Avalanche Network และ AVAX Coin

AVAX Coin

การพัฒนาบล็อกเชนเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Infrastructure สำหรับอุตสาหกรรมทางการเงิน และ กำลังจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบนิเวศดิจิทัล ซึ่งจะเข้ามาทดแทนฐานข้อมูล หรือ Database ธรรมดาที่เป็นพื้นฐานของเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เราท่านใช้ชีวิตประจำวันพึ่งพาอยู่… โดยเฉพาะฐานข้อมูลส่วนที่ต้องการความโปร่งใส่เชิงธรรมาภิบาล พร้อมคุณสมบัติการเข้ารหัสข้อมูลด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด แต่ไม่เป็นอุปสรรคในการค้นคืนและเรียกใช้

บล็อกเชนในอุตสาหกรรมทางการเงิน ซึ่งได้ให้กำเนิด Cryptocurrencies มากมายโดยมีราชาคริปโตอย่าง Bitcoin และ มหาอำนาจบล็อกเชนอย่าง Ethereum นำพาการปฏิวัติอุตสาหกรรมทางการเงินจนข้ามข้อสงสัยเรื่องมูลค่าและคุณค่าทางเศรษฐกิจ เข้าสู่ยุคของการลงทุนบนสินทรัพย์และหลักทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมทางการเงินไปตลอดกาล

อย่างไรก็ตาม… การพัฒนาบล็อกเชนขึ้นใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐาน และ ประยุกต์ใช้งานทางอุตสาหกรรรมยังมีปัญหาสำคัญในเชิงเทคนิคที่ท้าทายจากขีดจำกัดแบบที่เรียกว่า Blockchain Trilemma ซึ่งเป็นการสร้างสมดุลเพื่อให้เทคโนโลยีบล็อกเชนมีคุณสมบัติอันพึงประสงค์ขั้นพื้นฐาน 3 ด้าน สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งประกอบด้วย

  1. Decentralization หรือ คุณสมบัติด้านการกระจายศูนย์ หรือ ไร้ศูนย์กลาง… เพื่อให้การบันทึกข้อมูลในเครือข่ายไม่มีผู้ทรงอิทธิพลเหนือข้อมูล และ มีโอกาสใช้อิทธิพลเหนือข้อมูลตั้งตนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะ “ทำลายกลไกธรรมภิบาล” ให้ขาดความน่าเชื่อถือทันที
  2. Security หรือ คุณสมบัติด้านความปลอดภัย… เป็นคุณสมบัติที่ต้องมีไว้เพื่อปกป้องภัยคุกคามภายนอกทั้งมุ่งเป้าการทำลาย และ มุ่งเป้าการยึดครอง โดยมีช่องโหว่ หรือ Bug ของโปรแกรม และ การโจมตีแบบ 51% Attack ซึ่งสมดุลการจัดการเครือข่ายส่วนใหญ่ หรือ เกินครึ่งถูกครอบครองโดยบางคน และ เข้ามาเป็นผู้ทรงอิทธิพลเหนือข้อมูล
  3. Scalability หรือ คุณสมบัติด้านปรับขนาด… ซึ่งบล็อกเชนในกรณีการใช้งานจริงจำเป็นต้องมีขีดความสามารถในการขยายเครือข่ายเพื่อรองรับปริมาณธุรกรรมให้ได้สูงสุดเพื่อรองรับการใช้งาน และ ผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น

ภาพจาก Twitter

ประเด็นก็คือ… Blockchain Trilemma เป็นปัญหาระดับอัลกอริธึมที่ต้องใช้ในการกำหนดเทคนิคการบันทึกบล็อกแบบได้อย่างเสียอย่าง ซึ่งบล็อกเชนทุกเครือข่ายที่สร้างขึ้นใช้ในปัจจุบัน ต่างก็ทำได้ดีที่สุดเพียง “ได้สองอย่าง–เสียหนึ่งอย่าง” กันหมด… ตัวอย่างกรณีของเครือข่าย Bitcoin ที่มีคุณสมบัติในด้านการกระจายศูนย์ หรือ Decentralization สูงสุดถึงขั้นใครที่มีคอมพิวเตอร์ก็สามารถเข้าร่วมตรวจสอบธุรกรรม หรือ ขุดบิตคอยน์ได้หมด และ ยังมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัย หรือ Security ทั้งไม่มี Bug Program เพราะไม่ได้สร้างให้ทำงานซับซ้อน หรือ เปิดช่องให้เขียนคำสั่งเพิ่มได้ ทำให้โอกาสในการพยายามครอบครองครือข่ายเกิน 51% เป็นไปไม่ได้อย่างชัดเจน… แต่บิตคอยน์ก็มีจุดอ่อนที่ไม่มีความสามารถขยายเครือข่าย หรือ Scalability รองรับการใช้งานจำนวนมาก จนเหลือเป็นปัญหามาจนถึงปัจจุบัน

ราวเดือนพฤษภาคมปี 2018… ก็มีการเผยแพร่เอกสารชื่อ Snowflake to Avalanche: A Novel Metastable Consensus Protocol Family for Cryptocurrencies บน InterPlanetary File System หรือ IPFS ซึ่งเป็นข้อมูลจากบทความตีพิมพ์เกี่ยวกับอัลกอริธึมในการพัฒนาบล็อกเชน ที่มาพร้อมแนวคิดการสร้างสมดุล Blockchain Trilemma จากงานวิจัยของ Professor Emin Gün Sirer และ นักศึกษาปริญญาเอกสองคนคือ Maofan Ted Yin และ Kevin Sekniqi จาก Cornell University

มีนาคม ปี 2020…ผู้ร่วมก่อตั้ง Avalanche ก็ผลักดันเครือข่ายผ่าน AVA DAP หรือ Avalanche Developer Accelerator Program โดยนำ Source Code เปิดตัวเป็น Open-source และ ทำ ICO หรือ Initial Coin Offering ด้วยเหรียญ AVAX ซึ่งปิดโปรแกรมระดมทุนอย่างรวดเร็วในเดือนกรกฎาคม ปี 2020… และ เปิดตัว Avalanche Mainnet ในเดือนกันยายนในปีเดียวกัน

Avalanche เป็นแพลตฟอร์ม Blockchain ที่มาพร้อม Smart Contract ซึ่งรองรับการพัฒนา dApp หรือ Decentralized Application โดยใช้อัลกอริธึมแบบ Proof Of Stake พร้อมเทคโนโลยี DAG Consensus หรือ Direct Acyclic Graph Tangle ซึ่งจะสุ่ม Blockchain Node เพื่อยืนยันธุรกรรมเพียงจำนวนหนึ่งที่เชื่อถือได้

และที่โดดเด่นที่สุดก็คือ… Avalanche Protocol ใช้บล็อกเชน 3 โครงข่ายเพื่อจัดการสมดุล Blockchain Trilemma ให้สามารถทำงานกับธุรกรรมที่ต้องการสมดุลเฉพาะด้านสูงได้ครบทั้งหมด โดยมี… 

  1. X-Chain หรือ Exchange Chain… สำหรับธุรกรรมบล็อกเชนมาตรฐานทั่วไป
  2. C-Chain หรือ Contract Chain… สำหรับพัฒนา dApp และ เขียน Smart Contract โดยสร้างบน EVM หรือ Ethereum Virtual Machine ซึ่งในทางเทคนิคจะทำให้ dApp ที่เขียนขึ้นใช้บน Ethereum ทั้งหมดสามารถรันบน Avalanche C-Chain ได้ทันที
  3. P-Chain หรือ Platform Chain… เพื่อรองรับการสร้าง Node และ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายเองในอนาคต

ส่วน AVAX Coin ซึ่งเป็น Native Token สำหรับจ่ายค่าธรรมเนียม หรือ Gas Fees ใน Avalanche Chain และยังสามารถใช้เป็น Governance Token ของแพลตฟอร์ม Avalanche ผ่านการ Staking และ ใช้เป็น Validator Staking หรือ ร่วมเป็นผู้ยืนยันธุรกรรมบน Avalanche Chain ด้วย… ซึ่งการวางแบบ Validator Staking ใช้ AVAX Coin เพียง 2,000 AVAX ก็เข้าร่วมกับ Node เพื่อรับผลตอบแทนได้แล้ว… และการ Stake รับผลตอบแทนก็ทำได้ง่ายผ่าน Avalanche Wallet ได้โดยตรง

ในตลาดแลกเปลี่ยน… ราคา AVAX Coin บน CoinMarketCap.com ช่วงหัวค่ำของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2021 อยู่ที่ 130.20 USD/AVAX และมีขนาด Market Cap ถึง 29,178.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ… เป็นเหรียญดิจิทัลที่ไต่อันดับเร็วมากที่สุดอีกหนึ่งเหรียญ จนมาอยู่ในอันดับที่ 11 แล้วครับ

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Recent Posts

Related Post

ข้อมูลเปรียบเทียบตลาดหมีปี 2018 กับสภาวะการขาดทุนปี 2022 ของ BitCoin

ราคาบิตคอยน์ได้ปรับตัวขึ้นไปทำราคา All Time High ถึง 63,503.46 USD/BTC ในวันสงกรานต์ที่ 13 เมษายนปี 2021 ก่อนที่ราคาจะปรับตัวลงเพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจ และ การแบนคริปโตของจีนท่ามกลางวิกฤตโควิดที่ยังด่ากันเรื่องวัคซีนโควิดอยู่ทั่วโลก และ ซึ่งกดให้ราคาบิตคอยน์ลงมาอยู่ที่ 29,807.35 USD/BTC ในวันที่ 20 เดือนกรกฎาคม ปี 2021 ก่อนจะไต่กลับขึ้นไปทำ All Time High อีกครั้งที่ราคา 67,566.83 USD/BTC ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2021 และเข้าสู่ขาลงตั้งแต่นั้นจนมาชนราคา 17,773.78 USD/BTC เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2022… ซึ่งลดลงราว 73.79%

LRT เชียงใหม่… และ Feeder จากชานเมือง

แนวคิดเรื่องขนส่งทางรางในเชียงใหม่ ที่มีรถไฟฟ้าใช้ในเขตเทศบาลมีมานานกว่า 20 ปีแล้วครับ เทศบาลนครเชียงใหม่จริงจังเรื่องรถไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2537… ใช่ครับ เริ่มคิดกันมา 25 ปีแล้ว กระทั่งทุกวันนี้ รถไฟฟ้ารางเบาของเทศบาลนครเชียงเชียงใหม่ ก็เริ่มเห็นอนาคต

Welcome to Phuket

ฮักไทย และ Hug Thais… ภารกิจ Connect The Dots จากหอการค้าไทย

คุณญนน์ โภคทรัพย์ กรรมการบริหารหอการค้าไทย และ ประธานกลุ่มการค้าปลีกและบริการ หอการค้าไทย ก็เดินหน้าเตรียมกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ หรือ ทำ Local Consumption ทั้งเป้าหมายชาวไทย และ นักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านโครงการ “ฮักไทย หรือ Hug Thais” เพื่อส่งเสริมและยกระดับสินค้าแบรนด์ของคนไทย รวมถึงโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ที่จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยมากกว่า 2.7 แสนล้านบาท ภายใน 6 เดือน คิดเป็น 1.6% ของจีดีพีทั้งประเทศ และ คาดว่าจะสามารถพยุงการจ้างงานกลับคืนมากว่า 2 ล้านคน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้า

Oprah Winfrey

I Will Forever Believe That Buying A Home Is A Great Investment – Oprah Gail Winfrey

คำคมที่ดีที่สุดของ Oprah Winfrey ไม่ได้เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์หรือแม้แต่บ้าน แต่เป็นประโยคที่บอกว่า… Turn your wounds into wisdom. …จงเปลี่ยนรอยแผลเป็นปัญญา