ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบกรุงเทพ-ปริมณฑล ปี 2021… บทวิเคราะห์จาก SCB EIC

Townhouse

รายงานการวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มที่อยู่อาศัยแนวราบเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยคุณเชษฐวัฒก์ ทรงประเสริฐ จาก SCB EIC เผยแพร่ไว้วันที่ 27 สิงหาคม ปี 2021… ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ดูกลยุทธ์ของผู้ประกอบการที่อยู่อาศัยแนวราบ ท่ามกลางความท้าทายจากวิกฤติ COVID19 

ความรุนแรงของการแพร่ระบาดของ COVID19 ระลอกใหม่… ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบที่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 ต้องกลับมาชะลอลงไปอีกครั้ง โดยเฉพาะทาวน์เฮาส์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มตลาดระดับกลางถึงล่าง ที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง… ส่งผลให้ผู้ประกอบการยังคงต้องเน้นทำโปรโมชั่นต่อเนื่อง เพื่อดึงดูด Real-Demand ที่ยังเหลืออยู่ แม้จะมีปัจจัยเสริมจากมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง แต่ยังถูกจำกัดเฉพาะที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นตลาดได้บางส่วน ทำให้โดยภาพรวม… ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบยังมีทิศทางชะลอตัวจากครึ่งแรกของปี ที่มีเริ่มสัญญาณการฟื้นตัว โดยคาดว่าหน่วยขายได้ของที่อยู่อาศัยแนวราบในกรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑลในปี 2021 ตามความเห็นของ EIC… จะอยู่ที่ระดับประมาณ 35,000 หน่วย หรือ ปรับตัวลดลงจากปีที่แล้วที่ -1% ถึง -3% YoY หรือ Year–on–Year ซึ่งยังคงเป็นระดับต่ำกว่าในช่วงก่อนเกิด COVID-19

สำหรับด้านอุปทาน… ผู้ประกอบการยังคงระมัดระวัง หรือ ชะลอการเปิดโครงการใหม่ในช่วงที่เหลือของปี 2021… โดยเฉพาะทาวน์เฮาส์ เนื่องจากการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของกำลังซื้อในกลุ่มระดับปานกลางถึงล่าง… ประกอบกับหน่วยเหลือขายสะสมมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่การเปิดโครงการบ้านเดี่ยว มีแนวโน้มเติบโตช้าลงจากข้อจำกัดด้านที่ดิน ส่งผลให้ภาพรวมหน่วยเปิดตัวใหม่ที่อยู่อาศัยแนวราบตามความเห็นของ EIC ในปี 2021 จะปรับตัวลดลงราว -36% ถึง -39%YoY อยู่ที่เพียง 29,000-30,000 หน่วย ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของหน่วยเปิดตัวใหม่ที่อยู่อาศัยแนวราบในช่วงปี 2017-2019 หรือ ช่วงก่อนเกิด COVID-19 ซึ่งอยู่ที่ราว 50,000 หน่วยต่อปี

ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคลี่คลายลง… คาดว่าตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบยังมีโอกาสค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นด้วยปัจจัยสนับสนุนดังนี้ คือ

  1. รูปแบบการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยแนวราบตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะบ้านแฝดที่มีแนวโน้มได้รับความนิยมมากขึ้น จากกลุ่มกำลังซื้อระดับปานกลาง-บน เนื่องจากมีความคุ้มค่าทั้งในด้านราคา ฟังก์ชัน และพื้นที่ใช้สอย 
  2. การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าจะส่งผลให้โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบในบริเวณแนวเส้นทางและปลายสายรถไฟฟ้ามีความน่าสนใจ

อย่างไรก็ดี… ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบยังเผชิญความท้าทายสำคัญหลายด้านจาก

  1. อุปทานส่วนเกิน โดยเฉพาะทาวน์เฮาส์ ที่แม้มีการเปิดโครงการใหม่ลดลง แต่กำลังซื้อที่กลับมาชะลอตัว ทำให้การดูดซับทาวน์เฮาส์ออกจากตลาดยังต้องใช้ระยะเวลานาน รวมถึงการเปิดโครงการในบริเวณแนวเส้นทางและปลายสายรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ อาจส่งผลให้การแข่งขันในบริเวณดังกล่าวรุนแรงยิ่งขึ้น 
  2. การแข่งขันจัดโปรโมชั่นที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้การปรับขึ้นของราคาที่อยู่อาศัยบางกลุ่มยังเป็นไปอย่างจำกัด โดยเฉพาะทาวน์เฮาส์ 
  3. ต้นทุนการพัฒนาโครงการที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น จากราคาที่ดิน ทั้งกรุงเทพชั้นกลาง และ พื้นที่รอบนอก รวมถึงต้นทุนการก่อสร้าง จากราคาวัสดุก่อสร้างบางประเภทที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาเหล็กที่เพิ่มสูงขึ้นมาก

ในสภาวะตลาดที่ยังฟื้นตัวได้ไม่มากนัก ผู้ประกอบการยังเน้นกลยุทธ์การปรับตัว ได้แก่ 

  1. เน้นพัฒนาโครงการที่มีขนาดเล็กลง ทั้งลดจำนวนหน่วยขายต่อโครงการ ทยอยเปิดโครงการทีละเฟส และ พัฒนาโครงการที่มีมูลค่ารวมไม่สูงมากนัก แต่เน้นความคุ้มค่า 
  2. พัฒนาโครงการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้ง Work From Home และ ให้ความสำคัญกับเรื่องความสะอาด และ สุขอนามัย 
  3. ขยายธุรกิจอื่นๆ และ สร้างรายได้ Recurring Income หรือ แหล่งรายได้ที่เข้ามาต่อเนื่องมากขึ้น เช่น ให้เช่าโรงแรม นิคมอุตสาหกรรม โรงพยาบาล บริการด้านวิศวกรรม ผลิตกระแสไฟฟ้า ขนส่งและ คลังสินค้า เป็นต้น

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

Plasma Catalysis for CO2 Recycling… เมื่อลมหายใจของเราแพงขึ้นทุกวัน

เผ่าพันธุ์มนุษย์อาศัยอยู่ในโลกที่มีออกซิเจนเหลือเฟือให้เราฟุ่มเฟือยกับลมหายใจมานาน กระทั่งฝุ่นควันและก๊าซพิษ ที่มนุษย์ช่วยกันสร้างขึ้นจากวิวัฒนาการของมนุษย์เอง และภัยธรรมชาติที่มนุษย์หมดปัญญาจะควบคุมได้ กำลังคุกคามมนุษย์มากขึ้นจนกลายเป็นข้อพิพาทระดับโลกไปแล้ว

AirBNB IPO

AirBNB เปิด IPO วันแรกท่ามกลางวิกฤตการเดินทางท่องเที่ยว

10 ธันวาคม 2020 ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของชาว Startup อีกวันหนึ่งที่ Airbnb เปิดการซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้น Nasdaq เป็นวันแรก ด้วยราคาเปิดกระดานปฐมฤกษ์ที่ 68 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น กับจำนวนหุ้นทั้งหมด 51.5 ล้านหุ้น… และทันทีที่เปิดขาย ราคาหุ้น AirBNB ก็พุ่งขึ้นต่อเนื่องจนไปจบวันแรกที่ราคาสูงสุด 144.71 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ทำให้ Market Capitalization วันแรกที่เข้าตลาดไปอยู่ที่ 100,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

marketing-target-audience

Mindset, Culture, Team Leader และ Software… พร้อมไว้หลังวิกฤต

Real Estate is Real ไปตลอดกาลแน่นอน และสัญญาณการปรับเปลี่ยนทั้งหลาย เป็นการปรับเปลี่ยนเชิงเทคนิควิธีการจัดการ ที่จะยกระดับไปดิจิตอลเร็วขึ้นกว่าที่คาดกันไว้หลายปีเท่านั้นเอง… เตรียมทักษะดิจิตอลให้พร้อม เตรียมเครื่องมือทำธุรกิจยุคดิจิตอลให้พร้อม… คุณโคหวิด หนึ่งเก้าคงไม่ให้พวกเราได้พักเหนื่อยยกถอนหายใจนานนักหรอก

Leasehold… อีกช่องทางการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของต่างชาติ

Leasehold คือสิทธิ์การเช่าอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว ซึ่งแต่เดิมวงการอสังหาริมทรัพย์บ้านเราคุ้นเคยกับคำว่าเซ้งนั่นเอง…