BCG Model… แนวทางและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของชาติ เป็นรูปเป็นร่างแล้ว?

green economy

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา… มีข่างเผยแพร่จากเวบไซต์ทำเนียบรัฐบาล หรือ thaigov.go.th รายงานข่าวที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เยี่ยมชมนิทรรศการ “ผลงาน BCG : พลังเศรษฐกิจใหม่ พัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้นำผลิตภัณฑ์จาก BCG Model  ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม ภายใต้แนวทาง Green Economy หรือเศรษฐกิจสีเขียว โดยมี Bioeconomy หรือเศรษฐกิจชีวภาพ และ Circular Economy หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นองค์ประกอบสำคัญ

BCG Model เป็นความหวังที่ผ่านการวิเคราะห์กลไกทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมมายาวนาน โดยเฉพาะในยุคที่ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เข้ามารับงานบริหารกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในตำแหน่งรัฐมนตรี… ซึ่งศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เมื่อมารับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม… ท่านก็ผลักดันโครงการนี้ต่อ จนเอาผลผลิตมาจัดงานอวดนายกถึงบริเวณตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาลอย่างภาคภูมิ

ผลิตภัณฑ์อย่าง น้ำตาลไอโซโมทูโลส ซึ่งเป็นนวัตกรรมช่วยควบคุมระดับน้ำตาลให้สมดุลก็ดี… ผลิตภัณฑ์ไบโอเมทานอลจากวัตถุดิบเหลือทิ้งก็ดี… รวมทั้งผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากสารสกัดตรีผลาก็ดี… ทั้งหมดแม้ยังดูว่ามีน้อยชิ้น… แต่ก็ชัดเจนในแนวคิดและทิศทาง รวมทั้งการประกาศศักยภาพนักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของไทย

BCG Model จึงเป็นทิศทางการพัฒนาประเทศสายหลักอีกสายหนึ่ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศอย่างทั่วถึง สามารถกระจายโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำได้ดีขึ้น พร้อมกับโอกาสสร้างให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในบางสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพ โดยมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศเพื่อใช้ในการขับเคลื่อน BCG Model หลายแง่มุม เช่น

  1. มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมเป้าหมาย BCG
  2. ลดความเหลื่อมล้ำด้วยการเพิ่มรายได้เกษตรกรและชุมชน
  3. ยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารของไทยขึ้นเป็นผู้ผลิตอาหารเพื่อสุขภาพและส่วนประกอบอาหารมูลค่าสูง Top 5 ของโลก
  4. เข้าสู่อุตสาหกรรมชีวภาพ การผลิตยา เครื่องมือแพทย์ วัสดุชีวภาพ มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพส่งออก เป็นแหล่งจ้างงานทักษะสูงและรายได้สูง
  5. ระบบบริหารจัดการท่องเที่ยว นำไปสู่ Top 3 ของเอเชียแปซิฟิก
  6. ลดการใช้ทรัพยากรลงจากปัจจุบัน

การดำเนินงานจะทำร่วมกันหลายภาคส่วนให้เป็นไปโดยมีเอกภาพและมีพลัง แต่ละภาคส่วนจะให้ความสำคัญกับทั้งการแข่งขันได้ในระดับโลกและการส่งต่อผลประโยชน์สู่ชุมชน และขับเคลื่อนโดยกลไกการทำงานแบบจตุภาคี หรือ Quadruple Helix… ผ่านการผสานพลังภาคเอกชน ภาครัฐ มหาวิทยาลัย และชุมชน รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากพันธมิตรความร่วมมือในระดับโลก 

โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะขับเคลื่อนศักยภาพของหน่วยงานภายใต้กระทรวง ทั้งในมิตินักวิจัย องค์ความรู้ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย โครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ หรือ National Quality Infrastructure หรือ NQI และการส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรม มาใช้เพื่อร่วมขับเคลื่อนการทำงานในรูปแบบจตุภาคีร่วมกับภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคการศึกษาและชุมชน

เครดิตภาพ: สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ

ประเด็นก็คือ BCG Model เป็นยุทธศาสตร์ใหญ่ ถึงขั้นรวบรวมห่วงโซ่มูลค่า หรือ Value Chain ของ 5 อุตสาหกรรม S-curves หลัก ได้แก่… อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ… การแปรรูปอาหาร เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ… การแพทย์ครบวงจรและการท่องเที่ยว บูรณาการเข้าด้วยกัน เป็นฐานการสร้างมูลค่าเพิ่มขนาดใหญ่ของประเทศ ซึ่งปัจจุบันมี “สัดส่วนใน GDP ถึง 21%” และเกี่ยวข้องกับอาชีพและการจ้างงานของคนในประเทศมากกว่า 16.5 ล้านคน

ในทางเทคนิค… BCG Model เป็นการพัฒนาแบบคู่ขนาน โดยพึ่งพา “ความก้าวหน้าทางวิทยาการระดับสูงสำหรับผลิตสินค้าและบริการมูลค่าสูง” เช่น ส่วนประกอบอาหารสุขภาพ ชีววัตถุ สารออกฤทธิ์ทางการแพทย์ และในส่วนฐานกว้างของปิรามิดที่เป็นการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เพื่อสร้างมูลค่าให้คนจำนวนมาก และการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเสริมความเข้มแข็งของทุนทางสังคมทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือ Sufficiency Economy Philosophy หรือ SEP ไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals หรือ SDG ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางขององค์การสหประชาชาติ

ประเด็นการสร้างคุณค่าใน BCG Model นั้น… มีการกำหนดแนวทางและตัวชี้วัดมุ่งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการกระจายโอกาส รายได้ และความเจริญ ไปสู่ประชาชนของประเทศอย่างทั่วถึง… ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม… เข้าไป “ยกระดับผลิตภาพ” ของผู้ผลิตส่วนใหญ่ ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน และนวัตกรรมการจัดการที่จะนำไปสู่การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างความหลากหลายให้แก่ผลิตภัณฑ์ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องส่งเสริมผู้ประกอบการนวัตกรรม หรือ Innovation Driven Enterprise ที่มีความพร้อม ให้ผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูงโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง มุ่งเป้าสู่การเป็น “ประเทศผู้สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรม” ในท้ายที่สุด ลดการพึ่งพิงเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพิ่มโอกาสในการเป็นผู้ส่งออกเทคโนโลยี

ส่วนกรอบการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากที่กำหนดไว้เป็นภาพกว้างประกอบด้วย

  • การสนับสนุนให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีสมาร์ทฟาร์มมาปรับใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิต ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนจากการลดการใช้ปุ๋ยและยาที่เป็นต้นทุนหลักของเกษตรกรไทย และยังได้ผลิตผลที่ปลอดภัย ได้คุณภาพและปริมาณคงที่ตรงตามความต้องการของตลาด อีกทั้งยังสามารถนำผลผลิตที่ปลอดภัยและมีคุณภาพคงที่มาแปรรูปให้มีมูลค่าที่สูงขึ้นได้อีกด้วย
  • การสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น สารให้ความหวาน สารแต่งกลิ่นรส สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ พลาสติกชีวภาพ อาหารเสริมสุขภาพ ซึ่งจะช่วยดูดซับผลผลิตทางการเกษตรส่วนเกินในตลาด บรรเทาปัญหาราคาตกต่ำในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ยาง และปาล์ม
  • การผลิตยาชีววัตถุ วัคซีน และชุดตรวจวินิจฉัยที่จำเป็นได้เองภายในประเทศ ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ที่มีราคาแพงได้เพิ่มขึ้น และลดการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์
  • การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่จากความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม และระบบบริหารสถานที่ท่องเที่ยว โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยท้องถิ่นสร้างเนื้อหาการท่องเที่ยว ตลอดจนบริหารจัดการเส้นทาง และจำนวนนักท่องเที่ยวได้ด้วยตนเอง ทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพแหล่งใหม่ ที่กระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองรองหรือชุมชนท้องถิ่น ทำให้เกิดเมืองน่าอยู่และน่าเที่ยวไปพร้อมกัน
  • การสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เน้นการแปลงของเสียให้เป็นแหล่งรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการเดิมในระบบ รวมทั้งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาปิดช่องว่างให้การใช้ทรัพยากรของประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังเป็นการแก้ปัญหาขยะที่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกทางหนึ่งด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก: ฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

WeWork… หรือมันจะไม่เวิร์ค

WeWork เป็นสตาร์ทอัพสายอสังหาริมทรัพย์หรือ PropTech ที่ร้อนแรงและเซ็กซี่ตั้งแต่ Adam Neumann, CEO ของ WeWork เปิดตัวแพล็ตฟอร์มขึ้นราวๆ กุมภาพันธ์ ปี 2010 และกลายเป็นกระแส Co-Working Office ที่บูมไปทั่วโลก… กระทั่งงบดุลปี 2018 ของ WeWork สะท้อนตัวเลขขาดทุน 1.6 พันล้านดอลลาร์ ออกมาช่วงต้นปีที่ผ่านมา

Ghost Restaurant

Ghost Restaurant และโอกาสที่ท้าทาย

COVID-19 Pandemic หรือวิกฤตโคโรน่าไวรัส 2019 สร้างโอกาสให้กับธุรกิจอาหารสั่งส่งในเมืองใหญ่ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยโดยเฉพาะพื้นที่ในกรุงเทพมหานครที่ถึงวันนี้… ประเด็น Work From Home และ Study From Home คงเกิดขึ้นจริงจังไปแล้วเป็นส่วนใหญ่… และทั้ง Work & Study From Home คงสร้างโอกาสให้อาหารสั่งส่งโตขึ้นอีกมาก

Welcome to Phuket

ฮักไทย และ Hug Thais… ภารกิจ Connect The Dots จากหอการค้าไทย

คุณญนน์ โภคทรัพย์ กรรมการบริหารหอการค้าไทย และ ประธานกลุ่มการค้าปลีกและบริการ หอการค้าไทย ก็เดินหน้าเตรียมกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ หรือ ทำ Local Consumption ทั้งเป้าหมายชาวไทย และ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านโครงการ “ฮักไทย หรือ Hug Thais” เพื่อส่งเสริมและยกระดับสินค้าแบรนด์ของคนไทย รวมถึงโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ที่จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยมากกว่า 2.7 แสนล้านบาท ภายใน 6 เดือน คิดเป็น 1.6% ของจีดีพีทั้งประเทศ และ คาดว่าจะสามารถพยุงการจ้างงานกลับคืนมากว่า 2 ล้านคน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้า

hospital

ผลประกอบการโรงพยาบาลเอกชน Q1/2563… อ้าววว

การมาของไวรัส COVID-19 แม้จะทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมสุขภาพไทยและธุรกิจโรงพยาบาล ดูดีมีราคาจนหลายฝ่ายกำลังจะใช้เป็นจุดขาย สอดไว้กับแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ… แต่