Properea

แนวคิดเรื่องขนส่งทางรางในเชียงใหม่ ที่มีรถไฟฟ้าใช้ในเขตเทศบาลมีมานานกว่า 20 ปีแล้วครับ เทศบาลนครเชียงใหม่จริงจังเรื่องรถไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2537… ใช่ครับ เริ่มคิดกันมา 25 ปีแล้ว กระทั่งทุกวันนี้ รถไฟฟ้ารางเบาของเทศบาลนครเชียงเชียงใหม่ ก็เริ่มเห็นอนาคต

ผมจะเล่าข้ามมาที่ งานรถไฟฟ้ารางเบาเชียงใหม่ในมือของ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร ตามแผนแม่บท ปี พ.ศ. 2559 เลยก็แล้วกันน๊ะครับ

โดยรูปแบบจาการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะจังหวัดเชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2559 มีรายละเอียดเรื่องเส้นทาง

ระบบรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) 3 เส้นทาง

  • สายสีแดง แนวเหนือ-ใต้ : โรงพยาบาลนครพิงค์ – แยกแม่เหียะ
  • สายสีน้ำเงิน แนวตะวันออก – ตะวันตก : สวนสัตว์ – พรอมเมนาดา
  • สายสีเขียว เขตเศรษฐกิจใหม่ : แยกรวมโชค – สนามบินเชียงใหม่

ระบบ Feeder 14 เส้นทาง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระบบย่อย ได้แก่

  • ระบบรอง ทำหน้าที่เชื่อมอำเภอรอบนอกเข้าสู่ระบบ LRT จำนวน 7 เส้นทาง
  • ระบบเสริม ทำหน้าที่เชื่อมโยงชุมชนต่างๆ ในเขตเมืองเข้าสู่ระบบ LRT จำนวน 7 เส้นทาง

โดยเมื่อมีระบบขนส่งสาธารณะทั้งระบบ LRT และระบบ Feeder ครบทุกสายทาง การเข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะจะใช้ระยะทางไม่เกิน 400 เมตร จากชุมชนในเขตเมือง และไม่เกิน 800 เมตร สำหรับอำเภอรอบนอก

ฝั่งคุณภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้ารางเบา จ.เชียงใหม่ ว่า รฟม. ได้สรุปเลือกแนวก่อสร้างตามที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เสนอมาคือโครงข่าย A งบประมาณ 8.6 หมื่นล้านบาทใช้ทางวิ่งบนดินและใต้ดินร่วมกัน แม้จะใช้ระยะเวลาก่อสร้างและวงเงินลงทุนสูงกว่ารูปแบบ B คือติดตั้งรางแทรมบนถนน (LRT) เนื่องจากสภาพถนนใน จ.เชียงใหม่แคบหากนำรถไฟฟ้าแทรมไปวิ่งจะทำให้เสียช่องจราจรทำให้การจราจรยิ่งติดขัด

นอกจากนี้ยังเป็นไปตามความต้องการของชาวบ้านที่ต้องการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมรอบคูเมืองและเอกลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่เอาไว้ดังเดิม อีกทั้งยังเวนคืนพื้นที่ไม่มาก เพื่อก่อสร้างทางขึ้นลงสถานีใต้ดินเท่านั้น โดยอยู่ระหว่างจ้างที่ปรึกษาศึกษารูปแบบการเปิดให้เอกชนร่วมทุน (พีพีพี) ซึ่งร่างเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) ใกล้เสร็จคาดว่าจะได้ที่ปรึกษาภายในปีนี้ และน่าจะเปิดประมูลได้ภายในปี 63 โดยจะก่อสร้างสายสีแดงก่อนจากนั้นก่อสร้างสายสีเขียวและสายสีน้ำเงินตามลำดับ สำหรับรูปแบบการจัดจราจรระหว่างก่อสร้างต้องร่วมมือกับท้องถิ่น จ.เชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และตำรวจจราจร เพื่อปรับเส้นทางเดินรถทางเดียว (OneWay ) ตลอดจนปิดการจราจรบางจุด เนื่องจากต้องใช้พื้นที่เปิดหน้างานก่อสร้างทางขึ้นลงสถานีซึ่งเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ

สำหรับเส้นทาง ระยะทางรวม 35 กม. สายสีแดง 12 กม. สีเขียว 12 กม. และสีน้ำเงิน 11 กม. ใช้เวลาสร้าง 6 ปี หรือเส้นละ 2-3 ปี 

  1. สายสีแดง (รพ.นครพิงค์-สนามบิน-แม่เหียะ) เริ่มต้นทางวิ่งบนดินจาก รพ.นครพิงค์ ศูนย์ราชการเชียงใหม่ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ศูนย์ประชุมฯนานาชาติ สภ.ช้างเผือก, เริ่มใช้ทางวิ่งใต้ดินที่แยกข่วงสิงห์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่  สถานีขนส่งช้างเผือก รพ.เชียงใหม่ราม (พบจุดตัดสายสีน้ำเงิน) โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ จากนั้นปรับมาใช้ทางวิ่งบนดินผ่านสถานีขนส่งและสิ้นสุดที่ห้างบิ๊กซีหางดง
  2. สายสีเขียวช่วงแยกรวมโชค-สนามบินเชียงใหม่ มีจุดลงใต้ดินช่วงกาดหลวง ช้างคลานและมหิดล
  3. สายสีน้ำเงินช่วงเป็นทางวิ่งใต้ดินตั้งแต่สวนสัตว์เชียงใหม่-มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา-ม.เชียงใหม่-แยกตลาดต้นพยอม-รพ.มหาราชนครเชียงใหม่-วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร-ประตูท่าแพ-ย่านเชียงใหม่ไนท์บาซาร์-ตลาดสันป่าข่อย-สถานีรถไฟเชียงใหม่ และเริ่มวิ่งบนดินที่แยกหนองประทีป-ห้างบิ๊กซีดอนจั่น-ห้างพรอมเมนาดาเป็นสถานีสุดท้าย

ส่วน Feeder จากอำเภอชานเมืองเชียงใหม่ คงเดาไม่ยาก ส่วนอีก 7 เส้นทางที่เชื่อมโยงกันในเมือง ผมว่ารถเมล์ปรับอากาศในเชียงใหม่วางตัวทำหน้าที่ไปครบทุกเส้นทางรอแล้วหล่ะครับ