Bitcoin Lightning Network…

Bitcoin Lightning Network

เช้าวันที่ 7 กันยายน ปี 2021 ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่ราคาบิตคอยน์ในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยน ยืนอยู่เหนือ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 3 ท่ามกลางความคึกคักของตลาดกระทิง หรือ Bull Market ซึ่งได้เห็นการเรียงตัวของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ หรือกราฟ MA หรือ Moving Average ไล่เรียงโดยเส้นระยะสั้นอยู่เหนือเส้นระยะกลาง และ อยู่เหนือเส้นระยะยาว ของ Timeframe รายวันและรายสัปดาห์อย่างสวยงาม… หลายท่านที่ติดดอยมาตั้งแต่ก่อนเมษายนปี 2021 ก็คงพอมีอะไรให้ชุ่มชื่นขึ้นมาบ้าง ส่วนท่านที่กลัวตกรถ… ผมคิดว่ายังต้องระมัดระวังการก้าวขึ้น–ก้าวลงเหมือนใช้บริการ BTS ที่ต้องฟังเสียงเตือน หรือ สัญญาณแจ้งเช่นเดิม

พูดถึง Bitcoin ซึ่งชัดเจนแล้วว่าได้กลายเป็นสัญลักษณ์และจิตวิญญาณของคริปโต หรือ Cryptocerrencies ไปแล้ว และ ถูกยกให้เป็นเหรียญราชาคริปโตโดยไม่มีคู่แข่ง ถึงแม้ว่าคริปโตสาย Smart Contract ที่เกิดตามมาอย่าง Ethereum และ บล็อกเชนค่าแก๊สถูกสารพัดโครงข่าย และ ชื่อชั้น บนความหลากหลายเชิงเทคโนโลยีที่แข่งกันเกิดทั่วโลกจะทำเงินทำทอง และ มีคุณค่าทางเศรษฐกิจเด่นชัดกว่า Bitcoin มาก… แต่คุณค่าที่เข้าใจยากสำหรับคนทั่วไปของบิตคอยน์ ซึ่งแพงกว่าเงินทองอย่างเห็นได้ชัด… ก็ได้กลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับเป็นสากลไปแล้ว โดยไม่มีใครหรืออะไรจะมาหยุดยั้งบิตคอยน์ได้อีก

ประเด็นก็คือ ถ้ามองว่าบิทคอยน์เป็นเงินตราสกุลหนึ่ง… บิตคอยน์ก็จะเป็นเงินตราที่มีค่าธรรมเนียมในโอนแพงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบอัตราแลกเปลี่ยนกับทุกสกุลเงินในโลก… ในขณะที่การบันทึกธุรกรรมบน Bitcoin Blockchain ตามหลักการกระจายศูนย์ หรือ Decentralized ด้วยเทคนิคแบบ PoW หรือ Proof-of-Work หรือ การขุดโดยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ของบิตคอยน์ ซึ่งนอกจากจะเปลืองพลังงานแบบไ้ร้สาระที่สุดโดยไม่มีข้อแก้ตัวแล้ว… รายการโอน หรือ ธุรกรรมรอบันทึกบนบล็อกเชนของบิตคอยน์ ยังถือว่าต้องรอคิวและเชื่องช้าโดยไม่มีข้อแก้ตัวเช่นกัน… ซึ่งรายการโอนเงิน หรือ ย้ายตัวเลขทางบัญชีธรรมดาๆ แบบ “Prompt Pay หรือ พร้อมเพย์” ยังทำงานแบบเดียวกันได้เร็วกว่ามาก… เพียงแต่พร้อมเพย์เป็นการย้ายข้อมูลตัวเลขในฐานข้อมูล ซึ่งเทียบกันไม่ได้กับเทคนิคการเดินบัญชีบนบล็อกเชนที่ปลอดภัยเชื่อถือได้มากกว่า

14 มกราคม ปี 2016… Joseph Poon และ Thaddeus Dryja จึงได้เสนอ White Paper ขนาด 59 หน้าในหัวข้อ The Bitcoin Lightning Network: Scalable Off-Chain Instant Payments โดยเป็นข้อเสนอในการทำ Off-Chain Layer 2 สำหรับ Bitcoin Blockchain เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าในการบันทึกธุรกรรมของบิตคอยน์จากกลไก Proof-of-Work หรือ การขุด… โดยมีแนวคิดง่ายๆ ตรงไปตรงมาว่า “ถ้าการขุดทำให้ธุรกรรมล่าช้า ก็ไม่ต้องขุด!”

อย่างไรก็ตาม… ถ้าตัดรายละเอียดทางเทคนิคที่เกี่ยวกับ Blockchain ออกก่อน แนวคิด Lightning Network ก็จะเห็นเป็นเพียงการโอนตัวเลขทางบัญชีแบบ Peer-To-Peer บน Lightning Wallet ไม่ต่างจากการโอนเงินให้กันด้วยแอพธนาคารแบบที่มีใช้กันอยู่ในปัจจุบันอย่างกว้างขวางนั่นเอง ซึ่งถ้ามีการโอนข้ามเครือข่าย หรือ ออกนอกเครือข่าย Lightning Network เหมือนการโอนเงินข้ามธนาคาร… รายการโอนนั้นจึงจะส่งไปทำธุรกรรมแบบ On-Chain บน Bitcoin Blockchain อีกที… หรือในกรณีที่การโอนระหว่างกันใน Lightning Network มีข้อผิดพลาด หรือ ข้อมูลขัดแย้งระหว่างกัน รายการธุรกรรมที่เป็นปัญหาจะถูกตรวจสอบบน Blockchain เพื่อกลับไปยังจุดที่ตรวจสอบความถูกต้องได้… ซึ่งในการใช้งานจริงก็จะมีการสร้าง Public Chanel ขึ้น ทั้งแบบที่เป็นข้อมูลเข้ารหัส และ เป็น QR Code เพื่อใช้อ้างอิงรายการธุรกรรมระหว่าง Wallet ของผู้โอนกับผู้รับโอน

โดยส่วนตัวผมมอง Lightning Network ว่าเป็นเหมือนธนาคารแห่งหนึ่งที่ใช้เงินสกุล BTC หรือ บิตคอยน์ในการโอนมูลค่าระหว่างกัน และ นั่นทำให้การโอนบิตคอยน์แม้จะน้อยนิดขนาด 1 SAT หรือ 1 Satoshi หรือเท่ากับ 0.0005 ดอลลาร์สหรัฐอ้างอิงราคา 50,000 USD/BTC… ก็สามารถโอนให้กันได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ 

Lightning Network ทั้งแพลตฟอร์มและแนวคิด… จึงมีความน่าสนใจในการใช้เป็นเครือข่าย Micro-Payment ด้วยบิตคอยน์ที่สามารถใช้เป็น Payment Systems สำหรับคนที่เข้าใจระบบว่าใช้ได้จริง มาตั้งแต่การเสนอ White Paper The Bitcoin Lightning Network: Scalable Off-Chain Instant Payments เมื่อต้นปี 2016… โดยมีคนอย่าง Jack Dorsey ผู้ก่อตั้ง Twitter และ Square Payment Systems ยืนยันคุณค่าเชิงธุรกิจและคุณค่าทางเศรษฐกิจของ Lightning Network เป็นรายแรก… ซึ่งสถาปัตยกรรมของแอพชำระเงินอย่าง Square ที่ก่อตั้งโดย Jack Dorsey ก็แทบจะไม่มีอะไรต่างจากแนวคิด Lightning Network… ในขณะเดียวกัน แนวคิดบิตคอยน์เป็นสกุลเงินประจำชาติของประเทศ El Salvador ที่ผ่านเป็นกฏหมายเรียบร้อยไปเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2021 ที่ผ่านมานั้น… ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นการยกเอา Lightning Network ไปปรับใช้เป็น CBDC หรือ Central Bank Digital Currency ของธนาคารกลางประเทศ El Salvador ไปแล้ว… ส่วน Payment Gateway ยักษ์ใหญ่อย่าง PayPal ผมก็มีข้อมูลยืนยันว่า ตัวเลือกในการนำ Bitcoin มาใช้บน PayPal ก็มีทีมทำงานกับ Lightning Network เช่นกัน

แนวคิดแบบ Lightning Network นี่เองที่กำลังจะมาป่วนโลกการเงินที่เคยดูแลได้ง่ายโดย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF และ ธนาคารชาติของประเทศต่างๆ ทั่วโลกมานาน… โดยเฉพาะในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีนักจัดระเบียบโลกอย่างสหรัฐอเมริกาได้กลายเป็นชาติมหาอำนาจ และ ทำตัวเป็นผู้อิทธิพลกับการเมืองการปกครองไปจนถึงเศรษฐกิจการค้าของทุกประเทศทั่วโลก… ซึ่งพลังของคริปโตที่ถูกใช้งานแบบ Lightning Network นี่เองที่มีโอกาสจะอยู่นอกเหนือการควบคุม และ การต่อรอง หรือ การจัดระเบียบดุลอำนาจระหว่างประเทศ… ซึ่งแม้แต่รัฐบาลจีนก็เห็นช่องว่าตรงนี้จนต้องเร่งรีบจัดการบิตคอยน์แต่เนิ่นๆ ก่อนที่พลังของบิตคอยน์จะรวมตัวกับแนวคิดเสรี และกลุ่มคนต่างความเชื่อทางการเมืองหลัก จะกลายเป็นปัญหาของจีนจนเกินควบคุม

รายละเอียดเกี่ยวกับการปรับใช้ Lightning Network ในโมเดลธุรกิจ รวมทั้งการจัดการและการดำเนินการทางเทคนิคอื่นๆ ผมขอข้ามที่จะไม่ลงรายละเอียดไปมากกว่านี้… ท่านที่สนใจจริงๆ คงเห็นภาพการประยุกต์ใช้ไปแล้วเรียบร้อย ส่วนท่านที่อ่านแล้วยังงงๆ ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ถือเสียว่าอ่านข้อมูลเบื้องต้นทำทุนเอาไว้ก่อน… ส่วนท่านที่สนใจอยากใช้ Lightning Network ในโมเดลธุรกิจแต่ยังขาดช่างเทคนิค และ คำปรึกษาบางแง่มุม… ทักผมทาง Line ID: dr.thum ได้ครับ!

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

NEAR Protocol

NEAR Protocol

บล็อกเชนที่สร้างขึ้นอย่างเป็นมิตรกับโปรแกรมเมอร์ ให้สามารถพัฒนา dApp หรือ Decentralized Application อย่างแท้จริง และ โปรแกรมเมอร์สาย dApp ส่วนใหญ่ให้การตอบรับเป็นบวกนั้น… ชื่อของ Near Protocol เจ้าของเครือข่ายบล็อกเชน PoS หรือ Proof-of-Stake ที่เหล่าโปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่เปรียบเทียบว่าเป็น dApp Cloud ซึ่งออกแบบไว้บนแนวคิด เศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Creator Economy

Retirement Community

ผมยังตื่นเต้นอยู่กับเพื่อนใหม่ที่ทักทายพูดคุยเข้ามาทาง Line Official Account @properea หลายวันก่อนได้ DM จากเพื่อใหม่ท่านหนึ่งที่เจอบทความของผมและทักทายเข้ามา… การพูดคุยทักทายพาเราสองคนทำความรู้จักกันไปไกลถึงขั้นที่… ผมได้ข้อความยาวเหยียดเป็นแผนธุรกิจอย่างย่อที่เปิดภาพรวม concept เป้าหมาย แนวทาง business-gap รวมทั้ง business vision ที่ให้ภาพรวมทั้งหมดค่อนข้างชัด

Assistive Robotics Market Size 2028

ตลาดหุ่นยนต์เกิดใหม่ที่มุ่งเป้าการเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน หรือ หุ่นยนต์ที่ออกแบบขึ้นภายใต้แนวคิด “Assistive Robotics” ที่จะเข้ามาช่วยงานมนุษย์ใกล้ชิดขึ้น และ แก้ไขความยุ่งยากลำบากหลายกรณีที่เป็นข้อจำกัดดั้งเดิมของมนุษย์ กำลังเติบโตและมีความต้องการสูงอย่างรวดเร็ว…

Benjamin Franklin

Tell Me And I Forget, Teach Me And I May Remember, Involve Me And I Learn – Benjamin Franklin

Benjamin Franklin… มหาบุรุษผู้ร่วมสร้างสหรัฐอเมริกาที่ถูกเรียกว่า Founding Fathers of the United States หรือ บิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐ หรือกลุ่มผู้ร่างและลงนามในคำประกาศอิสรภาพในปี 1776… ก็เคยพูดเกี่ยวกับการศึกษาเอาไว้หลายแง่มุม โดยเฉพาะแง่มุมการเรียนรู้ที่ว่า Tell Me And I Forget, Teach Me And I May Remember, Involve Me And I Learn… บอกข้าฯ เดี๋ยวข้าฯ ก็ลืม สอนข้าฯ… ข้าฯ อาจจะจำ ฝึกข้าฯ… ข้าฯ ได้เรียนรู้… ซึ่งสะท้อนขั้นตอนการเรียนรู้ที่มีอยู่ 3 ขั้นตั้งแต่ บอกเล่า สอนสั่งและฝึกฝน… โดยขั้น “การบอกเล่าและสอนสั่ง” ถือว่ายังไปไม่ถึง “เรียนรู้ หรือ Learn” จนกว่าจะได้นำความรู้นั้นไปปฏิบัติ ซึ่งก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องฝึกกับครูบาอาจารย์อย่างเดียว… ฝึกและทำด้วยตัวเองก็ได้จนเกิดการเรียนรู้