Digital Twin… แฝดดิจิทัล

digital twins

ความพยายามในการพยากรณ์ หรือ ทำนายอนาคตของมนุษยชาติ ดูเหมือนจะมีฝังอยู่กับทุกความเชื่อมาตั้งแต่โบราณ โดยมีเรื่องเล่าและตำนานของคนพื้นเมืองเก่าแก่จากทุกดินแดน ที่มักจะมีหมอดูประจำชุมชนเพื่อช่วยหาคำตอบจากอนาคต มาสนับสนุนการตัดสินใจสำคัญๆ ในปัจจุบัน

ประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ… ตรรกะ และ หลักการทำนายอนาคตในทุกความเชื่อและวิธีการ ตั้งแต่การเสี่ยงทายไปจนถึงการใช้ข้อมูลทางดาราศาสตร์ละเอียดยิบ มักจะถูกนำมาสร้างแบบจำลองอนาคตด้วยความอยากรู้อยากเห็น เล่าขานทายทักบนความเชื่อในรูปแบบคล้ายคลึงกันทั่วโลก จนกลายเป็นอารยธรรมที่มีใช้ในกลุ่มคนแทบทุกชาติทุกภาษา และ จากทุกเผ่าพันธุ์ก็ว่าได้

เมื่อถึงยุคดิจิตอลเต็มรูปแบบอย่างในปัจจุบัน… ความอยากรู้อยากเห็นอนาคตของมนุษย์ทำให้มีแนวคิดในการสร้างแบบจำลองทุกอย่างที่อยากรู้ขึ้นมาอีกชุดหนึ่งในโลกดิจิทัล เพื่อเอาไว้ทดลองอะไรก็ได้ตามสมมติฐาน ลองเปลี่ยนได้ไม่จำกัด ลองปรับได้ไม่สิ้นสุด เพิ่มลดตัวแปรดูผลลัพธ์ได้มหาศาล… ซึ่งทั้งหมดก็คือการสร้างแบบจำลองเพื่อดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่เอามาดู หรือ มารู้ในปัจจุบันก่อนจะเกิดเหตุการณ์ หรือ ผลลัพธ์เหล่านั้น… ปัจจุบันสามารถจำลองสิ่งต่างๆ ตามแนวคิดนี้ได้ด้วยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า… Digital Twin

Digital Twin เป็นชื่อเรียกแนวคิดการทำสำเนา หรือ แบบจำลองของสิ่งต่างๆ ทางกายภาพให้อยู่ในโลกดิจิทัล และ ยังเชื่อมต่อกลไกที่สำคัญทั้งหมดถึงกันด้วยเซนเซอร์ต่างๆ และ/หรือ อุปกรณ์ IoT เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล Realtime ถึงกัน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงข้อมูลจากวัตถุกายภาพส่งให้วัตถุดิจิทัล… เป็นข้อมูลเพื่อเอาไปทำอะไรต่อให้เราดู

ความจริง… แนวคิด Digital Twin พัฒนามาจากระบบบันทึกการใช้งานภายในระบบ และ แปลผลเป็นรายงาน หรือ การแจ้งเตือนต่างๆ แบบเดียวกับไฟเตือนให้เอารถเข้าซ่อมบำรุง ที่ขึ้นเตือนเพราะเงื่อนไขการวิ่งใช้งานครบระยะทางที่กำหนด หรือ เซนเซอร์ตรวจจับบางตัวอ่านค่าที่ต้องเตือนก่อนเกิดความเสียหาย

เพียงแต่ Digital Twin ทำงานได้ซับซ้อนกว่านั้นมาก… หลายโมเดลมากถึงขั้นต้องใช้ AI และ Machine Learning หลายระบบทำงานประสานกันบนแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ที่สุด… ซึ่งมีเป้าหมายการพัฒนาถึงขั้นส่งต่อการประมวลผล ไปสู่ขั้นตอนดำเนินการด้วยข้อมูลป้อนกลับจากโลกดิจิทัล มายังโลกฟิสิคอล หรือ Physical หรือ โลกกายภาพซึ่งเป็นต้นแบบ… เช่น ถ้าเป็นกรณีรถยนต์ขึ้นไฟเตือนก็สามารถเข้าโหมด Self-Drive วิ่งเข้าศูนย์เองไปเลย

เทคโนโลยีตามแนวคิดของ Digital Twin ในปัจจุบันยังถือว่าเป็นช่วงเริ่มต้น และใช้งานในระดับการสร้างแบบจำลองเป็นภาพ และ ข้อมูล แล้วนำข้อมูลไปวิเคราะห์ และ สร้างแบบจำลองจากข้อมูลเอาผลลัพธ์ หรือ Result ออกมาดู… ซึ่งในทางเทคนิคก็คือการเก็บข้อมูลอัตโนมัติจากวัตถุทางฟิสิคอล เพื่อเอาข้อมูลไปวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองทางดิจิทัลโดยอัตโนมัติด้วยนั่นเอง

การเชื่อม Input จากโลกฟิสิคอลจึงต้องทำงานผ่าน Hardware และ เทคนิคมากมาย เช่น

  • Virtual Information Technology หรือ เทคโนโลยีการจำลองภาพ 3 มิติ… ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างภาพร่างของวัตถุในโลกดิจิทัลโดยใช้เทคโนโลยี VR และ AR หรือ เทคนิคภาพเหมือนจริงแบบอื่นๆ ช่วยให้ได้ภาพจำลองเหมือนจริง
  • Dynamic Input/Output Technology หรือ เทคโนโลยีรับส่งข้อมูล… โดยจะใช้เซ็นเซอร์ และ อุปกรณ์ IoT หรือ Internet of Things ซึ่งจะทำงานแบบ Dynamic Input/Output หรือ กลไกป้อนข้อมูลไดนามิคเข้าออก เพื่อให้แบบจำลองในโลกดิจิทัลอยู่ในสถานะ Realtime 
  • Analytics Technology หรือ เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล… ซึ่งอาจจะเป็น Software Analytics แบบต่างๆ ที่เหมาะสม หรือ เป็น Machine Learning ก็ได้
  • Topology Data Model หรือ เทคโนโลยีสร้างแบบจำลองทอพอโลยี… โดยการใช้ Artificial Intelligence และ/หรือ Spatial and Graph Topology เพื่อหาความสัมพันธ์ จัดกลุ่ม เชื่อมโยง และประมวลผลให้ได้ภาพโดยรวมของระบบ และ จำลองเหตุการณ์ใดๆ ให้เปลี่ยนเป็นแบบต่างเพื่อใช้ในขั้นทำนายภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ
  • Infrastructure หรือ โครงสร้างพื้นฐาน… เพื่อสื่อสาร และ เชื่อมต่อระบบเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Cloud Computing… Edge Computing… Automation Process Flow รวมทั้งระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งช่วยให้เทคโนโลยีทั้งหมดทำงานร่วมกันได้ด้วยดี

ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ… Digital Twin เป็นอนาคตของการเชื่อมโลกภายนอก กับ โลกดิจิทัล หรือ ที่ถูกก็คือการเชื่อมโยงเพื่อใช้พลังของข้อมูล หรือ Data และ เทคโนโลยีดิจิทัลทุกมิติ มาบูรณาการเพื่อให้สิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ ผิดพลาดหรือเสียหายน้อยที่สุดจนใกล้ศูนย์ทั้งในปัจจุบัน และ อนาคต… ซึ่งทั้งหมด อาจมองได้ว่าเป็นการใช้พลังทางเทคโนโลยี เพื่อรู้เห็นอนาคตก่อนจะถึงอนาคตจนสามารถจัดการอนาคตได้จากปัจจุบัน

ส่วนการประยุกต์ใช้งานนั้น… ข้อมูลจาก Deloitte ระบุว่า Digital Twin กำลังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสหากรรมการผลิตในหลายด้าน ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ไปจนถึงการคาดการณ์ และ แนวโน้มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า รวมทั้งเครื่องจักร โรงงาน และ เครือข่ายโลจิสติกส์… นอกจากนั้น อุตสาหกรรมอวกาศในทุกมิติก็กำลังสร้างวิวัฒนาการหลายอย่างผ่านเทคนิค Digital Twin ในหลายสถาบันและองค์กรด้านอวกาศ… ส่วนเทคโนโลยีสุขภาพ หรือ HealthTech ดูเหมือนจะจริงจังกับ Digital Twin ในระดับทดลองทำ Digital Twin กับอวัยวะสำคัญในร่างการอย่างสมอง หรือ หัวใจไปแล้ว หรือ แม้แต่ตัวคนทั้งคน… ดูคลิปต่อเลยครับ

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

rocket chart

Average Directional Index และ Directional Movement Indicator

Welles Wilder ผู้คิดค้นดัชนี RSI และ Parabolic SAR อันลือลั่นจึงพัฒนาเครื่องมือบอก “ความแข็งแกร่งของแนวโน้มราคา” ชื่อ Average Directional Index หรือ ADX ขึ้น… เพื่อใช้ยืนยันราคาที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่นั้นเป็น “แนวโน้มแข็งแกร่ง หรือ Strong Trend จริงหรือไม่ หรือว่า เป็นความเคลื่อนไหวแบบไม่มีแนวโน้มปรากฏชัดเจน หรือ No Trend กันแน่” ซึ่งนักลงทุนเจอปัญหาสัญญาณลวงจากปัจจัยที่คาดไม่ถึงบ่อยๆ

samui

สมุย… ไทยเที่ยวไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีแนวทางในการผลักดันตลาดสมุย ในกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยมานานแล้ว เพื่อลดการพึ่งพิงตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติแต่ด้วยความเคยชินในการทำการตลาดของกลุ่มผู้ประกอบการรวมถึงกลไกของตลาดทำให้สัดส่วนคนไทยไปเที่ยวสมุยยังอยู่ในอัตราเฉลี่ยประมาณ 10% เท่านั้น…

RavenCoin  

นับตั้งแต่ Smart Contract Blockchain อย่าง Ethereum ถูกแนะนำ และ ได้แสดงศักยภาพของการเป็นบล็อกเชนยุคที่ 2 ต่อจากบิตคอยน์ และ เหรียญ AltCoins หรือ Alternative Coins ที่ Fork มาจากบิตคอยน์ ซึ่งเป็นบล็อกเชนที่ประสบความสำเร็จสูงสุด พร้อมตำนานอันลึกลับของผู้สร้างอย่าง Satoshi Nakamoto… แต่การ Fork เครือข่ายบิตคอยน์มาสร้างบล็อกเชน และ AltCoins แบบ Proof-of-Work ตามอย่างบิตคอยน์หลังปี 2016 ดูเหมือนจะไม่มีโครงการไหนสามารถโตต่อจนมีมูลค่าได้ เพราะบิตคอยน์สร้างประเด็นถกเถียงที่น่ากังวลขึ้นมากมาย… กระทั่ง 31 ตุลาคม 2017 จึงมีการ Fork เครือข่ายบิตคอยน์ โดย Bruce Fenton ซึ่งทำงานอยู่ใน Bitcoin Foundation มาตั้งแต่ปี 2015… ซึ่งได้ให้กำเนิด RavenCoin ด้วยแนวคิดการปรับปรุงบิตคอยน์ให้แตกต่างออกไปจากทุกแนวคิดที่มีการถกเถียงขัดแย้งกันอยู่ในช่วงเวลานั้น

สถานีปากช่อง… เมืองใหม่ปากช่อง…

เมื่อสามสี่ปีที่แล้ว… ข่าวคราวเรื่องรถไฟความเร็วสูงยังคลุมเครือด้วยข้อมูลข่าวสารที่ยังสับสนอลหม่านเหลือเกิน ในขณะที่สภาพสังคมและการเมืองหลังรัฐประหารในช่วงนั้น สร้างผลกระทบให้ทั้งสังคมและเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง… แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่สิงห์ปืนไวมากหน้าหลายตาจากวงการอสังหาริมทรัพย์ ต่างบุกถิ่นคาวบอยเพื่อสะสมแลนด์แบงค์เข้าพอร์ตกันจนราคาที่ดินรอบสถานีรถไฟปากช่อง ทะลุสามสิบสี่สิบล้านบาทต่อไร่… นั่นคือข้อเท็จจริงของข้อมูลประมาณปี 2557-58 ครับ!