Properea

Digital Yuan… อีกครั้งของเงินสกุลเดียวสองรูปแบบ

Digital Yuan

Renminbe หรือ เหรินหมินปี้ หรือ 人民币 หรือ เงินตราของประชาชน คือชื่อเรียกเงินตราอย่างเป็นทางการของสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือเงินหยวน หรือ Yuan นั่นเองแหละครับ… ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสกุลเงินหลักในตะกร้า SDR ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ไปเรียบร้อย ที่แปลว่า เงินหยวน หรือ เหรินหมินปี้ สำคัญกับตัวแปรเศรษฐศาสตร์การลงทุนระดับโลกไปแล้ว

ย้อนกลับไปในช่วงจีนเปิดประเทศระยะแรก ราวปี 1978 หลังจากจีนสะสางภายในกันมาตั้งแต่ยุคปฏิวัติประชาชน กระทั่งเตรียมพร้อมเพื่อเปิดประเทศที่จีนเลี่ยงใช้คำว่าเศรษฐกิจเสรีเป็นคำว่า ปฏิรูปเศรษฐกิจดัวยหลักการตลาด โดยแบ่งเป็น 2 ระยะคือ ระยะแรกระหว่างปี 1978-1980 เพื่อเตรียมการ และระยะที่สอง ปี 1980 โดยมีการถ่ายโอนภาคเกษตรกรรมคืนสู่มือประชาชนและเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติ

การเปิดประเทศของจีนมีความเสี่ยงหลายอย่างที่ต้องถ่วงดุลระหว่างความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และความมั่นคงภายในที่เสี่ยงต่อการถูกกลไกการลงทุนระหว่างประเทศ เหมือนตัวอย่างกรณีถล่มค่าเงินบาทก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งในปี พ.ศ. 2540 ที่ไทยเจอเต็มๆ ซึ่งจีนเข้าใจความเสี่ยงเหล่านั้น… จีนจึงตราสกุลเงินใหม่ขึ้นใช้เฉพาะติดต่อค้าขายทำธุรกิจกับต่างชาติแยกจากเงินตราปกติที่ใช้กันภายในประเทศ… หรือไม่ยอมใช้เงินหยวนเหรินหมินปี้มาใช้ค้าขายกับต่างชาติ ให้ต่างชาติสะสมเงินหยวนเหรินหมินปี้ได้เลยแม้แต่หยวนเดียว… ซึ่งเงินสกุลใหม่และยังอ้างอิงราคาและมูลค่า “หยวน เหรินหมินปี้” โดยให้ชื่อเงินชุดใหม่นี้ว่า ว่ายฮุยเจวี้ยน

ว่ายฮุยเจวี้ยน หรือชื่อเต็ม ว่ายฮุยตุ้ยห้วนเจวี้ยน หรือ 外汇兑换券 ก็คือเงินหยวน และกำหนดให้ 1 หยวนธนบัตรว่ายฮุยเจวี้ยน มีค่าเท่ากับ 1 หยวนเหรินหมินปี้

วันที่ 1 เมษายน ปี 1980… ธนาคารกลางแห่งชาติจีนจึงมีการใช้เงินสองสกุลมูลค่าเดียว โดยเงินว่ายฮุยเจวี้ยน มีการพิมพ์ใช้สองครั้ง คือ ครั้งแรกปี 1979 และอีกครั้ง ปี 1988 มีเจ็ดมูลค่า คือ 100 หยวน… 50 หยวน… 10 หยวน… 5 หยวน… 1 หยวน…  5 เจี่ยว… และ 1 เจี่ยว… ด้านหน้าพิมพ์ภาพทิวทัศน์ในประเทศจีน พร้อมข้อความภาษาจีน “中国银行外汇兑换券” ส่วนด้านหลังระบุข้อความเป็นภาษาอังกฤษ “BANK OF CHINA FOREIGN EXCHANGE CERTIFICATE” และข้อความภาษาจีนระบุว่า “ธนบัตรนี้มีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินเหรินหมินปี้ จำกัดการใช้เฉพาะในอาณาเขตประเทศจีน ไม่รับประกันการสูญหาย”

ประเด็นเงินว่ายฮุยเจวี้ยนแม้จะมีสภาพไม่ต่างจากคูปองแลกเงินหยวน ที่เอาไว้เแลกกับเงินตราต่างประเทศเท่านั้น แต่ความนิยมธนบัตรว่ายฮุยเจวี้ยนของชาวจีนเอง ที่ซื้อขายอัตรแลกเปลี่ยนแบบให้ค่าเงินว่ายฮุยเจวี้ยน มีค่าสูงค่าเงินเหรินหมินปี้ จนเกิดการเก็งกำไรและตลาดมืด แทรกซ้อนมากมาย

วันที่ 1 มกราคมปี 1995 ธนาคารกลางของจีน จึงปิดฉากการใช้เงินว่ายฮุ่ยเจวี้ยน ที่หมุนเวียนใช้งานนานถึง 15 ปี… และปี 2020 หรืออีก 25 ปีต่อมา ธนาคารกลางของจีน หรือ Bank of China ก็ประกาศทดสอบ Digital Yuan 

ในช่วงปี 2008-2009 ที่เกิดมี Bitcoin ขึ้นในโลกที่สร้างจาก Blockchain Technology รัฐบาลจีนยุคนั้นไม่ยอมรับ Cryptocurrency แบบสำเร็จรูปอย่าง Bitcoin และ Altcoin ชื่ออื่นๆ โดยปริยาย แต่จีนกลับสนใจและศึกษาเทคโนโลยี Blockchain รวมทั้งเทคโนโลยีทางการเงิน หรือ FinTech ทุกรูปแบบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นการใช้ Digital Wallet กันอย่างกว้างขวางของจีนยิ่งกว่าชาติใดในโลก กระทั่งวันที่ 31 ตุลาคม ปี 2019 ธนาคารกลางของจีน จึงได้ประกาศ “ทดลอง” เงินหยวนในรูปแบบดิจิทัล โดยใช้ชื่อเรียกว่า Digital Currency Electronic Payment หรือ DCEP

ล่าสุด… พฤษภาคม 2020 ธนาคารกลางของจีนได้ประกาศเตรียม “ทดสอบ” การใช้เงินหยวนดิจิทัลใน 4 เมืองสำคัญของจีน ได้แก่ ซูโจว เซินเจิ้น สงอัน และเฉิงตู… โดยทดลองจ่ายเงินเดือนบางส่วนและเบี้ยเลี้ยงแก่เจ้าหน้าที่รัฐของจีนด้วยเงินหยวนดิจิทัลผ่าน 4 ธนาคารใหญ่ของจีน ได้แก่ Agricultural Bank of China, Industrial and Commercial Bank of China, Bank of China และ China Construction Bank และยังขอความร่วมมือทดลองนำเงินหยวนดิจิทัล ไปใช้ในร้านค้าขนาดใหญ่ต่างๆ เช่น McDonald’s, Subway และ Starbucks ด้วย

ประเด็นก็คือ… Digital Yuan ไม่ใช่ Cryptocurrencies และไม่ใช่เงินสกุลที่สองของจีนเหมือนกรณีเงินว่ายฮุยเจวี้ยน… สำหรับทุกคำอธิบาย แต่เป็น StableCoin Yuan ของจีนโดยธนาคารกลางของจีน

ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายที่วิพากษ์วิจารณ์ข้อมูลของ Digital Yuan ไว้น่าสนใจหลายประเด็นครับ อย่างเช่น

1. Digital Yuan เป็น StableCoin Platform ที่ชำระราคาอ้างอิงค่าเงินหยวนเหรินหมินปี้ 1:1

2. Digital Yuan เป็นสกุลเงินของรัฐบาลกลาง จึงสามารถเคลื่อนย้ายหรือโอนข้ามแพล็ตฟอร์มได้ เช่น AliPay โอนไป WeChat Pay

3. Digital Yuan ใช้ e-Wallet แทนบัญชีธนาคารและธนบัตร

4. Digital Yuan รองรับการโอนชำระแบบ Offline Payment โดยใช้เทคโนโลยี Near Field Communication หรือ NFC ได้ หรือเอามือถือจ่ายกับมือถือรับมาแตะกันก็โอนได้

5. Digital Yuan สามารถโอนรับจ่ายแบบไม่เปิดเผยชื่อ หรือ Ordinary Transactions are Anonymous ซึ่งถือว่าเคารพความเป็นส่วนตัวเหนือความคาดหมายอย่างยิ่ง

6. ธนาคารกลางของจีน หรือ Bank of China เป็นผู้คุมระบบและมีอำนาจในการเข้าถึงข้อมูลธุรกรรมที่แปลว่า… Closed Blockchain เป็นเทคโนโลยีปิดที่ใช้จะบริหารโดยธนาคารกลางของจีน

โดยส่วนตัวผมเห็นแย้งกับหลายๆ ท่านที่มองว่า… Digital Yuan ก็คือเงินหยวนใน e-Wallet ซึ่งผมมองว่า… Digital Yuan ยังไงก็เป็นเงินสกุลที่สองของจีนที่ใช้ Blockchain ดำเนินการและผลักดันการใช้งานสู่สากล หรือใช้กับชาวต่างชาติอยู่ดี… ผมจึงมองว่านี่เป็นการเกิดใหม่ของแนวคิดว่ายฮุยเจวี้ยน ซึ่งจีนไม่มีวันไว้วางใจทั้งมิตรและศัตรูทุกมิติความสัมพันธ์ระดับนานาชาติ

อีกไม่นานได้เห็นลูกเล่นพญามังกรที่ล้ำลึกสุดใจกองเชียร์แน่นอน!!!

อ้างอิง

Related Posts

Digital Currency