คุณสมบัติของผู้ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี… จาก ก.ล.ต.

Bitcoin Balloon

25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564… สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ได้ออกเอกสารเรื่อง การกำหนดคุณสมบัติผู้ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี และการกำหนดให้ผู้ลงทุนต้อง ผ่านการทดสอบความรู้ (knowledge test) ก่อนลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีวัตถุประสงค์ หรือ  เป้าหมายที่ต้องการบรรลุ หรือ Intended Outcome อ้างว่า…

เพื่อให้มีกลไกคุ้มครองผู้ลงทุนที่เหมาะสม โดยผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนที่สอดคล้องกับความรู้ ประสบการณ์ และความสามารถในการรับความเสี่ยง และเพื่อเป็นการลดโอกาสในการเกิดความเสียหายต่อผู้ลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล… และแนบท้ายเป็น แบบสำรวจความคิดเห็น เรื่อง การกำหนดคุณสมบัติผู้ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี และการกำหนดให้ผู้ลงทุนต้องผ่านการทดสอบความรู้ (knowledge test) ก่อนลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

โดยหลักการที่เสนอตามเอกสารพร้อมรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ประกอบด้วย…

การกำหนดคุณสมบัติของผู้ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี

โดยที่การพิจารณาความสามารถในการรับความเสี่ยงของผู้ลงทุนสำหรับผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่น ๆ จะพิจารณาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ ได้แก่ 

  1. ฐานะการเงินของผู้ลงทุน ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการรับผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุน และ 
  2. ความรู้ ความเข้าใจในการลงทุนซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนรู้เท่าทันการลงทุน และลดโอกาสในการเกิดความเสียหายจากการลงทุนได้ 

สำนักงาน ก.ล.ต. จึงมีแนวคิดที่จะกำหนดคุณสมบัติของผู้ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีจาก 2 ปัจจัยข้างต้น โดยผู้ลงทุนที่สามารถลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีได้ ต้องมีทั้งคุณสมบัติด้านฐานะการเงินและด้านความรู้ประกอบกัน ดังนี้

  1. คุณสมบัติด้านฐานะการเงิน ได้แก่
    ก. มีรายได้ต่อปี ไม่นับรวมกับคู่สมรส ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป หรือ
    ข. มีสินทรัพย์สุทธิ (net worth) ตั้งแต่ 10 ล้านบาท โดยไม่นับรวมมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ซึ่งใช้เป็นที่พักอาศัยประจำ หรือ
    ค. มีมูลค่าการลงทุนในหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือสินทรัพย์ดิจิทัล (port size) ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป
  2. คุณสมบัติด้านความรู้ โดยจะต้องเป็นผู้ลงทุนที่มีประสบการณ์ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี หรือ มีประสบการณ์ลงทุนในหลักทรัพย์ หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 2 ปีหรือเป็น professional ตามที่สำนักงานกำหนด

ในกรณีผู้ลงทุนลักษณะอื่นที่ไม่เข้าข่ายข้อกำหนดข้างต้น จะไม่สามารถลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีได้โดยตรง โดยสามารถลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีผ่านผู้ที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Fund manager) เท่านั้น

ทั้งนี้ ในการเปิดบัญชีใช้บริการใหม่ ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องกำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำในการเปิดบัญชีไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท 

การกำหนดให้ผู้ลงทุนต้องผ่านการทดสอบความรู้ (knowledge test) 

ก่อนลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล นอกจากการกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องกำหนดคุณสมบัติของผู้ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีตามหลักการข้างต้น เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลจะมีความรู้ ความเข้าใจที่เพียงพอเหมาะสม สำนักงาน ก.ล.ต. จึงเห็นควรกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องจัดให้มีการทดสอบความรู้ผู้ลงทุน (knowledge test) ซึ่งครอบคลุมหัวข้อเรื่อง ลักษณะความเสี่ยง และผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งความรู้เกี่ยวกับเงื่อนไขการใช้บริการ เพื่อประเมินทดสอบความรู้ผู้ลงทุนก่อนเริ่มให้บริการแก่ผู้ลงทุนด้วย โดยผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จะสามารถเริ่มให้บริการแก่ผู้ลงทุนได้ต่อเมื่อผู้ลงทุนมีคะแนนการทดสอบความรู้ในแต่ละหัวข้อไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

ลิงค์เอกสารต้นฉบับอยู่ใต้ References เช่นเดิมครับ… โดยส่วนตัวผมเห็นด้วยในส่วนการทำ Knowledge Test แต่ไม่เห็นด้วยกับการปิดกั้นไว้สำหรับนักลงทุนรายใหญ่และกองทุนเท่านั้น ในขณะที่ผลักรายย่อยให้หนีไปใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งภาพรวมหลังจากนี้… คงไม่ต่างจากกรณีคาสิโนถูกกฏหมาย บ่อนเถื่อนและการข้ามแดนไปเล่นพนันได้ทุกด่านชายแดนอย่างที่เป็นอยู่ ถึงขั้นโควิดระบาดสาหัสก็ยังปิดกั้นอะไรไม่ได้

ผมคิดว่าถ้าสมาคมฟินเทคประเทศไทย หรือ Thai Fintech Association เอาด้วยกับทุกเงื่อนไขในหลักการนี้… สมาชิกบางส่วนคงอยากตั้งสมาคมใหม่ขึ้นมาแข่งบ้างแน่ๆ 

ด้วยความเคารพทุกท่านในสมาคมฟินเทคประเทศไทยครับ!

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

THE RESTAURANT OF THE FUTURE

THE RESTAURANT OF THE FUTURE

ธุรกิจอาหารที่กำลังหาทาง Digitized เพื่อหนี Disrupted ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง… และผมจะติดตามข้อมูลมาแบ่งปันทุกท่านอีกครั้ง หากมีประเด็นที่น่าสนใจและคิดว่าหลายๆ ท่านน่าจะได้ประโยชน์… งาน THE RESTAURANT OF THE FUTURE จัดขึ้น 2 รอบครับ… รอบแรก 5-9 ตุลาคม 2020 และ 25-29 มกราคม 2021

Social Listening… ได้ยินเสียงแผ่วเบาที่กึกก้องนั่นมั๊ย

ปัจจุบัน นักการตลาดใช้ Social Listening กับทุกกลไกที่เกี่ยวกับ “ลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย” เพื่อใช้เป็นทั้งข้อมูลต้นในการวางแผนและกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ ขับเคลื่อนทิศทางระดับใช้กำหนด Vision ระยะสามปีห้าปีก็มี… จนหลายคนให้ความสำคัญกับ Social Listening เป็นขั้นตอนหลักที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจไปแล้ว

two person riding on yellow suv and man and woman walking behind it

Special Tourist Visa… Update 22/09/2020

การเดินทางเข้าประเทศไทยด้วย STV จะต้องทำผ่านบริษัทนำเที่ยวที่ได้ลงทะเบียนกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเท่านั้น นักท่องเที่ยวไม่สามารถยื่นขอต่อสถานทูตได้ด้วยตัวเอง คาดว่าใช้ระยะเวลาขออนุมัติบริษัทนำเที่ยวจะไม่ยาวนานมากนัก

Restaurant Revitalization Fund

ยุทธศาสตร์เยียวยาธุรกิจร้านอาหารทางตรง… กรณีศึกษาจากสหรัฐอเมริกา

ในสหรัฐอเมริกา… โครงการเยียวยาร้านอาหารและภัตตาคาร เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม ซึ่งทำเนียบขาวให้ข้อมูลว่า มีผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร บาร์ และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมากกว่า 186,200 แห่ง จากทั้ง 50 รัฐทั่วประเทศสนใจสมัครร่วมโครงการ ซึ่งประธานาธิบดี Joe Biden ยืนยันว่าโครงการเยียวยาร้านอาหารนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพราะร้านอาหารเป็นมากกว่าแรงขับเคลื่อนสำคัญในเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา พวกเขารวมเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างชุมชน… สำหรับครอบครัวส่วนใหญ่ ร้านอาหารจะเป็นประตูสู่โอกาสและเป็นส่วนสำคัญในเรื่องเล่าของชาวอเมริกัน