สงครามการค้าจีนสหรัฐกับแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ไทย…

ในที่สุด ภาพรวมสงครามการค้าที่สหรัฐและจีน แลกหมัดตอบโต้เริ่มส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์เศรษฐกิจระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ วันชื่นคืนสุขของนักลงทุนจีนที่สามารถทำกำไรจากการเติบโตภายในประเทศจีนเอง แล้วเดินทัพขยายการค้าการลงทุนเข้าสู่ทุกภูมิภาคของโลก ก็ออกอาการสะดุด… แน่นอนว่าทั้งหมดเกิดจากความกังวลของทุนจีน ที่เคยหึกเหิมข้ามน้ำข้ามทะเลเข้าไปลงทุนนอกแผ่นดินใหญ่จนกลายเป็นมหาอำนาจ ที่เสียงดังขึ้นเทียบเท่าตำรวจโลกเจ้าเก่าอย่างสหรัฐอเมริกา… จนต้องสกัดดาวรุ่ง

หลายฝ่ายมองว่า เกมส์นี้มากับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ชื่อโดแนล ทรัมป์ เท่านั้น เดี๋ยวก็หายไปเมื่อเปลี่ยนผู้นำใหม่… แต่ผมไม่คิดแบบนั้น… มวยถูกคู่อย่างจีนสหรัฐ คงแลกหมัดกันไปอีกนาน และคงยากที่จะดูผลแพ้ชนะ นั่นแปลว่า… ไม่ง่ายที่เรื่องนี้จะจบลงในเร็ววัน

กลับมาที่อสังหาริมทรัพย์บ้านเรา… ไทยแลนด์ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนจีนสนใจลงทุนซื้อที่อยู่อาศัยในไทยค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม จากการบอกเล่าของกูรูในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ต่างระบุว่า เริ่มเห็นเค้าลางการทิ้งเงินดาวน์ของลูกค้าจีน อัตราประมาณ 5% ตัวเลขอาจจะดูไม่มาก แต่ในทางลึกแล้ว ลูกค้าจีนอยู่ในยอดขายอสังหาริมทรัพย์ของไทยเยอะกว่าตัวเลขที่เห็นมาก ซึ่งเป็นเท่าไหร่ ผมว่าไม่มีใครฟันตัวเลขได้ เพราะมีนิติกรรมอำพรางเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเลี่ยงกฏหมายการถือครองอสังหาริมทรัพย์ จากต่างชาติมากมายหลายหลากและลึกล้ำ… แต่นั่นคือเม็ดเงินลงทุนจากจีนที่ขยายอิทธิพลเหนือระบบนิเวศน์อสังหาริมทรัพย์ของไทยมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว

ทีนี้เราจะทำยังไง และอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป…

จากตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่า มีการโอนกรรมสิทธิ์ แต่ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่า ไส้ในการซื้อคอนโดมิเนียมของคนจีนในไทยมีจำนวนเท่าใดกันแน่ เนื่องจากผู้ประกอบการไม่มีการเปิดเผยตัวเลขที่ชัดเจนออกมา

อีกตัวแปร คือ ค่าเงินหยวนที่อ่อนค่า กับมาตรการคุมเข้มของทางรัฐบาลจีนที่ออกมาสกัดการนำเงินออกนอกประเทศปีละไม่เกิน 5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.5 ล้านบาท ยิ่งก่อให้เกิดความวิตกกังวลตามมา

ปีนี้ตลาดคอนโดมิเนียมจึงมีความเสี่ยงสูง หากผู้ประกอบการไทยยังยึดโยงผูกติดอยู่กับกำลังซื้อจีน แม้ค่ายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่างออกมายืนยันว่า มีการโอนจริง ไม่ทิ้งดาวน์ แต่ด้วยหลายปัจจัยที่กล่าวมา สัญญาณที่เห็นไม่มีปัจจัยบวกจากจีนเหลืออยู่ ทำให้หลายค่ายเบนเข็มไปยังตลาดยุโรปและรัสเซีย

เอาหล่ะครับ… ใครอยู่ยุโรป นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากไทยกำลังจะไปกินข้าว จัดเลี้ยง และสร้างเครือข่ายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถึงถิ่นท่านแน่นอนในปีนี้

อยากจับปลาใหญ่ ก็เตรียมเครื่องมือจับปลาใหญ่กันได้แล้วครับ!!!

Share this post

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Charles Kettering

People Are Very Open Minded About New Things, As Long As They’re Exactly Like The Old Ones. – Charles Kettering

Charles Kettering ถือว่าเป็นนักประดิษฐ์ที่มีผลงานโดดเด่นไม่น้อยหน้าพี่น้องตระกูลไรต์ หรือ Wright Brothers… Thomas Alva Edison… Nikola Tesla หรือแม้แต่ Albert Einstein ซึ่งล้วนถือเป็นนักประดิษฐ์และนักวิทยาศาสตร์ที่มีคุณูปการต่อชาวโลกผู้ยิ่งใหญ่ไม่ต่างกัน… ถ้าท่านเห็นหลอดไฟแล้วนึกถึง Thomas Alva Edison เวลาท่านสตาร์ทรถ ก็น่าจะคิดถึง Charles Kettering ในฐานะผู้ประดิษฐ์มอเตอร์สตาร์ท หรือ ไดสตาร์ท เจ้าของสิทธิบัตร US1150523 ได้เช่นกัน

Digital economy

Economies of Scale/Economy of Speed

เศรษฐกิจฐานดิจิตอลในเกือบทุกโมเดล… สามารถเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าหรือประชากรจำนวนมากได้ด้วยการ Copy หรือ Clone ซอฟท์แวร์เท่านั้นเอง ซึ่งการ Copy หรือ Clone ที่ว่า… สิ้นเปลืองเวลาเพียงน้อยนิด… การพูดถึง Economies of Scale จึงเป็นการพูดถึง Economies of Speed ไปด้วยในหลายๆ กรณี

จุดพักรถศรีราชา…

มอเตอร์เวย์สายแรก กรุงเทพฯ-พัทยา-ชลบุรี จะมีจุดพักรถที่กิโลเมตรที่ 49 ซึ่งใครที่เคยใช้ทางเส้นนี้และเคยแวะจะทราบดีว่า บางช่วงเวลาไม่ได้จะหาที่จอดรถได้ง่ายนัก เพราะในปัจจุบัน… สภาพการจราจรบนมอเตอร์เวย์กรุงเทพ-ชลบุรี-พัทยา มีตัวเลขผู้ใช้ทางตามสถิติของกรมทางหลวงคือ 596,028 คันต่อวัน

Albert Einstein

In The Midst Of Every Crisis Lies Great Opportunity ― Albert Einstein

จุดเปลี่ยนอย่างแท้จริงเกิดขึ้นด้วยการรวมตัวกับเพื่อนๆ โดยเฉพาะ Conrad Habicht และ Maurice Solovine ตั้งกลุ่ม The Olympia Academy ขึ้นเพื่อพบปะพูดคุยถกปัญหาด้านวิทยาศาสตร์และปรัชญา โดยกำหนดให้แต่ละคนไปอ่านหนังสือผลงานของบุคคลที่โดดเด่นและน่าสนใจ แล้วมาอภิปรายกันว่าใครมีความคิดเห็นอย่างไร… ซึ่งเข้าทางคนที่มีพื้นฐานคิดต่างมาตั้งแต่เด็กอย่าง Albert Einstein จนสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญทางวิทยาศาสตร์ของมนุษยชาติ ที่วิทยาศาสตร์และฟิสิกส์ไม่มีอะไรใหม่ตั้งแต่ผลงานของ Sir Isaac Newton และผลงานสนามแม่เหล็กของ James Clerk Maxwell จนมีการกล่าวว่า… ไม่มีอะไรใหม่ให้ค้นพบอีกแล้วในเรื่องฟิสิกส์ ทั้งหมดที่เหลืออยู่เป็นการวัดค่าให้แม่นยำมากยิ่งขึ้นในช่วงเวลานั้น