สถิติราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6

ไตรมาส 3 ปี 2561 ดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีค่าดัชนีเท่ากับ 219.2 จุด ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียงร้อยละ 0.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 217.8 จุด และปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.6

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ทำการติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล รวม 6 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม โดยกำหนดให้ปี 2555 เป็นปีฐาน และจัดทำดัชนีเป็นรายไตรมาส

ในการศึกษาจะใช้ข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเปล่าของกรมที่ดิน โดยจะคัดเลือกเฉพาะที่ดินเปล่าไม่รวมสิ่งปลูกสร้าง ที่มีขนาดที่ดินตั้งแต่ 200 ตารางวาขึ้นไป และจะใช้ข้อมูลเฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ผู้โอนหรือผู้รับโอนที่เป็น “นิติบุคคล” เท่านั้น เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นราคาซื้อขายจริง ซึ่งบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะต้องบันทึกค่าใช้จ่ายหรือรายได้ให้ถูกต้องเพื่อสามารถคำนวณภาษีและค่าใช้จ่ายในแต่ละปี

การคำนวณค่าดัชนีฯ ใช้วิธีการวิเคราะห์แบบ Chain Laspeyresโดยราคาที่ดินเปล่าที่นำมาคำนวณคือ ราคาเฉลี่ยต่อตารางวา ซึ่งถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล
ตั้งแต่ปี 2555-2559โดยปัจจัยที่นำมาวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ได้แก่ 1) ทำเลที่ตั้งของที่ดิน 2) แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน 3) เส้นทางรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนผ่าน

ในไตรมาส 3 ปี 2561 ดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีค่าดัชนีเท่ากับ 219.2 จุด ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียงร้อยละ 0.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 217.8 จุด และปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีค่าดัชนีเท่ากับ 166.5 จุด ทั้งนี้เป็นผลมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินเปล่าที่อยู่ใกล้แนวเส้นทางการก่อสร้างรถไฟฟ้า โดยเฉพาะแนวเส้นรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) ซึ่งมีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2561

สำหรับ 5 อันดับทำเลที่มีการปรับราคาของที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดใน
ไตรมาส 3 ปี 2561 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนได้แก่

  1. เขตพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุดร้อยละ 49.5
  2. เขตจังหวัดนครปฐมมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.0
  3. เขตจังหวัดสมุทรสาคร มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 44.5
  4. เขตราษฎร์บูรณะ-บางขุนเทียน-ทุ่งครุ-บางบอน-จอมทอง มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 40.8 และ
  5. เขตอำเภอเมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.9

สะท้อนให้เห็นแนวโน้มความต้องการที่ดินเพื่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชานเมืองที่มีมากขึ้น

ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2561 ศูนย์ข้อมูลฯ ได้วิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างที่ดินเปล่าในการใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมที่มีราคาต่ำสุดกับราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในแต่ละแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอื่น พบว่า พื้นที่พาณิชยกรรม มีราคาสูงกว่าพื้นที่เกษตรกรรม ร้อยละ 125.9 ส่วนพื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก มีราคาสูงกว่าร้อยละ 116.7 พื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง มีราคาสูงกว่าร้อยละ 96.5 พื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย มีราคาสูงกว่าร้อยละ 75.3 พื้นที่ที่อยู่อาศัยชุมชน (ทำเลในจังหวัดปทุมธานี นครปฐม และสมุทรสาคร) มีราคาสูงกว่าร้อยละ 68.2 และพื้นที่อุตสาหกรรม มีราคาสูงกว่าร้อยละ 8.0 ตามลำดับ

นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลฯ ยังได้วิเคราะห์เปรียบเทียบราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในแต่ละทำเลที่มีเส้นทางรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนผ่านกับราคาที่ดินในทำเลที่ไม่มีโครงการรถไฟฟ้าผ่าน พบว่า ทำเลที่มีแผนการลงทุนโครงการลงรถไฟฟ้าในอนาคต มีราคาสูงกว่าร้อยละ 66.7 เนื่องจากราคาที่ดินปรับเพิ่มจากฐานราคาเดิมที่ยังไม่สูงมากนัก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่แถบชานเมือง ส่วนทำเลที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า จะมีราคาสูงกว่าร้อยละ 51.6 ในขณะที่ทำเลที่มีโครงการรถไฟฟ้าเปิดให้บริการแล้ว จะมีราคาสูงกว่าร้อยละ 28.8

แต่เมื่อแยกตามทำเลเฉพาะที่มีเส้นทางรถไฟฟ้าผ่านแล้วจะพบว่า 5 อันดับแรกที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด ได้แก่

  1. BTS สายสุขุมวิท มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุดร้อยละ 27.6
  2. สายสีส้ม (ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.1;
  3. สายสีเขียว (ช่วงสมุทรปราการ-บางปู)มีปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.9;
  4. สายสีเขียว (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ) มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.8 และ
  5. สายสีแดงเข้ม (ช่วงหัวลำโพง-มหาชัย)มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.8

 

 

ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์  | กรุงเทพธุรกิจ

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line ท่านจะได้ Link บทความใหม่ทุกเช้า

Recent Posts

Related Post

Healthy Buildings

แนวทางเบื้องต้นเรื่อง… อาคารเป็นมิตรต่อสุขภาพ 9 ด้าน

ในประเทศที่กำลังกลับไปเริ่มทำงานกันอีกครั้งหลังการ Lock Down… ความใส่ใจเรื่องมาตรการด้านสุขอนามัยในอาคารและที่ทำงาน จะสามารถปรับเปลี่ยนได้ง่ายกว่าเดิมมาก และทั้งหมดไม่มีประเด็นเรื่องถูกแพงให้กังวลอีกแล้ว เพราะมาตรฐานเรื่องสุขอนามัยกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ “จำเป็นต้องมี หรือ Must-haves” แม้ว่าจะเพิ่มต้นทุนขึ้นอีกมาก แต่ก็เพิ่มโอกาสทางธุรกิจและกำไรได้มากเช่นเดียวกัน

railway

รถไฟทางคู่เฟส 2… ขอนแก่น–หนองคาย

โครงการรถไฟทางคู่นั้นเป็นเครื่องมือในการพัฒนาและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ แต่ในขณะนี้ประเทศไทยอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากเชื้อไวรัส COVID-19… จึงเห็นควรให้สนอโครงการช่วงขอนแก่น-หนองคาย ก่อน… เนื่องจากเป็นโครงการที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องเร่งดำเนินการเพื่อพัฒนาและขับเคลื่อนระบบเศษฐกิจของประเทศ อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์จากจีน ลาว และไทย ลงมาถึงแหลมฉบังได้

samui

สมุย… ไทยเที่ยวไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีแนวทางในการผลักดันตลาดสมุย ในกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยมานานแล้ว เพื่อลดการพึ่งพิงตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติแต่ด้วยความเคยชินในการทำการตลาดของกลุ่มผู้ประกอบการรวมถึงกลไกของตลาดทำให้สัดส่วนคนไทยไปเที่ยวสมุยยังอยู่ในอัตราเฉลี่ยประมาณ 10% เท่านั้น…

smart manufacturing

Smart Factory… นับหนึ่ง

การใช้งาน IoT กับเครื่องจักรและสายการผลิตนั้น สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การเชื่อมต่อเครื่องจักรเพื่อให้สามารถควบคุมได้อย่างง่ายดายจากศูนย์ควบคุม… รายงานการทำงานของเครื่องจักรได้แบบอัตโนมัติ… การติดตั้ง Sensor เพื่อตรวจสอบการทำงานของเครื่องจักรเพิ่มเติม… การรายงานความผิดปกติที่เกิดขึ้น… การทำนายความเสี่ยงเพื่อป้องกันปัญหาล่วงหน้า… การเชื่อมข้อมูลจากเครื่องจักรเข้ากับระบบ ERP