ดาต้าหรือเดต้า… ซึ่งผมก็ได้ยินคนออกเสียงเรียกข้อมูลแบบทับศัพท์ทั้งสองแบบ และเมื่อวานผมเกริ่นเรื่องการทำข้อมูลให้สามารถสื่อสารกันภายใน บนนิยามเดียวกัน ความหมายเดียวกัน เพื่อให้ได้โซลูชั่นที่จะพาธุรกิจไปถึงเป้าหมายในระยะขจัดโดยผ่านอุปสรรคน้อยที่สุด

เป็นที่ทราบกันดีว่า… ข้อมูลไม่ใช่อะไรง่ายๆ ที่จะเห็นและเข้าใจ แม้ว่าข้อมูลจะเป็นเพียงตาราง Excel แค่หลักร้อยบรรทัด… นี่ยังไม่พูดถึงข้อมูลแบบเก่าที่อยู่ในรูป hard copy เช่น ใบส่งของ ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ที่ยัดใส่แฟ้มเก็บไว้… ที่แม้แต่นักบัญชียังเหนื่อยเวลาต้องจัดการข้อมูลแค่บวกลบตัวเลข

ถ้าถึงขั้นต้องดึงข้อมูลเพื่ออ่าน Insight… ผมเชื่อว่าหลายคนคงส่ายหัว

แต่ข่าวดีก็คือ… มีสายอาชีพใหม่ที่สามารถแปลง”ข้อมูล” ให้เป็น “สาร” สำหรับสื่อกับทุกคนด้วยภาพเดียวกันเกิดขึ้นในยุคดิจิตอล ซึ่งเราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า Data Artists ครับ

เดิมที… Data Artists เป็นเพียง Job description หนึ่งของ Data Scientist ที่เรียกว่า BA หรือ Business Analytics ซึ่งถือเป็นสายอาชีพที่มีรกรากมาจากการเป็นนักสถิติในทศวรรษก่อนนั่นเอง

ถ้าถามว่า Data Scientist ต่างกับ Data Artists ตรงไหน คำตอบก็คือ…

Data Scientist ทำงานกับข้อมูลตั้งแต่ เตรียมเก็บข้อมูลจนถึงการทำ Querying แบบต่างๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นการทำงานแบบ Logic Improvement กับข้อมูลทั้งเก่าใหม่และข้อมูลในอนาคตด้วย

ส่วน Data Artists จะมีทักษะในการนำข้อมูลมาแปลผลเพื่อหา Insight ที่อาจจะต้องทำความเข้าใจ “ที่มาของข้อมูล” ที่อาจจะลึกถึงขั้นต้องใช้จิตวิทยาในการอ่าน Insight และต้องมีทักษะเพื่อชี้ทางในการนำข้อมูลไปใช้ด้วย… ที่สำคัญ Data Artists สามารถแปลงข้อมูล ให้อยู่ในรูปที่เข้าใจง่ายกว่าเช่น นำเสนอเป็นกราฟ นำเสนอเป็น Infographic ด้วยข้อมูลต้น ที่ผ่านการอ่านและแปรผลมาแล้วอย่างดี

เวบไซต์ brandbuffet.in.th ได้ให้นิยามของ Data Artists ไว้ว่า… Data Artist คือ คนที่สามารถนำข้อมูล Big Data ที่มีอยู่มาใช้ได้อย่างมีศิลปะ เพื่อสามารถนำไปสร้างความสุขให้กับลูกค้าหรือผู้บริโภคไปพร้อมๆ กับการสร้างโอกาสทางธุรกิจได้ เพราะบางครั้งการมองแค่เรื่องข้อมูลอย่างเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ เนื่องจากหลายๆ ครั้งที่ปัญหาของลูกค้า ไม่ได้เกิดจากการคิดเป็น Logic แต่ส่วนใหญ่เลือกที่จะคิดและตัดสินใจด้วย Emotional ค่อนข้างมาก จึงจำเป็นต้องนำความรู้จากฝั่งข้อมูลทั้งหมดที่มี มาผสมผสานอยู่บนพื้นฐานของการทำความเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของคนเข้าไปด้วย การเป็น Data Artist จะทำให้สามารถเลือกหยิบข้อมูลที่น่าสนใจ ข้อมูลที่มีความ Sexy หรือมีโอกาสในการนำไปต่อยอดได้ หรือต้องมีความเป็น Data Visualize ที่ “มากกว่าแค่การเป็นนักสถิติ” ที่มองหรือคิดจากแค่ตัวเลขตามสถิติ เพราะไม่ใช่ว่าข้อมูลทุกอย่างจะนำไปใช้ได้ แต่ต้องเลือกหยิบประเด็นที่จะนำมาสื่อสารต่อเป็น หรือสามารถนำไปคิดต่อออกมาเป็นรูป เพื่อให้คนนำไปใช้ต่อได้ ที่สำคัญคือ ต้องมี Sense ที่ดี เพราะแม้ว่าข้อมูลจะชี้ชัดหรือมีแนวโน้มว่าจะดี แต่หากเป็นเรื่องที่สื่อสารหรือทำความเข้าใจได้ยาก ก็ควรเลือกที่จะหยิบประเด็นอื่นๆ ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กันมาสื่อสาร หรือเลือกมุมใหม่ในการหยิบมาต่อยอดได้อย่างเหมาะสม

ข่าวร้ายก็มีครับ… Data Artists หายากมากๆ!

Share this post

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

housing market 2021

แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ 2021

ประมาณการทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปี พ.ศ. 2563 และแนวโน้มปี พ.ศ. 2564 โดยคาดว่า… ครึ่งหลังปี พ.ศ. 2563 จะมีที่อยู่อาศัยรอการขายจำนวน 185,993 หน่วย มีมูลค่าหน่วยเหลือขาย 937,703 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 193,415 หน่วย มีมูลค่าหน่วยเหลือขายประมาณ 956,086 ล้านบาท ในครึ่งแรกปี 2564

CR400AF โครงการรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย

ความคืบหน้ารถไฟความเร็วสูงสายอิสาน และรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก

การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ลงพื้นที่เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนและเอกชนในพื้นที่ หลังเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง เฟส 2 เส้นทาง สายอีสานและตะวันออก เริ่มจากรถไฟไทย-จีนช่วงนครราชสีมา–หนองคาย ระยะทาง 356 กิโลเมตรมูลค่า มูลค่ากว่า 220,000 ล้านบาท และ แถลงข่าวเพิ่มส่วนต่อขยาย รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ช่วงจังหวัดระยอง–จันทบุรีและตราด ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร มูลค่า กว่า 100,000 ล้านบาท

minimalist restaurant design

หลักการตกแต่งร้านอาหารตามแนวคิด Minimalist

แนวคิดการสร้างและตกแต่งร้านอาหารแบบ Minimalist ที่เน้นเรียบง่ายแต่ดูดี… ควรตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นกับ Customer Journey ออกให้ได้มากที่สุด… แต่ให้เพิ่ม Customer Experience ให้ได้มากที่สุด

AgriDrone

AgriTech… ในวันที่แรงงานหาไม่ง่าย และ จ่ายแพง

การวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงมองว่า… การส่งเสริม AgriTech ที่ไทยควรมุ่งไป น่าจะเป็น AgriTech สำหรับพื้นที่จำกัด เนื่องจากสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงและสามารถเอาชนะข้อจำกัดของสภาพภูมิอากาศได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่เงื่อนไขความสำเร็จยังขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ภาพตลาดหรือกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ระบบโลจิสติกส์ตลอดสายการผลิต ความพร้อมด้านเงินทุนและเทคโนโลยี ทำเลที่ตั้ง ซึ่งจะมีผลต่อความสามารถในการแข่งขันและการทำกำไรในระยะยาว นอกจากนี้ คงต้องอาศัยการให้การสนับสนุนจากภาครัฐร่วมด้วย เช่น การส่งเสริมการลงทุน สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี เป็นต้น