รูปแบบที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุ

เป็นอันรับรู้ตรงกันว่า แนวโน้มผู้สูงอายุได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง ไม่ใช่เพียงแต่เป็นแนวโน้มในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทั่วโลกเลยก็ว่าได้

ประเด็นมีอยู่ว่า จะวัยไหนๆ ที่อยู่อาศัยก็สำคัญหมด!

เริ่มแรกเลยมารู็จักสภาวะผู้สูงวัยกันก่อน เพื่อที่เราจะได้มองประเด็นถัดมาคือการหาที่อยู่อาศัยให้ตรงความต้องการของพวกเขาที่สุดครับ

  1. Active Elderly หรือผู้สูงวัยที่ “แก่ เก๋า และเร้าใจ” เป็นผู้สูงวัยที่อยู่ได้แบบไม่ต้องพึ่งพิงใครหรืออะไร แข็งแรงสุขภาพดี รักและใส่ใจตนเองแบบที่เรียกว่า ยังสุขภาพจิตแจ่มใสและร่างกายสมบูรณ์อยู่ ช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวันได้หมดตั้งแต่ตื่นนอนกระทั่งหลับ
  2. Assisted Elderly หรือกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องพึ่งพิงคนดูแลหรือเครื่องมืออุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน ซึ่งผู้สูงอายุกลุ่มนี้มีระดับความต้องการการพึ่งพาตามพยาธิสภาพของแต่ละคน หลายคนยังกินอาหารเองได้ แต่บางคนอาจจะต้องป้อนข้าวป้อนน้ำ

ประเด็นมีอยู่ว่า ณ วันที่ยังเป็น Active Elderly อยู่ ท้ายที่สุด ผู้สูงอายุยังต้องกลายเป็น Assisted Elderly อยู่วันยังค่ำ อย่างน้อยสุดก็ต้องการคนอยู่เป็นเพื่อน “ดูแลประคับประคอง” เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นผู้สูงอายุที่ต้อง “ดูแลเยียวยา” โดยไม่จำเป็น

ทีนี้รูปแบบที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ท้ายที่สุดแล้ว ยังคงจำเป็นต้องออกแบบให้รองรับการอยู่อาศัยแบบ Perfect Assisted อยู่ดี…

ปัญหาจึงมีอยู่ว่า แค่ไหนถึงจะเรียกว่า Perfect Assisted… 

ทุกๆ วงสนทนาที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุและสังคมผู้สูงอายุ ต่างมองไปที่การจัดเตรียมอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อว่า จะเป็นที่ต้องการของตลาดผู้สูงวัยที่ว่านี้ 

…บ้างพูดถึง Elderly Daycare ที่รับดูแลผู้สูงวัยที่ต้องการการดูแลประคับประคองช่วงกลางวัน
…บ้างพูดถึง Retirement Community ที่รับผู้สูงวัยที่ต้องการการดูแลทั้งอยู่ประจำและไปกลับ
…บ้างพูดถึง Hospice Care ที่ต้องดูแลบั้นปลายท้ายสุดของชีวิตกันเลย

มาถึงตรงนี้… ผมขอพูดถึงมุมมองส่วนตัวก็แล้วกันน๊ะครับ… จริงๆ แล้วผมมองว่า ผู้สูงอายุที่สามารถช่วยตัวเองได้อยู่ในปัจจุบัน ควรเรียนรู้ที่จะออกแบบการอยู่อาศัยโดยมีเทคโนโลยีเข้ามาเติมกิจวัตรประจำวันให้มาก เมื่อเวลาผ่านไป แน่นอนว่าความเสื่อมและร่างกายย่อมตอบสนองจังหว่ะชีวิตประจำวันได้ลดลงเรื่อยๆ ตามธรรมชาติ แต่เทคโนโลยีที่ท่านๆ คุ้นเคยแล้วเหล่านี้ จะยังรับใช้กิจวัตรประจำวันที่จำเป็นได้อยู่ แม้จะต้องอัพเกรดหรือเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีที่สลับซับซ้อนขึ้น… ผมว่าสุขภาพจิตก็ดี คุณภาพชีวิตก็ดี สามารถออกแบบได้ด้วยการเติมเทคโนโลยีเข้าไปในชีวิตประจำวัน และปรับตัวอยู่ร่วมกับระบบ ในบ้านของตัวเองต่อไปได้จนถึงบั้นปลายที่ต้องคุยกันระดับ Hospice Care ซึ่งผมมองว่า ยังไงสถานพยาบาลหรือจะเพียงกึ่งสถานพยาบาล ย่อมดูแลช่วง Hospice Care นี้ได้ดีกว่า

ผมว่า Smart Home จำเป็นสำหรับทุกคน ต่อให้วันนี้คุณลุกไปเปิดไฟเองได้ไม่เดือดร้อน… คุณก็คงไม่เดือดร้อนถ้าไฟจะเปิดปิดได้เอง และเมื่อวันที่คุณลุกไปเปิดไฟเองไม่ได้ คุณก็คงไม่เดือดร้อนที่บ้านยังเปิดปิดไฟให้คุณอยู่เหมือนเดิม…

… สุดท้ายแล้ว ทุกคนควรมีบ้านและเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ที่สามารถปรับแต่งการอยู่อาศัยให้เอื้อต่อช่วงชีวิตวัยชราเอาไว้ก่อนวัยชราครับ

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

FDR - Franklin D. Roosevelt

Real estate cannot be lost or stolen… Franklin D. Roosevelt

Franklin Delano Roosevelt กลับสู่การเมืองอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งรับตำแหน่งผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กในปี ค.ศ. 1928 และดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ปี 1929-1933… ต่อด้วยเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ในสมัยเลือกตั้งปี 1932 และเอาชนะประธานาธิบดี Herbert Hoover ของพรรคริพับลิกันด้วยคะแนนท่วมท้น

Warren Buffett

The More You Learn, The More You’ll Earn. ~ Warren Buffett

หนังสือชื่อ The Intelligent Investor: The Definitive Book on Value Investing 1949 โดย Benjamin Graham และหนังสือ Security Analysis โดย Benjamin Graham และ David Dodd คือปฐมบทของตำนาน Warren Buffett ที่ตามหาอาจารย์อย่าง Benjamin Graham และ David Dodd เพื่อให้ได้เรียนกับคนเขียนหนังสือที่ Warren Buffett บอกเสมอว่า… The best book about investing ever written. หรือ เป็นหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนที่ดีที่สุดตลอดกาล

Robot Restaurants

Robot Restaurants

ถึงวันนี้ ขั้นตอนการผลิตอาหารแบบที่ McDonald’s พัฒนาขึ้น กำลังถูกต่อยอดไปสู่กลไกอัตโนมัติที่ถอดคนออกจาก “ขั้นตอนการปรุงและประกอบอาหาร” จนกลายเป็นโมเดลธุรกิจบริการอาหารอัตโนมัติที่ก้าวหน้าท้าทายอย่างยิ่ง

สะพานมิตรภาพไทย–ลาว 5 (ຂົວມິດຕະພາບ ລາວ-ໄທ 5)

ข่าวคราวสะพานไทย-ลาว แห่งที่ 5 เชื่อมบึงกาฬ-ปากซัน ที่ผลักดันกันมาตั้งแต่ 2554 จนถึงปลายปี 2561 เข้านี่แล้ว… สำหรับผมถือว่าเป็นโครงการมหากาพย์อีกโครงการหนึ่ง ที่ถูกลากยาวจากหลากหลายปัจจัย… แต่ไม่ว่ายังไง วันนี้ผมมีข่าวดียืนยันชัดเจนว่า สะพานมิตรภาพไทย–ลาว เชื่อมบึงกาฬ-ปากซัน… จะเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2562 แล้วครับ!