Biobattery และ Sugar Battery

Sugar Battery

แนวคิดการสร้างแหล่งจ่ายพลังงานจากสารประกอบอินทรีย์ แบบที่ร่างกายของเราสามารถกระตุ้นการไหลเวียนของอิเลคตรอนได้โดยการย่อยสลายน้ำตาลด้วยกระบวนการเมตาบอลิซึ่ม หรือ Metabolism ซึ่งในทางไบโอเคมีจะเป็นการสลายโมเลกุลด้วยปฏิกิริยารีดอกซ์ หรือ Redox หรือ Reduction–Oxidation ของกลูโคส หรือ  Glucose Unit และ ปลดปล่อยอิเลคตรอนออกมา

ปี 2007… Sony Corporation ประเทศญี่ปุ่นได้ตีพิมพ์เผยแพร่ทฤษฎี Sugar Battery… และ ในปี 2014 ทีมวิจัยภายใต้การนำของ Dr. Yiheng Percival Zhang ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้าน Biological Engineering ประจำ Virginia Tech ก็ได้ประกาศความสำเร็จ และ ตีพิมพ์ผลงานที่พัฒนามาตั้งแต่ปี 2009 ในหัวข้อ Production of biofuels and biochemicals by in vitro synthetic biosystems: Opportunities and challenges

แนวทางการกระตุ้นเอาอิเลคตรอนของนักวิจัยจาก Virginia Tech เหนือกว่าแนวคิดของ Sony Corporation อย่ามาก… โดยสามารถเปลี่ยนกลูโคสทั้งหมดเป็นกระแสไฟฟ้าได้ ทำให้ได้พลังงานไฟฟ้าต่อหน่วยกลูโคสสูงกว่าแนวทางของ Sony Corporation มาก… ที่สำคัญก็คือ นักวิจัยอ้างว่า Sugar Battery มีอายุการใช้งานนานกว่าแบตเตอรี่ Li-ion ถึง 10 เท่า… นั่นหมายความว่า ถ้าเปลี่ยนจากแบตเตอรี่ Li-ion สำหรับมือถือหนึ่งเครื่องที่เคบชาร์จใช้ได้ 1 วัน มาเป็น Sugar Battery ก็จะใช้ได้ยาวถึง 10 วันต่อการชาร์จใหม่หนึ่งครั้ง

การพัฒนาแบตเตอรี่น้ำตาล หรือ Sugar Battery ของนักวิจัยจาก Virginia Tech ใช้หลักการ Enzymatic Biofuel Cell โดยใช้เอนไซม์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเมตาบอลิซึ่ม ซึ่งมีการใช้เอนไซม์อยากน้อย 2 ชนิดเพื่อทำหน้าที่แยก หรือ แตกอิเล็กตรอนในกลูโคสออกจากกัน… ซึ่งการแตกอิเลคตรอนนี่เองที่ทำให้มีการไหลเวียนของอิเลคตรอน หรือก็คือกระแสไฟฟ้า

ต้นแบบ Sugar Battery ของนักวิจัยจาก Virginia Tech จ่ายกระแสไฟฟ้าได้ที่แรงดัน 0.5 V ซึ่งน้อยเกินไปสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์… แต่ความท้าทายในการค้นพบแบตเตอรี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งการใช้เอนไซม์ หรือ Enzymes ที่หาได้มากมายจากผลผลิตพืชและสัตว์บนโลก โดยเฉพาะการใช้ กลูโคสมอลโทเดกซ์ทริน หรือ Maltodextrin ที่สามารถหาได้จากแป้งทุกชนิดทั้งข้าวโพดและข้าวสาลี  มาเป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้าแทนแร่ธาตุหายาก และ เคมีอันตราย… อนาคตยังคงเหลือโอกาสให้มนุษย์ค้นคว้าต่อไปอีกมากทีเดียว

ปี 2017… Dr. Yiheng Percival Zhang ถูก FBI ควบคุมตัวในข้อกล่าวหาหลายกระทง โดยเฉพาะความผิดฐานฉ้อโกงเงินอุดหนุนการวิจัยจากรัฐบาลกลางจากการขอทุนเพื่อมาทำวิจัยที่ได้ทำเสร็จไปก่อนหน้านั้นแล้ว… แต่ข้อกล่าวหาส่วนใหญ่ไม่มีน้ำหนักพอจะเอาผิด Dr. Yiheng Percival Zhang ได้… แต่หลายฝ่ายเชื่อว่า Dr. Yiheng Percival Zhang น่าจะถูกกล่าวหาเรื่องขายความลับทางเทคโนโลยีให้จีนมากกว่า เพราะปรากฏมีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยในจีนหลายแห่ง โดยเฉพาะ Zhejiang University หรือ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง และ Tianjin University หรือ มหาวิทยาลัยเทียนจิน ซึ่งมีงานวิจัยเกี่ยวกับแบตเตอรี่น้ำตาลออกเผยแพร่ตั้งแต่ปี 2014 และ นักวิจัยสัญชาติจีนในสหรัฐหลายคนถูกดำเนินคดีในปี 2017 พร้อมๆ กัน หลังจากประธานาธิบดี Donald Trump เข้ารับตำแหน่ง

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

Libra 2

LibraCoin 2.0… การเกิดใหม่เพื่อไปสุดทาง

ก้าวใหม่ของ Libra Coin เริ่มด้วยการขอใบอนุญาตเป็น “ระบบการชำระเงิน” จาก The Swiss Financial Market Supervisory Authority หรือ FINMA หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของประเทศสวิตเซอร์แลนด์… ต่อด้วยการขอใบอนุญาตเป็น “ผู้ให้บริการเงินสด” จากเครือข่ายดูแลอาชญากรรมทางการเงินของสหรัฐ หรือ The Financial Crimes Enforcement Network หรือ FinCEN

จำนวนนักท่องเที่ยว… มีนาคม 2562

ประเทศไทยล่อเลี้ยงเศรษฐกิจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมาช้านาน… ตัวเลขนักท่องเที่ยวจึงมีการเก็บและรายงานโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา… โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางเข้าประเทศในช่องทางหลักๆ

Hipsturbia

Hipsturbia… Next Trends Real Estate

ในวันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าเข้าสู่โลกของการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด ในห้วงเวลาที่มนุษย์กล้าคิดเรื่องการเดินทางออกนอก Planet Earth ที่เผ่าพันธ์มนุษย์ชาติถือกำนิดและยึดครองมานาน และมนุษย์จะทำได้ จนกลายเป็นเรื่องสามัญในช่วงอายุของพวกเรากับการท่องอวกาศ… พร้อมๆ กับการมาถึงของ Artificial Intelligence ที่มนุษย์หวังจะได้ผู้ช่วยที่ไม่สิ้นเปลืองอาหารและเจ็บป่วย… หลายสิ่งหลายอย่างคงไม่มีวันเหมือนเดิม

Benjamin Franklin

Tell Me And I Forget, Teach Me And I May Remember, Involve Me And I Learn – Benjamin Franklin

Benjamin Franklin… มหาบุรุษผู้ร่วมสร้างสหรัฐอเมริกาที่ถูกเรียกว่า Founding Fathers of the United States หรือ บิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐ หรือกลุ่มผู้ร่างและลงนามในคำประกาศอิสรภาพในปี 1776… ก็เคยพูดเกี่ยวกับการศึกษาเอาไว้หลายแง่มุม โดยเฉพาะแง่มุมการเรียนรู้ที่ว่า Tell Me And I Forget, Teach Me And I May Remember, Involve Me And I Learn… บอกข้าฯ เดี๋ยวข้าฯ ก็ลืม สอนข้าฯ… ข้าฯ อาจจะจำ ฝึกข้าฯ… ข้าฯ ได้เรียนรู้… ซึ่งสะท้อนขั้นตอนการเรียนรู้ที่มีอยู่ 3 ขั้นตั้งแต่ บอกเล่า สอนสั่งและฝึกฝน… โดยขั้น “การบอกเล่าและสอนสั่ง” ถือว่ายังไปไม่ถึง “เรียนรู้ หรือ Learn” จนกว่าจะได้นำความรู้นั้นไปปฏิบัติ ซึ่งก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องฝึกกับครูบาอาจารย์อย่างเดียว… ฝึกและทำด้วยตัวเองก็ได้จนเกิดการเรียนรู้