และ ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในช่วงหน้าหนาว 

3. ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยผลักดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น เช่น กรณีการส่งก๊าซธรรมชาติ จากรัสเซียเข้ายุโรปที่มีความไม่แน่นอนว่ารัสเซียจะส่งก๊าซมาให้ยุโรปเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ โดยปัจจุบันรัสเซียส่งก๊าซผ่านท่อให้ยุโรปตามปริมาณสัญญาเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ ในหน้าหนาวที่กำลังจะมาถึง หรือ กรณีความขัดแย้งระหว่างจีนและออสเตรเลีย โดยจีนหยุดการนำเข้าถ่านหิน จากออสเตรเลียส่งผลให้ความต้องการถ่านหินในจีนเพิ่มสูงขึ้น และทำให้จีนต้องนำเข้าถ่านหินจากแหล่งอื่นซึ่ง กระทบต่อตลาด Seaborne Coal ของโลก 

4. การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานไปสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Energy Transition เพื่อเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป้าหมาย Net Zero ของหลายประเทศและบริษัทต่างๆ ทั่วโลก ทำให้การลงทุนในกำลังการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลมีความเสี่ยงจากกฎเกณฑ์และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่จะเข้มข้นขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตหลายรายชะลอ หรือ หยุดการลงทุนในการสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียม รวมถึงการสร้างเหมืองถ่านหินใหม่ด้วย

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้ปรากฏเป็นผลกระทบไปถึงภาวะเงินเฟ้อที่เริ่มยกตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง… ข้อมูลเดือนพฤศจิกายน 2021 จากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า สาเหตุที่เงินเฟ้อโลกสูงในช่วงปีนี้เห็นได้ชัดว่ามาจากทั้ง 2 สาเหตุ อย่างแรกคือ 

  • ความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นมากหลังเศรษฐกิจโลกทยอยฟื้นตัว แต่สินค้าและบริการผลิตมาได้ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้จ่ายที่อัดอั้นมานาน หรือ Revenge Spending จากช่วงล็อกดาวน์ โดยเฉพาะคนที่มีเงินออมสะสมไว้เยอะในช่วงโควิด 
  • ต้นทุนการผลิตแพงขึ้นจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่สูงขึ้นมาก เช่น ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดิบ ถ่านหิน เหล็ก ทองแดง เพราะการผลิตหยุดชะงักหรือชะลอลงไปในช่วงโควิดระบาดรุนแรง… โดยกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ในโลก ได้รวมตัวกันจำกัดปริมาณการผลิตไว้ ราคาน้ำมันดิบจึงเปลี่ยนจาก Record Low ในช่วงปี 2020 ที่ล็อกดาวน์เข้มมาทำ Record High หลังประเทศต่างๆ ทยอยเปิดเมือง 

นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตที่แพงขึ้นยังมาจากปัญหาข้อจำกัดด้านอุปทาน หรือ Supply Chain Disruption โดยเฉพาะการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งสินค้า และ การขาดแคลนชิปเซมิคอนดักเตอร์ในการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความต้องการเยอะขึ้นมากในช่วง Work From Home 

นอกจากปัจจัยหลักที่กล่าวมาแล้ว… ยังพบ “เงินเฟ้อจากกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ Greenflation” ที่ซ้ำเติมปัญหาราคาพลังงานโลกสูง เพราะหลายประเทศตื่นตัวมากขึ้นในการปรับโครงสร้างพลังงาน เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เช่น รัฐบาลมีนโยบายให้ภาคธุรกิจลดเชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตไฟฟ้าและส่งเสริมให้ใช้พลังงานสะอาด ลดการอุดหนุนการใช้พลังงานถ่านหิน จัดเก็บภาษีคาร์บอน หรือ Carbon Tax และ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด หรือ มีบทลงโทษธุรกิจที่ไม่ปรับตัวเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว 

โดยภาคธุรกิจต่างหันมาลงทุนเทคโนโลยีและการวิจัยพัฒนาเพื่อปรับรูปแบบสู่ธุรกิจสีเขียวมากขึ้น ซึ่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน หรือ Energy Transition ต่างๆ เช่นนี้ได้ส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภคได้ในที่สุด

ประเด็นก็คือ… Energy Transition อาจเป็นปัจจัยกระทบเงินเฟ้อในระยะยาวได้ จากนโยบายเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวของรัฐบาลแต่ละประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Initiatives ภายในปี 2050 ตามที่ผู้นำประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ตกลงร่วมกันจากการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 เพื่อลดผลกระทบโลกร้อน และ ลดเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Security Token Offering หรือ STO

STO และ Token Based Real Estate… อสังหาริมทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการลงทุน

อสังหาริมทรัพย์ในกระแสดิจิทัล ซึ่งสินทรัพย์ที่เก็บและถือครองในรูปดิจิทัล กำลังเป็นที่แนวโน้มสำคัญที่เกิดขึ้นชัดเจนแล้วว่า… ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้ประโยชน์บนที่ดินทั้งหมด สามารถแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Digital Asset เพื่อให้ “ธุรกรรม” ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด สามารถจัดการและดำเนินการผ่านช่องทางดิจิทัลได้อย่างราบรื่น

Flipping Houses

Property Flipping… ลงทุนแบบถือสั้น กำไรเร็ว!

Flipping… โดยหลักการก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก… แต่วิธีการจะหาทรัพย์ถูกๆ มาขายต่อถูกๆ แต่เหลือกำไรเป็นกอบเป็นกำ… ก็ไม่ได้ง่าย… และถ้าต้องหาให้ได้เรื่อยๆ ทั้งซื้อเข้าและขายออก ก็ยิ่งไม่ง่ายเข้าไปใหญ่

Information Overload และ Data Flood

ทรัพยากรดิจิทัลอย่างข้อมูล… สิ่งที่เราเจอกันเป็นส่วนใหญ่หลังจากพยายามเก็บข้อมูลมาระยะหนึ่งก็จะเจอปัญหาว่า… ข้อมูลเยอะมากทั้งที่อยากเก็บมาไว้ใช้ และข้อมูลที่เก็บไว้ใช้ก็มีมากและเริ่มเห็นต้นทุนการดูแลข้อมูลเหล่านี้ ตั้งแต่ค่าเช่าพื้นที่ Cloud Storage ที่ต้องจ่ายรายเดือนกันสูงขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงต้องจ้างคนมาจัดการข้อมูลเยอะแยะที่น่าสนใจเต็มไปหมดเหล่านี้… ที่สำคัญคือ ค่าจ้างหรือเงินเดือนผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลก็แพงและหาตัวยาก ถึงขั้นที่องค์กรใหญ่ๆ ทุนหนาๆ ตั้งทีม Head Hunter ไล่ล่าดึงตัวกันแบบไม่เกรงใจใครก็มี

ลุ่มน้ำห้วยหลวง…

ผมพยายามจะช่วยสมาชิก Properea ขายที่ดินสองแปลงที่อุดรธานีให้ได้ แปลงหนึ่งเนื้อที่ 16 ไร่เศษ อีกแปลงเนื้อที่เกือบ 20 ไร่ครับ… ผมจึงมีโอกาสได้พูดคุยทั้งกับนายหน้าและนักลงทุนในพื้นที่และจากส่วนกลางที่โฟกัสอุดรธานีหลายท่านอยู่ หลายเสียงพูดตรงกันว่า “อุดรธานีมีดีเกือบทุกอย่างในแง่โครงสร้างพื้นฐาน… จะด้อยก็แต่แหล่งน้ำที่ฤดูฝนน้ำท่วม ฤดูแล้งก็น้ำขาดแคลน”