Properea

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รายงานตัวเลขสถานการณ์ที่อยู่อาศัยไตรมาส 4 ปี 2561 และภาพรวมทั้งปี 2561 ดังนี้ 

โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 4 ปี 2561 มีจำนวน 127 โครงการ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 11.4% มีหน่วยในผังรวม 35,690 หน่วย เพิ่มขึ้น 36.5% และ มูลค่าโครงการรวม 175,999 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.7% เพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่สองหลังจากชะลอตัวมา 3 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2560 เนื่องจากผู้ประกอบการได้ชะลอตัวเปิดโครงการใหม่เพื่อลดอุปทานส่วนเกินในตลาด

แยกตามประเภทโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ พบว่า… 

  • เป็นโครงการบ้านจัดสรร 75 โครงการ 13,483 หน่วย มูลค่าโครงการรวม 63,920 ล้านบาท 
  • เป็นโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่ 52 โครงการ 22,207 หน่วย มูลค่าโครงการรวม 112,079 ล้านบาท 

ภาพรวมโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ทั้งปี 2561 มีจำนวนรวม 404 โครงการ เมื่อเทียบกับปี 2560 จำนวนโครงการลดลง 2.7% มีหน่วยในผังรวม 118,271 หน่วย เพิ่มขึ้น 3.6% และมีมูลค่าโครงการรวม 538,767 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% จากปี 2560 มีจำนวนโครงการเปิดขายใหม่จำนวน 415 โครงการ 114,194 หน่วย และ มีมูลค่าโครงการ 488,537 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • ประเภทบ้านจัดสรรมีจำนวน 244 โครงการลดลง 9% และ มีจำนวน 45,063 หน่วยลดลงร้อยละ 8.5 แต่มีมูลค่าโครงการ 217,811 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับปี 2560 
  • ประเภทอาคารชุดมีจำนวน 160 โครงการ 73,208 หน่วย และ มีมูลค่าโครงการ 320,956 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการ จำนวนหน่วยและมูลค่า โครงการ โดยเพิ่มขึ้น 8.8%, 12.7% และ 15.2% ตามลำดับ 

นอกจากนี้ ทำเลของโครงการบ้านจัดสรรที่เปิดขายใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรกในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปี 2561 และส่วนใหญ่เป็นประเภททาวน์เฮ้าส์มากที่สุดคือ

  1. บางใหญ่-บางบัวทอง บางกรวย-ไทรน้อย (แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง) ช่วงราคา 3.01 – 5 ล้านบาทมากที่สุด 
  2. ลำลูกกา-คลองหลวง-ธัญบุรี หนองเสือ (แนวรถไฟฟ้า สายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ทำเลนี้ปรับราคาเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับ ราคา 3.01 – 5 ล้านบาท จากเดิมส่วนใหญ่เปิดขายอยู่ในระดับราคา 2.01 – 3 ล้านบาท 
  3. บางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง ทำเลนี้โครงการเปิดใหม่ส่วนใหญ่ จะเป็นบริเวณที่ใกล้ทางด่วนพิเศษบูรพาวิถี และราคาปรับเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับราคา 3.01 – 5 ล้านบาท เช่นกัน
  4. เมืองปทุมธานี- ลาดหลุมแก้ว-สามโคก เป็นทำเลชุมชนที่อยู่อาศัยขยายตัวสูงเห็นได้ชัดในปี 2561 ที่มีโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายมากขึ้นโดยส่วนใหญ่เป็นประเภททาวน์เฮ้าส์ และอยู่ในระดับราคา 2.01 – 3 ล้านบาทมากที่สุด
  5. คลองสามวา-มีนบุรี หนองจอก-ลาดกระบัง (ทำเลที่มีรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี) ทำเลนี้ปรับราคาเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับราคา 3.01 – 5 ล้านบาท 

ด้านทำเลของโครงการอาคารชุดที่เปิดขายใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลปี 2561 และส่วนใหญ่เป็นห้องชุดประเภท 1 ห้องนอนมากที่สุด คือ

  1. ห้วยขวาง-จตุจักร ดินแดงตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (MRT) ส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 5.01 – 7.50 ล้านบาท ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น จากเดิมซึ่งส่วนใหญ่เปิดขายในระดับ ราคา 3.01 – 5 ล้านบาทมากที่สุด 
  2. สุขุมวิท ตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส (สายสุขุมวิท) ส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป 
  3. พระโขนง-บางนา-สวนหลวง -ประเวศ ส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 3.01 – 5 ล้านบาท ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น จากเดิมซึ่งส่วนใหญ่เปิดขายในระดับ ราคา 2.01 – 3 ล้านบาท
  4. พญาไท- ราชเทวีตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส (สายสุขุมวิท) ส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 5.01 – 7.50 และ 7.51 – 10.00 ล้านบาท ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมซึ่งส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 2.01 – 3 ล้านบาท 
  5. ธนบุรี-คลองสาน- บางกอกน้อย- บางกอกใหญ่-บางพลัด ส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 2.01 – 3 ล้านบาทมากที่สุด 

ส่วนตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2561 มีจำนวน 56,047 หน่วย มูลค่า 174,363 ล้านบาท โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 16.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ มูลค่าเพิ่มขึ้น 36.9% ทั้งนี้ มีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมากที่สุด 28,314 หน่วย คิดเป็น 50.5% ของหน่วย โอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด รองลงมาเป็นทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 15,589 หน่วย คิดเป็น 27.8% บ้านเดี่ยวมีการโอนจำนวน 7,627 หน่วย คิดเป็น 13.6% อาคารพาณิชย์ พักอาศัยมีการโอนจำนวน 2,482 หน่วย มีสัดส่วน 4.4% และบ้านแฝดมีการโอนจำนวน 2,035 หน่วย มีสัดส่วน 3.6% 

สำหรับการโอนกรรมสิทธิ์บ้านสร้างใหม่ (หรือบ้านที่โอนจากนิติบุคคล) มีจำนวน 36,873 หน่วย และโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสอง (บ้านที่โอนจากบุคคลธรรมดา) มีจำนวน 19,174 หน่วย ทำให้สัดส่วนจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์บ้านสร้างใหม่ต่อบ้านมือสองในไตรมาส 4 ปี 2561 เท่ากับ 66 : 34 ขณะที่มูลค่า การโอนกรรมสิทธิ์ของบ้านสร้างใหม่ ต่อบ้านมือสองมีสัดส่วน 77:23 สะท้อนให้เห็นว่ามีการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ บ้านใหม่ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งเป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึง 

สำหรับภาพรวมทั้งปี 2561…

มีจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย 196,630 หน่วยมูลค่า 565,112 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 20.3% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 32.1% เมื่อเทียบกับปี 2560 แยกเป็น

– การโอนกรรมสิทธิ์บ้านสร้างใหม่ (หรือบ้านที่โอนจากนิติบุคคล) 123,664 หน่วย 
– โอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสอง (บ้านที่โอนจากบุคคลธรรมดา) ประมาณ 72,966 หน่วย 

ทำให้สัดส่วนจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์บ้านสร้างใหม่ต่อบ้านมือสองในปี 2561 เท่ากับ 63: 37