เพชรบุรีโมเดลและการแพทย์ทางร่วม กับอนาคตพืชสมุนไพร…

complementary alternative medicine

ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมปี 2021 ที่ผ่านมา… ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ข้อมูลเรื่อง แนวทางและการสั่งราชการ “กรณีเร่งส่งเสริมพืชสมุนไพรและตำรับยาไทยเพื่อแก้ไขปัญหาโควิด-19” โดยร่วมมือกับสภาการแพทย์แผนไทย และ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งข้อราชการดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดการประชุมหารือโดยประสานกับ ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยมีคุณอลงกรณ์ พลบุตร ในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน

นอกจากนั้นยังมีผู้เข้าร่วมประชุม ที่เกี่ยวข้องกับ “พืชสมุนไพร และ ยาสมุนไพร” อีกมากมายเช่น… คุณนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์… พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ นายกสภาการแพทย์แผนไทย… พันเอกนายแพทย์ พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา ประธานมูลนิธิจิตเป็นผู้ให้ใจเป็นนิพพาน… นพ.ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข… ดร.ภญ.มณฑกา ธีรชัยสกุล ผู้อำนวยการกองสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจ… รศ.ดร.ธัญญะ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์… พท.ภ.บัญชา สุวรรณธาดา ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาการแพทย์ไทนร่วมสมัย… เข้าร่วม

ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องกันว่า… การดำเนินแนวทางการแพทย์ทางร่วมระหว่าง การแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนไทยโดยใช้สมุนไพร และ ตำรับยาไทย ควบคู่กับยาแผนปัจจุบัน ซึ่งมี 3 แนวทางในการขับเคลื่อน ได้แก่

  1.  แนวทางการป้องกันการติดเชื้อโดยใช้เครื่องยาสมุนไพรและตำรับยาไทย 
  2. แนวทางการรักษาผู้ป่วยด้วยยาแผนปัจจุบัน เครื่องยาสมุนไพรและตำรับยาไทย 
  3. แนวทางการฟื้นฟูผู้ป่วยหลังการรักษาโดยเฉพาะกรณี Long COVID Syndrome

โดยเฉพาะความพร้อมของสภาการแพทย์แผนไทย ซึ่งแจ้งที่ประชุมว่า… ปัจจุบันมีคลีนิคแพทย์แผนไทย 6,000 คลินิค และ แพทย์แผนไทยกว่า 30,000 คน รวมทั้งศูนย์ฮ็อทไลน์แพทย์แผนไทยในทุกภูมิภาค… รวมทั้ง คลีนิคจิตอาสาแพทย์แผนไทยอีก 60 แห่ง… พร้อมคลังยาสมุนไพร และ ตำรับยาไทยของสภาการแพทย์แผนไทยที่พร้อมให้การสนับสนุน โดยมีข้อมูลจากรองอธิบดีกรมแพทย์แผนไทย แจ้งเพิ่มเติมว่า… กระทรวงสาธารสุขมีแพทย์แผนไทยประจำโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง และ มีการใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรในการรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนามทุกแห่งด้วย

ซึ่งที่ประชุมวันนั้นมีความเห็นร่วมกันว่า ควรเริ่มทดสอบแนวทางการแพทย์ทางร่วมที่โรงพยาบาลสนามจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีความพร้อมมากที่สุดเป็นแห่งแรกตามข้อเสนอของ พอ.นายแพทย์พงศักดิ์ ตั้งคณา โดยให้มีการจัดกลุ่มผู้ป่วยตามกลุ่มยา และ ให้ตรวจเลือดผู้ป่วยทั้งก่อนและหลังการบำบัดรักษา เพื่อวัดผลลัพธ์หากได้ผลดีจะขยายผลต่อไป… ซึ่งผลก็ออกมาอย่างที่ทราบกันว่า “ยาฟ้าทะลายโจร” ให้ผลการรักษาที่เชื่อถือได้จนนำไปสู่นโยบายเกี่ยวกับยาฟ้าทะลายโจร และ พืชสมุนไพรอื่นๆ อีกหลายชนิดอย่างคึกคัก

ข้อมูลจากแหล่งข่าวหลายทางชี้ว่า… วาระการประชุมคราวนั้นใช้เวลาถึง 2 วันต่อเนื่อง โดยคุณอลงกรณ์ พลบุตร ในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีด้วยระบุว่า… กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการสนับสนุนและส่งเสริมสมุนไพรไทยอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบายของรัฐมนตรีว่าการ และ นโยบายสมุนไพรแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ โดยขับเคลื่อนนโยบายผ่านแผนแม่บทว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทยประกอบด้วย 5 ด้านคือ 

  1. ด้านยุทธศาสตร์สมุนไพรแห่งชาติ 
  2. ด้านการวิจัยและนวัตกรรมสมุนไพร 
  3. ด้านวัตถุดิบสมุนไพร 
  4. ด้านส่งเสริมอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพร 
  5. ด้านส่งเสริมภาพลักษณ์และการตลาดสมุนไพร  

ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีบทบาทหน้าที่ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมผลิตผลของสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งได้ดำเนินการสนับสนุนการปลูกพืชสมุนไพรไปแล้วกว่า 80 ชนิด บนพื้นที่ 64,917 ไร่… แบ่งเป็นพื้นที่มาตรฐาน GAP จำนวน 54,755 ไร่…  พื้นที่มาตรฐาน Organic Thailand จำนวน 13,162 ไร่…  พร้อมทั้งจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และ กลุ่มเกษตรกร จำนวน 60 กลุ่ม และ มีการจัดทำมาตรฐานสินค้า GAP และ มาตรฐานพืชสมุนไพรตามกลุ่มของส่วนที่ใช้ของพืช จำนวน  5 ฉบับ ได้แก่… 

  • ฉบับที่ 1 หัว เหง้า และ ราก 
  • ฉบับที่ 2 ใบ ส่วนเหนือดิน และ ทั้งต้น 
  • ฉบับที่ 3 ดอก พืช สมุนไพรแห้ง 
  • ฉบับที่ 4 ผลและเมล็ด และ
  • ฉบับที่ 5 เปลือกและเนื้อไม้

นอกจากนั้น… กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังมีการพัฒนาบุคลากรเพื่อตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพร รวมทั้งแผนดำเนินการปรับปรุงห้องปฏิบัติการที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO 17025 เพื่อให้บริการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบมาตรฐาน GAP หรือมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และได้จัดทำแผนที่ความเหมาะสมของที่ดินสำหรับปลูกพืชสมุนไพร หรือ Land Suitability จำนวน  24 ชนิด ได้แก่ 

  1. ฟ้าทะลายโจร 
  2. ขมิ้นชัน 
  3. ไพล 
  4. บัวบก 
  5. กระชายดำ 
  6. กระชายเหลือง 
  7. กระวาน 
  8. ข่า 
  9. ขิง 
  10. คำฝอย 
  11. ตะไคร้ 
  12. บุก 
  13. พริกไทย 
  14. ว่านชักมดลูก 
  15. กระเจี๊ยบแดง 
  16. เก๊กฮวย 
  17. ดีปลี 
  18. บอระเพ็ด 
  19. พญายอ 
  20. เพชรสังฆาต 
  21. มะระขี้นก 
  22. มะลิ 
  23. มะแว้งเครือ 
  24. มะแว้งต้น 

รวมทั้งจัดทำฐานข้อมูลพื้นที่ปลูกพืชสมุนไพร เพื่อให้มีฐานข้อมูลพื้นที่ปลูกสมุนไพรที่ชัดเจนสามารถส่งเสริมเกษตรกรได้ โดยฐานข้อมูลสมุนไพร ประกอบด้วย  

  1. ข้อมูลพื้นที่ปลูกสมุนไพร จากกรมส่งเสริมการเกษตร 
  2. ข้อมูล Land Suitability หรือ แผนที่ความเหมาะสมของที่ดินสำหรับปลูกพืชสมุนไพร จากกรมพัฒนาที่ดิน 
  3. ข้อมูลพืชสมุนไพรที่ได้รับการรับรอง GAP จากกรมวิชาการเกษตร 
  4. ข้อมูลพื้นที่ปลูกพืชสมุนไพร ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม   

ประเด็นก็คือ… สมุนไพรเป็นพืชเศรษฐกิจและพืชสุขภาพใช้ประโยชน์หลากหลายทั้งในการประกอบอาหารเป็นยารักษาโรค อาหารเสริมดูแลสุขภาพ และ เป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ปัจจุบันความต้องการใช้สมุนไพรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นได้จากมูลค่าการบริโภควัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 43,100 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2560 เป็น 52,100 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2462… 

ส่วนท่านที่สนใจลงทุนกับสมุนไพร และ เกษตรสมุนไพร โดยเฉพาะสมุนไพร 24 ชนิดในรายการข้างต้น… ผมแนะนำให้เริ่มที่เกษตรอำเภอใกล้บ้านมาแต่ไหนแต่ไร และ ยังยืนยันเหมือนเดิมครับ

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Trend 2020 : Interior Design 2020-2021

หากท่านอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัย จะเป็น Developer หรือ Investors ที่ธุรกิจคือบ้านหรือคอนโดมิเนียม… ท่านน่าจะเข้าใจดีว่า เฟอร์นิเจอร์มีอิทธิพลกับยอดขายและต้นทุนมากเหลือเกิน

COSCO Shipping Ports eyes stake in Guangxi Beibu Gulf Terminal

เขตเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้… ฉากทัศน์ในอนาคตอันใกล้

อ่าวเป่ยปู้ หรือ อ่าวตังเกี๋ยเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ขยายการค้าการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิก และที่ผ่านมารัฐบาลจีนให้การสนับสนุนและผลักดัน “กว่างซีให้เป็นประตูสู่อาเซียน” และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมทางทะเลในทศวรรษที่ 21 และข้อริเริ่ม BRI ของจีน

ประกาศกรมอนามัยเรื่อง การนำใบกัญชามาใช้ในการทำ ประกอบ หรือ ปรุงอาหารในสถานประกอบกิจการอาหาร พ.ศ. 2565

ความร้อนแรงของกระแสกัญชง–กัญชาซึ่งเป้าหมายหลักของการปลูกก็เพื่อการบริโภค ซึ่งมีแรงส่งถึงธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และ ยารักษาโรคที่บอกได้คำเดียวว่า… ฝุ่นตลบและสับสนกับข้อมูลข่าวสารในยุคแชร์ไวซึ่งไม่ช้าไม่นานย่อมเกิดปัญหาบางอย่างหรือหลายอย่างขึ้นมาแน่… โดยเฉพาะความปลอดภัยของผู้บริโภคต่อการนำใบกัญชามาประกอบหรือปรุงอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานประกอบกิจการอาหาร ที่มีนำส่วนต่างๆ ของพืชกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติดให้โทษไปใช้ในอาหาร โดยขาดการใช้ที่รัดกุมเพียงพอ อันอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพได้

Petro–Yuan Oil Futures… ตลาดซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าด้วยเงินหยวนของจีน

การกำหนดราคาน้ำมันเป็นเงินหยวน และ ยอดขายทั้งหมดที่เป็นเงินหยวน จะทำให้เงินหยวนเป็นที่ต้องการในตลาดเงินมากขึ้นกว่าเดิมมาก และ จะทำให้เงินหยวนแข็งแกร่งกว่าเดิมมากตามไปด้วย… ที่สำคัญกว่านั้น ฝ่ายซาอุดีอาระเบียเองก็กำลังมุ่งหน้าเปิดตลาดซื้อขายน้ำมันล่วงหน้า หรือ Oil Futures เป็นเงินหยวน หรือสัญญาปิโตรหยวน หรือ Petro–Yuan โดยเริ่มที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เปิดขายโดย Saudi Arabian Oil Co. หรือ Aramco ซึ่งใหญ่และทรงอิทธิพลในตลาดน้ำมันแบบไม่เป็นรองใครในโลก…