ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล… พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง หรือ Ayeyawady – Chao Phraya – Mekong Economic Cooperation Strategy หรือ ACMECS ครั้งที่ 9 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ร่วมกับผู้นำประเทศสมาชิกอีก 4 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และเลขาธิการอาเซียน

คุณอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญการประชุม ให้ผู้สื่อข่าวทราบว่า การประชุม ACMECS ครั้งที่ 9 เป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนความคืบหน้าการดำเนินการภายใต้ 3 สาขาหลักของแผนแม่บท ACMECS ระยะ 5 ปี ได้แก่ 

  1. การเสริมสร้างความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ หรือ Seamless Connectivity
  2. การสอดประสานด้านเศรษฐกิจ หรือ Synchronized ACMECS Economies
  3. การพัฒนาภูมิภาคในลักษณะยั่งยืนและมีนวัตกรรม หรือ Smart and Sustainable ACMECS

นอกจากนี้ ยังมีการติดตามความคืบหน้าของการจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนา ACMECS และการมีปฏิสัมพันธ์กับหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา ซึ่งหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนากลุ่มแรก ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และออสเตรเลีย และในปีนี้ นิวซีแลนด์และอิสราเอลก็จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนากลุ่มที่สอง

ผู้นำสมาชิก ACMECS ยังเห็นพ้องกับหลักการใหม่ที่ไทยเสนอ เรื่อง “อนุภูมิภาคที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้” ให้เป็นอีกหนึ่งสาขาความร่วมมือภายใต้แผนแม่บท ACMECS เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงภาพลักษณ์ของอนุภูมิภาค และส่งเสริมให้ภูมิภาคนี้เป็นพื้นที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และเต็มไปด้วยโอกาสที่หุ้นส่วนภายนอกจะเข้ามาร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา

นอกจากนั้นที่ประชุมยังได้รับรอง “ปฏิญญาพนมเปญ” ซึ่งให้ความสำคัญต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมยุคหลังโควิด 19 และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับวิกฤตในอนาคตและความท้าทายรูปแบบใหม่ๆ รวมทั้งการส่งเสริมความร่วมมือด้านสาธารณสุข และการบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงเน้นย้ำการเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีไทยได้เสนอ 3 ประเด็น ดังนี้

1. การพัฒนาความเชื่อมโยงในทุกมิติ… ทั้งด้าน Hardware/Software และ Digital ที่มีความจำเป็นต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เป็นการสร้างความเข้มแข็งจากภายในในระยะยาว โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนข้ามพรมแดน การเร่งปรับปรุงกฎระเบียบให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งการพัฒนาแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ MicroSMEs เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับผู้ประกอบการ สร้างงานสร้างรายได้ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดช่องว่างด้านการพัฒนาระหว่างกัน

“สำหรับการขับเคลื่อนแผนแม่บท ACMECS ในระยะต่อไป ต้องยกระดับความร่วมมือด้านสาธารณสุขให้สูง และยั่งยืนมากขึ้น โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้แจ้งที่ประชุมว่า ไทยได้ลงนามกับบริษัทแอสทราเซเนกาเพื่อจัดหาวัคซีนต้านโควิด 19 คาดว่าจะได้รับอนุญาตให้ใช้และผลิตได้ในช่วงกลางปี 2564 และไทยพร้อมสนับสนุนให้ยาและวัคซีนดังกล่าวเป็นสินค้าสาธารณะเพื่อให้ประชาชนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ในราคาที่สมเหตุสมผล”

2. การจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนา ACMECS… เพื่อเป็นกลไกในการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม และตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของอนุภูมิภาค โดยขอความร่วมมือให้แต่ละประเทศเร่งดำเนินกระบวนการภายในให้แล้วเสร็จ และยืนยันคำมั่นที่จะสนับสนุนเงินจำนวน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐแก่กองทุน

เพื่อใช้ขับเคลื่อนโครงการที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและต่ออนุภูมิภาค นอกจากนี้ ไทยยังส่งเสริมการจัดตั้งสำนักเลขาธิการ ACMECS เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล จัดทำยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนโครงการ และประสานการทำงานร่วมกับหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ

3. การจัดตั้งสำนักเลขาธิการ ACMECS… ต้องมีกลไกกลางเพื่อทำหน้าที่ผู้ประสานงานหลัก ทั้งในกลุ่ม ACMECS เอง และระหว่าง ACMECS กับหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเชื่อว่าการประชุมครั้งนี้ จะเป็นการส่งสัญญาณสำคัญให้ประชาคมโลกได้รับทราบว่า ในวันที่โลกเผชิญกับความท้าทายที่ยากจะควบคุม ACMECS พร้อมที่จะผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างแข็งขัน มีบทบาทที่สร้างสรรค์ และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในทุกรูปแบบ

ในการปิดประชุม นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาได้ส่งมอบตำแหน่งประธานให้นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว ในฐานะประธานวาระปี 2564-2566

ข่าวและความเคลื่อนไหวความร่วมมือของเพื่อนบ้าน 3 สายน้ำอิรวดี… เจ้าพระยา… แม่โขง ในทัศนของผมเป็นเรื่องน่ายินดีมากกว่ากรอบความเคลื่อนไหวเขตอาเซียน ซึ่งวิกฤต COVID19 กระตุ้นให้เพื่อนบ้านต้องพึ่งพากันมากขึ้น ทำให้ ACMECS หรือ ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 ชัดเจนในวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมการพัฒนาอย่างสมดุล ลดช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก และส่งเสริมความเจริญอย่างยั่งยืนในอนุภูมิภาคให้ได้มีแววความเป็นไปได้เกินเป้าหมายมาไกลทีเดียว

ท่านที่กำลังวางแผนหาตลาดใหม่ให้ธุรกิจ ที่กำลังมองหาที่ปักหมุดอยู่… ดูข้างบ้านก่อนมั๊ยครับ!

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

บายพาส ง1 ง2 พาผังเมืองโคราชสู่มหานคร

ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการสร้างถนนบายพาสโคราชสาย ง1 และ สาย ง2 เผยแพร่ออกมาอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อช่วงต้นปี 2561 โดยมีการสำรวจและศึกษาเส้นทางในเขตอำเภอเมืองครอบคลุม ตำบลในเมือง ตำบลหนองกระทบ ตำบลหมื่นไว ตำบลบ้านเกาะ ตำบลจอหอ ตำบลตลาดและตำบลหัวทะเล รวม 7 ตำบล

Harmonized Marketing for Restaurant… ภัตตาคารกับบริการไร้รอยต่อ

เมนูของร้านและระบบออเดอร์ รวมทั้งระบบการจ่ายเงินค่าอาหารจะเก็บไว้บน Cloud แล้วเชื่อมมาที่จอทัชสกรีนบนโต๊ะให้ลูกค้าสั่งและจ่ายค่าอาหารแล้วรอที่โต๊ะ สำหรับลูกค้ากินที่ร้าน… ในขณะที่ลูกค้า Take Home สามารถสั่งอาหารผ่านแอพแชทยอดนิยมอย่าง Line ด้วยการเชื่อมเมนูและระบบออเดอร์จาก Cloud เข้าไปเป็นเพื่อนกับลูกค้าในไลน์แอพพลิเคชั่นผ่าน Line API และแจ้งเวลามารับอาหารที่สั่งไว้… ในขณะที่ลูกค้ากลุ่มสั่งส่งก็สามารถเข้าร่วมกับ Ride Sharing ได้เลยไม่ต้องทำอะไรมากแล้ว

Enjin Coin

Enjin Coin…

แพลตฟอร์ม Enjin เป็น Blockchain Platform As A Service หรือ Blockchain–PAAS ของ Enjin Network ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระบบนิเวศเพื่อการพัฒนาและให้บริการเกม ซึ่งนักพัฒนาเกมสามารถสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลในเกมได้ด้วยการใช้ Enjin Coin เป็นหลักทรัพย์ในการพัฒนาเกมของตัวเองให้สามารถหารายได้จากชุมชน Enjin Network ซึ่งมีสถิติการผู้ใช้งานกว่า 20 ล้านบัญชีทั่วโลกมากว่าทศวรรษ

desalination plant

EEC และความมั่นคงเรื่องน้ำ

สถานการณ์น้ำภาคตะวันออกถือว่าหนักหน่วงรุนแรงมากในปีนี้ และแนวโน้มชี้ชัดว่า… ความต้องการใช้น้ำเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ครอบคลุมพื้นที่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ยังเห็นโอกาสเกิดวิกฤติได้ง่ายมากในหลายๆ กรณี