รถไฟทางคู่ ฉะเชิงเทรา-แก่งคอย

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา คุณวรวุฒิ มาลา รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทย สามารถขับเคลื่อนการลงทุนโครงการรถไฟทางคู่ให้เกิดการก่อสร้างได้แล้วหลายเส้นทาง โดยเฉพาะ โครงการรถไฟทางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ระยะทาง 106 กิโลเมตร ซึ่งเป็นโครงการที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์สู่ภาคตะวันออก  เชื่อมต่อไปยัง โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้มีความก้าวหน้าในการก่อสร้างเป็นไปได้ด้วยดี และคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ตลอดเส้นทาง ภายในกรอบเวลาที่กำหนดเดือน กันยายนที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ ความก้าวหน้าในการก่อสร้าง สัญญาที่ 1 งานก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-วิหารแดง และช่วงบุใหญ่-แก่งคอย งบประมาณการก่อสร้าง 9,825 ล้านบาท ระยะทางก่อสร้างทาง 97 กิโลเมตร พร้อมทางคู่เลี่ยงเมือง 3 แห่ง ได้แก่ สถานีชุมทางฉะเชิงเทรา ชุมทางแก่งคอย และชุมทางบ้านภาชี ขณะนี้มีความก้าวหน้าในการก่อสร้างไปแล้ว 94.74%

ส่วนสัญญาที่ 2 งานก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ ช่วงวิหารแดง-บุใหญ่ งบประมาณการก่อสร้าง 407 ล้านบาท ระยะทางรวม 9 กิโลเมตร ซึ่งมีการก่อสร้างอุโมงค์และทางลอดใต้เขาพระพุทธฉาย 1.2 กิโลเมตร ขณะนี้ก่อสร้างได้เสร็จแล้ว 100 % 

เมื่อการก่อสร้างโครงการเสร็จสมบูรณ์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ และเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าทางราง เช่น น้ำมัน ก๊าซแอลพีจี ปูนซีเมนต์ สินค้าบรรจุคอนเทนเนอร์ ระหว่างพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกและท่าเรือแหลมฉบังกับพื้นที่บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างประหยัดต้นทุน อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งมาสู่ระบบราง และลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงลดปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

ข้างบนเป็นเนื้อข่าวที่การรถไฟแห่งประเทศไทยเผยแพร่ออกมาครับ… ความจริงผมเพิ่งกลับจากไปเที่ยว EEC มาสดๆ ร้อนๆ เช่นกัน พอเจอข่าวนี้ก็เลยขอลอกมาแปะ เพื่อจะบอกว่า เส้นทางขนส่งปูนซิเมต์จากโรงปูนแถวสระบุรี สู่ภาคตะวันออกได้ง่ายขึ้น… ไปเห็นมากับตา ต้องบอกว่างานก่อสร้างมากมายที่ผมไปเห็น อลังการงานสร้างที่ผ่านไปทางไหนก็มีงานก่อสร้างอยู่สองข้างทาง… และในอนาคต รถไฟทางคู่สายนี้ จะกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่เพื่อขนส่งสินค้าจากภาคตะวันออก ขึ้นเหนือและอิสานด้วยต้นทุนที่ถูกลงอย่างแน่นอน

อ่อ! ผมไปศรีราชามาครับ… แม้จะใช้เวลาอยู่ที่นั่นนิดเดียว แต่ผมเชื่อว่าผมไปได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งมา… และเป็นข้อเสนอที่ผมมั่นใจว่า จะสามารถแปลง Passion เรื่องการยกระดับธุรกิจอสังริมทรัพย์ไปอีกขั้น เพื่อให้เพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการทั้งนายหน้า เจ้าของทรัพย์ นักพัฒนาอสังหาฯ และอาจจะรวมถึงทุนสินเชื่อแบบต่างๆ ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังแม้แต่คนเดียว เมื่อโลกดิจิตอลไล่ล่าความคุ้นชินเดิมๆ ที่หลายท่านเคยทำมาหากินมานาน…

พรุ่งนี้มาเล่าต่อน๊ะครับ… ผมตื่นเต้นกับ Project land2land จริงๆ!

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Transformative Tourism… เมื่อนักท่องเที่ยวตามหาประสบการณ์และแรงบันดาลใจ

คนส่วนใหญ่ล้วนอยากเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจากสภาพที่เป็นอยู่เสมอ… แต่คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้กล้าลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง… การออกไปเรียนรู้และซึมซับประสบการณ์ใหม่ๆ และท่องเที่ยว จึงเป็นทางออกหนึ่งที่ท้าทายโดยไม่ต้องเสี่ยงอะไรจนเกินไป…

การถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ

ประเทศไทยมีนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาซื้อและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนมาก ในฐานะที่ Properea จะเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ ผมคิดว่าผมควรทำเนื้อหาเรื่องการซื้อขายและถือครองอสังหาริมทรัพย์สำหรับชาวต่างชาติ แบ่งปันเอาไว้ตรงนี้ด้วยครับ

Peter Lynch

Know What You Own, and Know Why You Own It. – Peter Lynch

ประเด็นก็คือ… การ OWN หรือถือครองสินทรัพย์หรืออะไรก็ตาม ถ้ามี Why โดยเฉพาะ Why chain หรือการถามทำไมต่อไปหลายๆ ทอด… ซึ่งคำแนะนำส่วนใหญ่ให้ถามซ้ำไป 5 ทอด เพื่อหาคำตอบว่า สินทรัพย์ที่ถือครองไว้ หรือกำลังจะตัดสินใจจะถือครองอยู่นั้นเพราะอะไร… ซึ่งหลายกรณีที่คำตอบชั้นต้นอย่างกำไร หรือน่าจะได้กำไร… มักจะไม่เพียงพอที่จะเป็นเหตุผลหลักให้ต้องตัดสินใจลงทุนทั้งเงินทุนและเวลาก็ได้

Carol S. Dweck

Teach Their Children To Love Challenges, Be Intrigued By Mistakes, Enjoy Effort, And Keep On Learning – Carol Dweck

งานของ Carol Dweck เกือบทั้งหมดพัฒนาด้วยแนวคิด Implicit Theories of Intelligence หรือ ทฤษฎีความความฉลาดส่วนบุคคล จนเป็นที่มาของงานอันลือลั่นอย่างหนังสือเล่มสีฟ้าชื่อ Mindset: The Psychology of Success ในปี 2006… และทฤษฎีความฉลาดส่วนบุคคลที่เธอค้นพบ ก็กลายเป็นเครื่องมืออย่างสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิทยา มากกว่าจะขับเคลื่อนด้วยความเชื่อและเรื่องเล่าเบาบางเหมือนคำสอนในศาสนาต่างๆ และได้ “บุคคลอันพึงประสงค์” ให้สังคมได้ไม่ต่างกัน