Lazada, Finaxar, Big Data Loan และวันชื่นคืนสุขของวงการจำนองขายฝาก!

ผมตามข่าว Lazada จับมือกับสตาร์ทอัพด้านฟินเทคอย่าง Finaxar และเริ่มให้บริการสินเชื่อแก่ผู้ค้าออนไลน์ของ Lazada ในสิงคโปร์ อย่างใกล้ชิด ข่าวครึกโครมนี้มีขึ้นเมื่อช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมาของปีนี้เอง และ Lazada ประกาศว่า ระบบสินเชื่อจาก Big Data ของพวกเขา จะใช้ทั่วอาเซียน… 

ผู้ค้าออนไลน์บน Platform Lazada ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากวงเงินเครดิต สามารถสมัครใช้ Finaxar โดยให้รายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจของตน ลิงก์บัญชี Lazada และรอให้ใบสมัครของตนได้รับการประเมิน ซึ่งกระบวนการทั้งหมดรวมทั้งการอนุมัติสามารถทำได้ภายใน 30 นาที หากได้รับการอนุมัติผู้ค้าสามารถเริ่มต้นใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อถอนเงินจากวงเงินเครดิต โดยมีกำหนดชำระคืนแบบง่ายๆ ที่สามารถเชื่อมกับข้อมูลการรับเงินจากลูกค้าของ Lazada ได้ ทาง Finaxar จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมทั้งหมด 1.5% ของยอดเงินกู้ โดยเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสถาบันการเงิน โดยเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำและเก็บเพิ่มจากค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการประมวลผลและอำนวยความสะดวก

ประเด็นคือว่า SMEs ทั่วอาเซียนที่ทำธุรกิจแบบ B2C เกือบทั้งหมดเข้าไปอยู่ใน Platform Lazada เรียบร้อย ผ่านมาไม่กี่ปี Lazada มีข้อมูลยอดขายของผู้ค้าทุกรายอยู่ในมือ จนสามารถทำนายอนาคตของ SMEs ทุกรายได้ว่า อนาคตจะรุ่งหรือร่วง

กรณีที่อนาคตจะรุ่ง ถ้ามีเงินมาขยายกิจการจะยิ่งรุ่ง… ก่อนนั้นเหล่า SMEs ก็จะไปธนาคาร ใช้บริการสินเชื่อแบบต่างๆ ที่ธนาคารมีให้บริการ หลุดจากธนาคารก็เป็นนายทุนเงินกู้ที่รอเก็บตกคนอกหักจากธนาคารเพราะขอสินเชื่อไม่ผ่าน

…แต่ไม่ว่าจะธนาคาร หรือทุนเงินกู้จากแหล่งไหน แทบจะทุกการกู้ยืมมักลงเอยด้วยอสังหาริมทรัพย์เท่านั้นที่ใช้เป็นหลักประกันที่ยอมรับได้

ทีนี้ถ้า SMEs หันไปใช้สินเชื่อจาก Platform E-commerce กันหมด… ผมว่าตัวเลขสินเชื่อที่คนในวงการอสังหาริมทรัพย์กลุ่มทุนจำนองขายฝากและกู้ยืมแบบเดิมๆ คงทำมาหากินฝืดเคืองขึ้นอีกมาก

กรณีที่อนาคต SMEs จะร่วง… เจ้าของกิจการส่วนใหญ่ยังดิ้นรนหาเงินมาต่อลมหายใจกิจการ แน่นอนว่าเคสแบบนี้ร้อยละร้อยอกหักจากสินเชื่อธนาคารแน่นอน แม้จะพอมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และสุดท้ายก็ไปถึงทุนจำนองขายฝาก

กลับมาที่ระบบนิเวศน์สินเชื่อแบบใหม่อย่าง Finaxar และอะไรอีกมากมายที่จะตามมาในรูปแบบคล้ายๆ กัน… ถามว่ามันจะ Disrupt ระบบสินเชื่อแบบคลาสสิกอย่างการจำนองขายฝากมั๊ย

…ผมว่าเค้กคงถูกแบ่งไปพอสมควรแต่คงไม่ทั้งหมด แหละถ้าหากว่า อสังหาริมทรัพย์และทุน ต่าง Digitalization Transformed ได้ทันก่อนที่อะไรๆ จะสายเกินไป… การจำนองขายฝากน่าจะยังเป็นตำนานที่สืบทอดกันต่อไปอีกนาน

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Superfoods

SUPERFOODS… อาหารขั้นเทพ

กระแสอาหารสำหรับคนรักสุขภาพ รวมทั้งผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งต่างก็เลือกสรรอาหารและเครื่องปรุงเฉพาะที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการตามต้องการ รวมทั้งการเลือกอาหารและเครื่องปรุงบางชนิด เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคภัย ซึ่งอาหารที่ถูกคัดสรรขั้นนี้ถูกจัดกลุ่มเรียกรวมกันว่า Superfoods

Carol S. Dweck

Teach Their Children To Love Challenges, Be Intrigued By Mistakes, Enjoy Effort, And Keep On Learning – Carol Dweck

งานของ Carol Dweck เกือบทั้งหมดพัฒนาด้วยแนวคิด Implicit Theories of Intelligence หรือ ทฤษฎีความความฉลาดส่วนบุคคล จนเป็นที่มาของงานอันลือลั่นอย่างหนังสือเล่มสีฟ้าชื่อ Mindset: The Psychology of Success ในปี 2006… และทฤษฎีความฉลาดส่วนบุคคลที่เธอค้นพบ ก็กลายเป็นเครื่องมืออย่างสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิทยา มากกว่าจะขับเคลื่อนด้วยความเชื่อและเรื่องเล่าเบาบางเหมือนคำสอนในศาสนาต่างๆ และได้ “บุคคลอันพึงประสงค์” ให้สังคมได้ไม่ต่างกัน

Construction Technology

Construction Chemicals Market 2021-2025… อนาคตเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง

Demand/Supply ของเคมีก่อสร้าง ซึ่งมีข้อมูลงานวิจัยทางธุรกิจระดับโลก ประเมินแนวโน้มปี 2021–2025… พบขนาดตลาดสินค้าเคมีก่อสร้างทั่วโลกมูลค่า 32,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2018… และเมื่อเกิดวิกฤตโควิดขึ้นในปี 2020 ทำให้ตลาดเคมีก่อสร้างหดตัวลงกว่าครึ่งมาอยู่ที่ 13,980 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2020… โดยมีการคาดการณ์ว่า ตั้งแต่ปี 2021 ถึงปี 2025 จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 5.77% ซึ่งถือว่าไม่น้อยทีเดียว…

SLO-MO 2020

SLO-MO แนวโน้มพฤติกรรมการท่องเที่ยว 2020

เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเดินทางท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุดของไทยและผู้คนส่วนใหญ่ทั้งโลก… ยิ่งปีนี้เป็นปีที่ค่าเงินบาทของไทยแข็งโป๊กไม่ว่าจะเทียบกับเงินสกุลไหน ทำให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศกันคึกคัก… ในขณะที่คนส่วนใหญ่ก็ยังเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ผสมกับการเดินทางเยี่ยมเยียน ที่นักเดินทางส่วนหนึ่งเลือกแวะระหว่างทาง เพื่อสัมผัสประสบการณ์ของแถม หรือไม่ก็เลี่ยงการจราจรหนาแน่นในบางช่วงบางตอนและจังหว่ะเวลา… ซึ่งพฤติกรรมการเดินทางแบบนี้เข้าข่ายแนวโน้มการเดินทางใหม่ที่ชื่อว่า Slo-Mo หรือ Slow-Mo Travel หรือ Slow Of Missing Out Travel