Customer Decision Journey ขั้นตอนการตัดสินใจของลูกค้า

หลังจากปิดงานเขียนเรื่องบรรยากาศตอนที่แล้วไป ผมก็นึกถึงคำอีกคำหนึ่งขึ้นมาได้… คือคำว่า Decision Journey หรือขั้นตอนการตัดสินใจ ที่การขายสินค้าแต่ละประเภท ก็จะมีขั้นตอนการตัดสินใจที่มีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันออกไป

ผมใช้คำว่า “รายละเอียดปลีกย่อย” เพราะผมยังเชื่อว่า ขั้นตอนสำคัญในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ยังใช้เพียงคำ 3 คำอธิบายได้อยู่คือ ชม-ชอบ-ซื้อ

ถอยออกมาจากการตัดสินใจของลูกค้าอีกหน่อย… เมื่อเราทำธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการขาย ในยุคที่ตลาดมีชื่อว่า “อินเตอร์เน็ต” และมีข้อเสนอมากมายยื่นใส่ลูกค้า จนบ่อยครั้ง ลูกค้าไม่ซื้อใครเลยแม้แต่รายเดียว ที่อัดโฆษณาและยื่นข้อเสนอรุกล้ำ “การชมสินค้า” เกินเส้นพอดีไป

นึกถึงคนขายของที่วิ่งรุมนักท่องเที่ยวตามแหล่งต่างๆ ที่บ่อยครั้ง การขายไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ “การชม” สินค้าและข้อเสนอต่างๆ ไม่อยู่ในภาวะที่จะตัดสินซื้อได้… สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาจากกรณีศึกษาแนว Customer Centric ที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ… คำว่า “ชอบ และ ซื้อ” เป็นอำนาจของลูกค้าที่ไม่ว่าจะอย่างไรทั้งสินค้าและธุรกิจ ไม่มีทางควบคุมตัวแปร “ชอบ และ ซื้อ” ได้เลย

แต่การ “ชอบและซื้อ” จะต้องกลับไปเริ่มที่การนำเสนอธุรกิจหรือสินค้า ให้ลูกค้า 

“ได้เห็น ได้สัมผัส ได้ทดลอง และได้ติชม” ก่อนเท่านั้น จึงจะพาลูกค้าไปถึงการชอบ และมีโอกาสซื้อมากกว่า

ขั้นตอนการตัดสินใจของลูกค้ามีเท่านี้… การขายและการตลาดจึงไม่ต้องเสียเวลาไปวุ่นวายกับ “การตัดสินใจซื้อ” ของลูกค้าเลย เมื่อท่านเข้าใจเรื่อง “ชม” ก่อนชอบและซื้อ ที่นักการตลาดเรียกว่า Customer Decision Journey หรือ Customer Journey นั่นเอง

การตลาดและการขายจึงหาทางให้ลูกค้าเป้าหมาย… ได้ติชม ได้เห็น ได้สัมผัส ได้ชิม ได้ดม ได้ดู ได้ลองและได้คุย” และอีกมากมายที่นักการตลาดหรือนักธุรกิจต้องเข้าใจให้ได้ว่า เส้นทางการตัดสินใจซื้อของลูกค้า… ต้องนำเสนออะไรแค่ไหนอย่างไร

มาดูกันว่า กระบวนการ Customer Decision Journey หรือ Customer Journey ก่อนจะเกิด “ชอบและซื้อ” มีอะไรบ้าง…

  1. การรับรู้ของลูกค้า (Customer Awareness) ตรงๆ ก็คือการป่าวประกาศให้ลูกค้าเป้าหมายให้รู้จักสินค้าของเรา หรือธุรกิจของเรา ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะพึ่งการโฆษณาประชาสัมพันธ์สารพัดวิธีและกลยุทธ์

  2. การประเมินโดยลูกค้า (Customer Evaluation) ลูกค้าในปัจจุบันจะค้นข้อมูล เปรียบเทียบ และประเมินเพื่อปกป้องการตัดสินใจของตัวเองอย่างละเอียด… ประเด็นก็คือว่า ถ้าท่านจะขายอะไร แล้วสืบค้นเปรียบเทียบและประเมินตัวเองน้อยกว่าลูกค้าในยุคนี้หล่ะก็… ไม่เลิกก็ต้องกลับไปค้นข้อมูลแบบที่ลูกค้าต้องทำแน่ๆ และทำให้ข้อมูลของตัวเองได้เปรียบที่สุด

  3. ลูกค้าตัดสินใจ (Decision) เมื่อลูกค้าชอบสิ่งที่ท่านขาย จากการรับรู้และประเมินข้อมูลมาอย่างดีแล้ว โอกาสการขายจะเกิดขึ้นในขบวนการนี้ เพราะในสมองของลูกค้าจะมีคำว่า “ซื้อ” แปะติดไปแล้ว… ในโมเมนต์นี้ท่านต้องออกแบบการซื้อที่สะดวกและเชื่อมั่นได้ไว้ต้อนรับลูกค้า… ซึ่งคำว่าสะดวกคือให้ลูกค้าสะดวกใจที่จะซื้อ สะดวกสบายกับขั้นตอนการซื้อ และจบด้วยวางใจและมีความสุขที่ได้ชำระค่าสินค้า

  4. ลูกค้าใช้สินค้า (Customer Usage) ส่วนนี้จะหมายถึงความคาดหวังเมื่อลูกค้าได้เป็นเจ้าของสินค้า หรือสิทธิในบริการที่จ่ายเงินไปแล้ว… หลายปีมานี้ ผมเจอนักธุรกิจหลายท่านที่กล้าดึงงบโฆษณา มาสร้าง Gimmick กับลูกค้า ด้วยการเติม “เกินคาดหมาย” ให้กับลูกค้าเพื่อสร้างการบอกต่อ ที่เห็นได้ชัดเจนจากรีวิว และ Positive Word of Mouth ที่ทรงพลังกว่าการโฆษณาใดๆ ในปัจจุบัน

  5. ความภักดีต่อสินค้า (Customer Loyalty) ขั้นนี้จะเป็นขั้น “ติดใจ” จนนำไปสู่การซื้อซ้ำ บอกต่อ แนะนำ ซื้อเผื่อ ซื้อฝาก หรือแม้แต่อยากช่วยขาย… ธุรกิจออนไลน์หลายโมเดลเมื่อมาถึงจุดนี้ จะมองหากลยุทธ์ที่จะเปลี่ยน “ลูกค้าประจำ” กลุ่มนี้ให้กลายเป็นพันธมิตรที่วาดเป้าหมายเดียวกันเลยก็มี

ปัจจุบัน… นักการตลาดส่วนใหญ่จะศึกษาและวางแผนการตลาด ด้วยการศึกษา Customer Decision Journey อย่างละเอียด เพื่อให้ได้ Customer Journey Map ที่แม่นยำใช้นำทาง… และคอยตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำด้วยเครื่องมือวัดทางการตลาดที่เชื่อถือได้อย่างสม่ำเสมอ

คำถามคือ… Customer Journey Map กิจการของท่านเจ๋งแค่ไหน?

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Digital Asset Fund Manager

Digital Asset Fund Manager… ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล

พัฒนาการต่างๆ ที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยกำลังมีปรากฏการณ์ต่อเนื่องหลายเหตุการณ์ที่บ่งชี้ว่า… ประเทศไทยกำลังก้าวหน้าไปกับเทคโนโลยีการเงินการลงทุนสมัยใหม่ ภายใต้ WealthTech Ecosystem หรือ ระบบนิเวศเทคโนโลยีความมั่งคั่ง ซึ่งไม่ได้เป็นรองใครในโลก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่แถวหน้าของโลกจนต้องจับตา

Space Perspective… บริการบอลลูนสตราโตสเฟียร์เพื่อการท่องเที่ยว

Space Perspective ก่อตั้งในปี 2019 โดย Jane Poynter และ Taber MacCallum โดยได้รับเงินลงทุนใน Series A ถึง 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนตุลาคม ปี 2021 โดยมีแผนจะบินท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ในปี 2024 แต่ก็มีคิวจองไปแล้วกว่า 475 รายที่ยืนยันการจองด้วยเงินมัดจำค่าเดินทางระหว่าง 10,000–25,000 ดอลลาร์สหรัฐ… โดยมี​​เที่ยวบินทดสอบอันน่าประทับใจในในช่วงกลางปี 2020 ที่ผ่านมาดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งทดสอบด้วยแคปซูลบอลลูน Neptune สำหรับลูกเรือ 9 ที่นั่ง ลอยตัวด้วยก๊าซไฮโดรเจนจากศูนย์อวกาศเคนเนดีของ NASA โดยจะบินเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกสู่ชั้นบรรยากาศสทราโทสเฟียร์เพื่อชมเส้นขอบอวกาศ… ใช้เวลาบินขึ้น 2 ชั่วโมง ชมอวกาศและเส้นขอบฟ้า 2 ชั่วโมง และ บินกลับอีก 2 ชั่วโมงรวมเวลาในเที่ยวบินทั้งหมด 6 ชั่วโมง

GoodWalk

Good Walk Score และเมืองเดินได้… เดินดี

ข้อมูลหลายมากมายเกี่ยวกับ “เมืองเดินได้ เมืองเดินดี” ซึ่งผมไม่สามารถเรียบเรียงและสรุปมาเผยแพร่ได้หมด มีสิ่งหนึ่งที่อยากจะชื่นชมอาจารย์นิรมล… ผศ.ดร.นิรมล กุลศรีสมบัติ และทีมงานของท่านอย่างมากก็คือ… เวบไซต์ GoodWalk.org และระบบให้คะแนน หรือ Good Walk Score ที่คนเล่น Big Data เห็นแล้วตาลุก… ส่วนข้อมูลอื่นๆเกี่ยวกับเมืองเดินได้ เมืองเดินดี… ดูคลิป Ted Talk ของอาจารย์นิรมลโดยตรงเข้าท่ากว่า…

Pruksa Realestate Official… บน Shopee.co.th

เช้าวานนี้ (5/6/2562) เวบไซด์ thansettakij.com ขึ้นหัวข้อข่าว “พฤกษาฯ รุกขายบ้านออนไลน์ ผนึก Shopee จองเพียง 6 บาท” ในหมวดข่าวอสังหาริมทรัพย์… ถ้าผมไม่คลิกเข้าไปอ่านอย่างเร็วก็แปลกหล่ะครับ