เลี่ยงเมืองแม่ริม… ขอขวดสุดท้ายสู่มหานครเชียงใหม่

ตัวเมืองเชียงใหม่มีพื้นที่ด้านหนึ่งติดดอยสุเทพแล้วล้อมรอบด้วยอำเภอหางดง สารภี สันกำแพง สันทราย ดอยสะเก็ดและแม่ริม ซึ่งทั้ง 6 อำเภอคือเมืองบริวารของเชียงใหม่ ที่ล้อมตัวอำเภอเมืองอยู่ และต่างเป็นชุมชนเก่าแก่ที่อยู่คู่เชียงใหม่มานาน สถานที่ราชการ ร้านค้า บ้านเรือน ตลาดสดและอะไรอีกมากมายตั้งอยู่บนถนนแคบๆ ที่การจราจรคับคั่งเพราะความสามารถในการระบายรถของถนนสายเก่าดั้งเดิมเหล่านี้ ไม่สนองตอบไลฟ์สไตล์คนเชียงใหม่ ที่ต้องพึ่งพายานพาหนะส่วนตัวเป็นหลัก ในขณะที่ขนส่งมวลชนยังล้าหลังอยู่หลายสิบปี

หลายปีมานี้ เชียงใหม่จึงมีโครงการก่อสร้างถนนหนทางมากมาย เพื่อรองรับการเติบโตของเชียงใหม่ ถนนวงแหวนรอบที่ 2 และ 3 ได้ปลดปล่อยนครเก่าแก่แห่งนี้ ให้สัญจรไปมาได้คล่องขึ้นมาก ถนนเลียบคันคลองชลประทาน เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่ พานักท่องเที่ยวจากตัวเมืองเชียงใหม่ ขึ้นลงดอยอินทนนท์ โดยไม่ต้องผ่านคอขวดหางดงและสันป่าตองอีก ในขณะที่ ถนนสันกำแพงสายใหม่ และถนนเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด ก็ทำให้อำเภอเมือง อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอสันทรายและอำเภอสันกำแพง เติบโตขยายตัวเข้าหากันจนภาพของเมืองเล็กๆ ในหุบเขาอย่างเชียงใหม่ในอดีต ฉาบแววมหานครชัดเจนยิ่ง

เมื่อหันมาดูถนนโชตนา ทางหลวงหมายเลข 107 ที่ออกจากสามแยกประตูช้างเผือกตรงไปอำเภอแม่ริม เชียงดาว ไชยปราการและฝาง ปัญหาคอขวดที่แม่ริมสร้างปัญหาการจราจรมายาวนาน ซึ่งคนแม่ริมเชียงใหม่ ต่างก็อยากให้มีเส้นทางเลี่ยงเมืองแม่ริมมาโดยตลอด ติดที่ ฝั่งตะวันตกของทางหลวงหมายเลข 107 ที่ตรงขึ้นเหนือเส้นนี้ เป็นพื้นที่ทหารและเขตอุทยานสุเทพปุย ที่ไม่สามารถสร้างถนนอ้อมเมืองแม่ริมทางฝั่งนี้ได้ ในขณะที่ การสำรวจออกแบบถนนวงแหวนรอบที่ 4 ก็ยังต้องใช้เวลากันอีกนานพอสมควรกว่าจะเสร็จจนใช้สัญจรได้ ในขณะที่ เชียงใหม่เองเติบโตขึ้นพร้อมๆ กับการมาเยือนของนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศปีละหลายล้านคน การจัดการกับคอขวดสุดท้ายเมืองบริวารของเชียงใหม่ จึงเป็นวาระเร่งด่วน… 

ทางเลี่ยงเมืองแม่ริมมีจุดเริ่มต้นโครงการที่บริเวณวงแหวนรอบ 2 ไปสิ้นสุดโครงการที่บ้านหนองกระจับแม่แตง ทางแยกไปทางปาย โดยโครงข่ายถนนสายเลี่ยงเมืองแม่ริมประกอบด้วย

  1. ถนนสายหลัก ในแนวทิศเหนือ – ใต้ เพื่อใช้เป็นถนนเลี่ยงเมืองแม่ริมและสันทราย (เทศบาลเมืองแม่โจ้) โดยเริ่มต้นจาก ทช.ชม. 3029 ถึง ทล. 141 พร้อมโครงสร้างทางต่างระดับบริเวณทางแยกต่างๆ
  2. ถนนเชื่อมต่อระหว่าง ทล. 107 (ถนนโชตนา) และ ทล. 1001 (สายเชียงใหม่ – พร้าว) ในแนวทิศตะวันออก – ตก
  3. ถนนทางเชื่อมขนาด 2 ช่องจราจร เพื่อเชื่อมต่อถนนระหว่างชุมชนตลอดแนวสายทาง กับถนนโครงการฯ สายหลักตามแนวข้อ 1 เพื่อรองรับปริมาณการจราจรจากชุมชน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระด้านการจราจรบนถนน ทล. 107 และ ทล. 1001

ข่าวว่า… การทำประชาพิจารณ์เส้นทางสายนี้จบลงตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา การอนุมัติงบประมาณและงานก่อสร้างคงจะเริ่มต้นในเร็ววันนี้

…ราคาที่ดินแถวนั้นเหรอครับ? ลองค้นจาก Google ดูได้ครับ!!!

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

WeWork… หรือมันจะไม่เวิร์ค

WeWork เป็นสตาร์ทอัพสายอสังหาริมทรัพย์หรือ PropTech ที่ร้อนแรงและเซ็กซี่ตั้งแต่ Adam Neumann, CEO ของ WeWork เปิดตัวแพล็ตฟอร์มขึ้นราวๆ กุมภาพันธ์ ปี 2010 และกลายเป็นกระแส Co-Working Office ที่บูมไปทั่วโลก… กระทั่งงบดุลปี 2018 ของ WeWork สะท้อนตัวเลขขาดทุน 1.6 พันล้านดอลลาร์ ออกมาช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ทำความรู้จัก North-South Economic Corridor & East-West Economic Corridor ที่เมืองสองแควพิษณุโลก

เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ข่าวการสัมมนาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข) เพื่อนำเสนอผลการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ว่าด้วย การศึกษาความเหมาะสม โครงการ Logistics Hub ของเมืองพิษณุโลก ซึ่งข้อมูลที่นำเสนอในวันนั้นได้ฉายภาพการลอกคราบเมืองสองแควพิษณุโลกสู่ทศวรรษแห่งความรุ่งโรจน์ไปอีกนาน

Medical Service At Home

Hospitel Franchise… แฟรนไชส์หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ

Hospitel เป็นโมเดลบริการที่สร้างบนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งการจัดการและการลงทุนในปัจจุบัน มีความยืดหยุ่นในขั้นสามารถแยกการลงทุนห้องพักซึ่งเป็นโมเดลอสังหาริมทรัพย์ ออกจากโมเดลบริการอุปกรณ์ทางการแพทย์ และ บริการบุคลากรทางการแพทย์นอกสถานถานพยาบาลได้แล้ว…

SLO-MO 2020

SLO-MO แนวโน้มพฤติกรรมการท่องเที่ยว 2020

เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเดินทางท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุดของไทยและผู้คนส่วนใหญ่ทั้งโลก… ยิ่งปีนี้เป็นปีที่ค่าเงินบาทของไทยแข็งโป๊กไม่ว่าจะเทียบกับเงินสกุลไหน ทำให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศกันคึกคัก… ในขณะที่คนส่วนใหญ่ก็ยังเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ผสมกับการเดินทางเยี่ยมเยียน ที่นักเดินทางส่วนหนึ่งเลือกแวะระหว่างทาง เพื่อสัมผัสประสบการณ์ของแถม หรือไม่ก็เลี่ยงการจราจรหนาแน่นในบางช่วงบางตอนและจังหว่ะเวลา… ซึ่งพฤติกรรมการเดินทางแบบนี้เข้าข่ายแนวโน้มการเดินทางใหม่ที่ชื่อว่า Slo-Mo หรือ Slow-Mo Travel หรือ Slow Of Missing Out Travel