Big Data for Construction Industry

Construction

วลีที่บอกว่า Data Is the New Oil สำหรับการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ 4… ประกอบกับวิกฤต COVID19 ที่ตรึงการเดินทางพบปะ ให้ติดไว้กับข้อจำกัดมากมายจนองค์กรน้อยใหญ่ ต้องปรับตัวสู่ดิจิตอลไม่ว่าจะพร้อมหรือไม่แค่ไหนอย่างไร

ในอุตสาหกรรมก่อสร้างก็หนีไม่พ้นที่จะต้องขับเคลื่อนด้วยดิจิตอลเช่นกัน แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องการก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ซึ่งเป็นงาน Onsite Operations เป็นส่วนใหญ่ แต่งาน Management หรืองานการจัดการมากมาย… องค์กรที่พร้อมปรับตัวไปสู่ดิจิตอลก็ได้เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงกันอย่างคึกคักกันแล้วทั่วโลก… ส่วนที่ยังไม่พร้อม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นรายเล็กรายน้อยที่จำกัดทั้งทรัพยากรบุคคลและทุนทรัพย์ ต่างก็หาทางเปลี่ยนแปลงเพื่อไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเช่นกัน

รายงานจาก Oxford Economics ชื่อหัวข้อ Global Construction Perspectives and Oxford Economics คาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วโลกจะเติบโตขึ้น 85% ที่ 15.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2030… โดยมี จีน สหรัฐอเมริกาและอินเดีย เติบโตสูงสุด

ซึ่งคาดการณ์ตัวเลขการเติบโตดังกล่าวนี้ มาพร้อมกับการคาดการณ์แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมก่อสร้างสู่ยุคดิจิตอล… ซึ่งหนทางข้างหน้าท้าทายทุกคนในวงการอย่างที่สุด

วันนี้ผมจึงเอาข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ Big Data ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง จาก Blog ของ Letsbuild.com มาฝากและตั้งใจจะนำเสนอมิติต่างๆ ของกลไกการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างยุคดิจิตอลในหลายๆ มิติ โดยเฉพาะประเด็น Data ที่ผมมีข้อมูลแบ่งปันอยู่พอสมควรครับ… 

บทความจาก LetsBuild พูดถึงข้อมูลในวงการก่อสร้างว่า เกือบทั้งหมดเป็นข้อมูลที่ซับซ้อน หลากหลายและส่วนใหญ่เป็นข้อมูลแบบไม่มีโครงสร้าง หรือ Unstructured Data… แถมส่วนใหญ่ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ยังต้องดึงข้อมูลเก่าของธุรกิจเข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิตอลเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอีกต่างหาก… ซึ่งหลังจากนี้อีกไม่นาน ข้อมูลจะสะสมมากขึ้น และเข้าถึงด้วยการวิเคราะห์และเรียกใช้ข้อมูลเฉพาะกรณีในรูปแบบการจัดการข้อมูลดิจิตอลเท่านั้น ซึ่งมีงาน 3 เฟสที่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องเปลี่ยนไปเป็นดิจิตอลและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน ได้แก่

1. เฟสการออกแบบ หรือ Design Phase

โดยงานออกแบบจะอยู่ในรูปของการร่วมงานบน Cloud ที่ผู้เกี่ยวข้อง/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งข้อมูลทุกมิติที่จำเป็นต่อการออกแบบ จะถูกดึง ใช้และอ้างอิงจากฐานข้อมูลทั้งภายในและภายนอก… ที่สำคัญคือ การขับเคลื่อนงานออกแบบผ่านซอฟท์แวร์ Building Information Modeling หรือ BIM ต้องการข้อมูลที่เชื่อถือได้ จากความชัดเจนและแม่นยำของระบบจนปัญหาความผิดพลาดจากการออกแบบมีน้อยกว่ายุคพิมพ์เขียวมาก

2. เฟสการก่อสร้าง หรือ Construction Phase

งานก่อสร้างสัมพันธ์กับ Construction Supply Chain อย่างสำคัญระดับมีสิ่งหนึ่งจึงมีสิ่งหนึ่ง ซึ่ง Supply ผิดพลาดคือก่อสร้างติดตั้งบกพร่องนั่นเอง… การใช้ข้อมูลขับเคลื่อนงานก่อสร้างตั้งแต่ จำลองแผนการก่อสร้างดูประสิทธิภาพการก่อสร้าง คู่กับการบริหาร Supply Chain ตั้งแต่วันแรกจนส่งมอบ รวมทั้งการใช้ซอฟท์แวร์บริหารโครงการ ขับเคลื่อน Jobs Schedule ซึ่งจะทำให้งานก่อสร้าง พึ่งพาการนัดประชุมวิศวกรและโฟร์แมนลงได้มาก… และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการยังเข้าถึงข้อมูลต้นเหมือนกัน

3. เฟสการเก็บงานและส่งมอบใช้งานสิ่งก่อสร้าง หรือ Operational Phase

การเก็บงานส่งมอบโครงการขนาดเล็ก มักไม่ค่อยมีปัญหาในการตรวจรับส่งมอบและทำสอบระบบต่างๆ แต่กับโครงการขนาดใหญ่ เช่น คอนโดมิเนียมหลายพันยูนิต หรือโรงงานขนาดหลายพันตารางเมตร การเก็บงานส่งมอบให้สมบูรณ์แบบถือเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะตรวจรับส่งมอบกันแบบยืดยุ่นด้วยสัญญารับประกัน หักเงินงวดค้างจ่ายไว้ก่อนหรือทำหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยสถาบันการเงิน… ซึ่งผู้รับเหมาส่วนใหญ่ยังต้องกลับมาเก็บงานให้ลูกค้าหลังส่งมอบและใช้งานสิ่งก่อสร้างไปแล้วอีกนานทีเดียว… การใช้ข้อมูลที่แม่นยำขับเคลื่อนงานเก็บก่อนการส่งมอบ แม้ในระยะสั้นนี้จะไม่เปลี่ยนเงื่อนไขการรับประกันสิ่งก่อสร้าง แต่น่าจะเป็นประโยชน์กับต้นทุนการกลับมาซ่อมแก้เก็บงานภายหลังได้มากทีเดียว

ประเด็นเป็นแบบนี้ครับ… คำว่า Big Data และ Digital ไม่ใช่ประเด็นที่ต้องจัดการด้วยความเครียด เพราะนับจากนี้ไป Big Data และ Digital เป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นแน่นอน เกิดกับใครหรือองค์กรไหนเมื่อไหร่… บริบทการขับเคลื่อนธุรกิจ จะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการกำหนดความจำเป็นที่จะต้องใช้ข้อมูลและดิจิตอลแค่ไหนอย่างไรเอง… เพียงแต่ตอนนี้ต้องพร้อมเปลี่ยนแปลงเอาไว้ได้แล้ว… เท่านั้นเอง!!!

Ref…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email

Recent Posts